บทที่ 15 ตอนที่ 15 เรื่องของกู
“เป็นเชี่ยอะไรวะ ชวนพวกกูออกมาดื่มตั้งแต่พระจันทร์ยังไม่ขึ้น” เมฆเดินเข้ามาหาอคินที่ร้านเหล้าแห่งหนึ่งในช่วงหัวค่ำของวัน
ตามด้วยอรรถที่รีบขับรถจากบริษัทหลังจากประชุมเสร็จ เดินทางมาหาเพื่อนรักอย่างอคินที่ร้อยวันพันปีจะนัดพวกเขาดื่มกะทันหันแบบนี้
“กูว่าง”
“ไอ้สัด!! ไม่ถามพวกกูเลยเนอะว่าว่างกับมึงด้วยรึเปล่า” เสียงประชดของอรรถพูดขึ้น เมื่อได้คำตอบจากเพื่อนรักอย่างอคิน
“มึงเป็นเชี่ยอะไร เล่าให้พวกกูฟังได้นะ หรือว่าทะเลาะกับน้องพราว”
“หึ!! เปล่า”
“กูว่านิสัยอย่างนี้ สักวันเมียจะขอหย่าเข้าให้” ปึก!! ประโยคคำพูดของเฆม ทำให้อคินวางแก้วเหล้าลงบนโต๊ะอย่างแรงจนเสียงดังกระเทือน
“เป็นเชี่ยอะไรอีก ไอ้เฆมมันก็พูดถูก”
“กูไม่ได้ชวนพวกมึงออกมาพูดไม่เข้าหูนะเว้ย”
“แล้วสรุปมึงเป็นเชี่ยอะไร?”
“ก็กูบอกว่าวันนี้กูว่าง ว่างมากไง ไอ้สัด!!” อคินยังคงตอบคำถามเช่นเดิม ทำให้เพื่อนรักทั้งสองถึงกับส่ายหัวเอือมพร้อมกันในความปากแข็งของเพื่อนรักตัวเอง เพราะดูจากดาวอังคารก็รู้ว่าอคินทะเลาะกับเมีย
“เบาหน่อยดิวะ?”
“ห้ามกูทำไม กูจะดื่ม” เสียงยานคางของอคินหันหน้าไปพูดกับอรรถ เมื่อถูกแย่งแก้วออกจากมือ
“กลับเถอะ กูไปส่ง” เมื่อเห็นสภาพของอคิน อรรถและเมฆตัดสินใจพาเพื่อนรักกลับทันที อคินเมามากจนแทบพูดไม่รู้เรื่อง ร่างสูงเซจนแทบยืนไม่ไหวตอนนี้ถูกอรรถและเมฆหิ้วปีกคนละข้างขึ้นรถ
อรรถและเมฆขับรถมาส่งอคินที่บ้านของเขา ภายในบ้านที่เงียบสงัดไม่มีแม้แต่แสงไฟ บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าไม่มีใครอยู่ภายในบ้าน
“ไอ้คิน เมียมึงไม่อยู่บ้านเหรอ”
“ไม่รู้” เสียงยานคางของอคินตอบกลับเพื่อนรักทั้งสอง เขาแหงนหน้ามองเข้าไปภายในบ้านของตัวเองที่ปิดไฟอยู่
“อ้าว!ไอ้นี่”
“กุญแจบ้านมึงอยู่ไหน ไอ้คิน”
“ในรถ”
“ไอ้คิน!!/ไอ้คิน!!” เสียงเรียกชื่ออคินพร้อมเพรียงกันจากเพื่อนรักทั้งสอง อคินจอดรถไว้ที่ร้านเหล้า และแน่นอนว่าพวกเขาไม่มีทางเข้าบ้านหลังนี้ได้แน่นอน
“งั้นกูไปส่งมึงที่บ้านแม่นะ”
“กูจะไปบ้านแม่ยาย”
“ไปทำเชี่ยไร? แม่ยายเห็นมึงสภาพนี้อกแตกตายพอดี” อรรถเอ่ยเตือนเพื่อนรักของตัวเองทันที เพราะสภาพที่ยืนแทบไม่ไหวด้วยฤทธิ์น้ำเมา
“กูบอกให้ไปส่ง” เสียงเข้มเอ่ยขึ้น ดวงตาแดงก่ำด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์เงยหน้าขึ้นมามองหน้าเพื่อนอย่างหาเรื่องเมื่อถูกขัดใจ
“เออ ๆ แม่ยายด่า อย่ามาว่าพวกกูนะเว้ย”
“เรื่องของกู”
อรรถและเมฆขับรถมาส่งอคินตามกูเกิลแม็ปที่อคินปักหมุดเอาไว้โดยที่เจ้าตัวหลับใหลอยู่เบาะด้านหลัง
“กูว่ามันทะเลาะกับเมีย”
“กูก็คิดแบบนั้น” อรรถมองอคินที่หลับอยู่เบาะหลังผ่านกระจกมองหลังด้วยความเป็นห่วง สภาพของอคินเมามายจนแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิม และนี่คงเป็นไม่กี่ครั้งที่จะได้เห็นสภาพอคินแบบนี้
“ไหนวะ? หลังนั้นใช่ไหม”
“น่าจะใช่” รถยนต์คันหรูแล่นเข้ามาจอดหน้าบ้านหลังใหญ่ ทั้งสองเดินลงมาจากรถ แล้วกดออดหน้าบ้านอยู่สักพัก
“อ้าว!! พี่อรรถ พี่เฆม มาทำอะไรบ้านพราวคะ”
“น้องพราวจริง ๆ ด้วย”
“พราวเอง พี่สองคนมีอะไรรึเปล่าคะ” พราวฟ้าเป็นคนเดินออกมาดูว่าใครมา? ทว่าเธอกลับพบเพื่อนทั้งสองของอคินยืนอยู่หน้าบ้านของตัวเอง สร้างความแปลกใจให้กับเธอไม่น้อย
“พี่เอาไอ้คินมาส่ง”
“พี่คิน?”
“มันเมา”
“ก็พาพี่เขากลับไปส่งบ้านสิคะ มาบ้านพราวทำไม”
“ไปมาแล้ว แต่ไอ้คินลืมกุญแจบ้านไว้ในรถ” เฆมเฉลยคำตอบให้กับพราวฟ้า เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ของเธอ ทำให้อรรถและเฆมหันไปมองหน้ากันเลิ่กลั่ก
“พวกพี่เหนื่อยมากเลย อยากกลับไปพักแล้ว”
“ก็ได้ค่ะ งั้นพราวรบกวนพี่แบกพี่คินเข้าไปในบ้านให้หน่อยได้ไหม”
“ได้ครับ” อรรถและเมฆเดินไปแบกอคินจากด้านหลังรถ พวกเขารีบแบกเพื่อนรักเข้าไปบ้านแม่ยายก่อนที่เมียของอคินจะเปลี่ยนใจไล่กลับไปก่อน
“ขอบคุณพวกพี่มากนะคะ”
“มีอะไร ค่อย ๆ คุยกันนะน้องพราว ไอ้คินมันไม่ได้โหดร้ายเหมือนที่เห็น”
“พี่คินโหดร้ายกว่าที่เห็นมากกว่าค่ะ” พราวฟ้ายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่สมเพชตัวเองเมื่อนึกถึงสิ่งที่ถูกเขากระทำ แต่ไม่สามารถทำอะไรเขาได้แม้แต่น้อย
“งั้นพวกพี่กลับก่อนนะครับ”
“ขอบคุณอีกครั้งนะคะ” พราวฟ้าเอ่ยขอบคุณอรรถและเมฆอีกครั้ง ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในบ้านของตัวเอง
“คินเมาหนักเลยเหรอลูก” น้ำเสียงนุ่มนวลเอ่ยถามลูกสาวของตัวเอง เมื่อเห็นลูกเขยถูกหิ้วปีกเข้ามาภายในบ้าน
“ค่ะแม่”
“ทะเลาะอะไรกันรึเปล่าพราว”
“เปล่านี่คะ”
“อย่าโกหกแม่ ผัวเมียกันมีอะไรก็คุยกันดี ๆ สิลูก” คำพูดของแม่เธอ ทำให้พราวฟ้าก้มหน้ามองพื้น เธอชั่งใจอยู่พักหนึ่งก่อนจะตัดสินใจเงยหน้าขึ้นมาคุยกับแม่ของตัวเองด้วยใบหน้าจริงจัง
“หนูจะหย่าค่ะแม่”
“พราว”
“หนูคิดดีแล้วค่ะ ในเมื่อเขาไม่เคยรักหนู ไม่เคยเห็นค่าหนู คิดแต่ว่าหนูเป็นแค่ผู้หญิงหน้าเงิน หนูก็ไม่ขอทนอยู่ต่อค่ะ” ความอัดอั้นทั้งหมดถูกระบายออกมาให้ผู้เป็นแม่ได้รับฟัง
ใบหน้าตกใจเมื่อได้ยินลูกสาวของตัวเองพูดออกมาทำให้ผู้เป็นแม่ไม่ได้ขัดอะไรมากนัก เพราะตอนนี้ลูกสาวของเธอก็โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว
“ถ้าพราวคิดดีแล้ว แม่จะไม่ห้าม แต่ในเมื่อเรายังมีทะเบียนสมรส แม่ก็อยากให้พราวดูแลพี่เขาในฐานะเมีย”
“ขอบคุณนะคะแม่ที่เข้าใจพราว”
“แม่เองต่างหากที่เป็นฝ่ายผิด ดูแลกิจการที่พ่อรักเอาไว้ไม่ได้”
“ไม่เป็นไรค่ะแม่ หนูจะทำให้บริษัทของพ่อกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง” น้ำเสียงและแววตามุ่งมั่นของพราวฟ้าเผยประกายออกมา
ทุกวันนี้พราวฟ้าแค่อยากรักษาบริษัทที่พ่อของเธอสร้างมากับมือ ด้วยหยาดเหงื่อและแรงกายทั้งหมด บริษัทที่พ่อของเธอรักยิ่งกว่าอะไร และเธอจะรักษามันเอาไว้ทุกวิถีทาง
“แม่เชื่อว่าพราวทำได้”
“แม่อยู่เป็นกำลังใจให้พราวนะ”
“จ้ะ แต่ตอนนี้แม่ว่าลูกขึ้นไปดูคินเขาหน่อยไหมลูก”
“ปล่อยเขาเอาไว้แบบนั้นแหละค่ะแม่ คนแบบนั้นตายยาก” น้ำเสียงเรียบเฉยแฝงไปด้วยความโมโหที่มีอยู่ภายในใจ
วันนี้เธออุตส่าห์หนีกลับมานอนที่บ้านของตัวเอง เพื่อรักษาจิตใจ แต่เขากลับตามมาด้วยสภาพเมามาย ยิ่งทำให้เธอโมโหและโกรธเขามากกว่าเดิม ได้แต่คิดในใจว่าสักวันเธอจะปาเงินใส่หน้าของเขาให้ได้
“ทั้งรัก ทั้งโกรธ ทั้งเจ็บ มันเป็นแบบนี้สินะ!!”
