บทที่ 6 ตอนที่ 6 นั่นมันก็เรื่องของเธอ!!
เช้าวันต่อมาร่างบางของพราวฟ้าเดินย่องเข้าไปภายในห้องนอนของอคินเพื่อเตรียมความสะดวกให้กับชายหนุ่มก่อนที่เจ้าตัวจะตื่นนอน
ภายในห้องที่ปกคลุมไปด้วยผ้าม่านสีดำทึบไม่มีแม้แต่แสงสว่างจากแดดด้านนอกส่องเข้ามา ร่างสูงของอคินยังคงนอนหลับสนิทอยู่บนเตียงขนาดคิงไซซ์อย่างสบายอารมณ์ ไม่มีการไหวติงแต่อย่างใด
พราวฟ้ารีบเข้าไปภายในห้องน้ำ เธอหยิบผ้าเช็ดตัวสีขาวพาดเอาไว้บริเวณไม้แขวน มือบางบีบยาสีฟันใส่แปรงสีฟันพร้อมกับเตรียมแก้วน้ำวางไว้คู่กัน โดยไม่ลืมหยิบที่โกนหนวดและโฟมล้างหน้าวางให้กับอคินด้วย
หลังจากนั้นเธอเดินออกมาเตรียมชุดทำงานให้กับเขา โดยวางเอาไว้ในห้องแต่งตัว เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย ร่างบางก็ค่อย ๆ ย่องเดินออกจากห้องนอนของเขาเพื่อลงไปเตรียมอาหารให้กับชายหนุ่มต่อ
พราวฟ้ามักจะทำแบบนี้เป็นประจำตั้งแต่แต่งงานกับอคิน จนตอนนี้เป็นระยะเวลาหนึ่งเดือนแล้วที่เธออาศัยอยู่บ้านของเขาในฐานะภรรยา พราวฟ้าไม่ได้อยู่บ้านเฉย ๆ ดั่งคุณนายคนอื่น
หลังจากที่เธอดูแลอคินเสร็จเรียบร้อยก็จะออกไปทำงานที่บริษัทของพ่อตัวเอง ที่ตอนนี้กำลังเร่งฟื้นฟูสถานการณ์ให้กลับมาดีขึ้น โดยมีบริษัทของอคินหนุนหลังอยู่
“อร่อย จริง ๆ” เสียงพึมพำของพราวฟ้าพูดขึ้น เธอชิมข้าวต้มกุ้งฝีมือของตัวเอง ความอร่อยทำให้ใบหน้าสวยยิ้มกว้างออกมา
“ประสาท!!”
“พี่คิน” เสียงเข้มของอคินดังจากด้านหลัง เขาเดินมาหยิบน้ำเปล่าในตู้เย็นโดยที่พราวฟ้าไม่รู้ตัวเลยสักนิด น้ำเสียงกระแนะกระแหนยามเช้าเป็นอีกหนึ่งการกระทำของอคินที่เขามักจะพูดจากแบบนี้กับเธอ จนเธอชินกับความปากเสียของเขา
“.........”
“วันนี้มีข้าวต้มกุ้ง พี่คินจะทานเลยไหม พราวจะได้จัดโต๊ะให้”
“ไม่!!”
“ไม่ทานหน่อยเหรอคะ? พราวตั้งใจทำให้พี่”
“นั่นมันเรื่องของเธอ” เมื่อตอบคำถามของพราวฟ้าเสร็จ เขาเดินกลับขึ้นไปแต่งตัวที่ห้องนอนของตัวเองโดยมีพราวฟ้าเดินตามหลังไปอาบน้ำแต่งตัวเตรียมไปทำงานเช่นกัน
“เป็นอะไรนะ?” เสียงพึมพำของพราวฟ้า เมื่อเธอสตาร์ตรถของตัวเองเพื่อออกไปทำงานที่บริษัท ทว่ากลับสตาร์ตไม่ติด เธอที่ไม่มีความรู้เรื่องรับใช้มือบางตีเข้าหน้าผากมนของตัวเองเบา ๆ
“อ้าว!! พี่คินจะออกไปทำงานแล้วเหรอคะ”
“อืม”
“พราวขอติดรถไปทำงานด้วยได้ไหม รถพราวสตาร์ตไม่ติด” ตาคมปรายตามองคนตัวเล็กที่กำลังร้องขอความช่วยเหลือจากเขา
อคินเดินเข้ามาภายในโรงจอดรถ และเดินไปที่รถสปอร์ตคันหรูของตัวเองอย่างใจเย็น ไม่มีเสียงตอบรับให้กับพราวฟ้าแต่อย่างใด
“ไม่!!”
“แต่ตอนนี้ฝนกำลังจะตกแล้วนะคะ ให้พราวติดรถไปลงหน้าปากซอยก็ได้”
“นั่นก็เรื่องของเธอ” อคินตวัดดวงตาคมมองพราวฟ้า สีหน้าเฉยเมยไร้ความรู้สึกก่อนที่เขาจะก้าวขายาวของตัวเองขึ้นรถสปอร์ตสีดำคันหรูของตัวเองและขับออกไป ไม่แม้แต่จะจอดให้เธอขึ้นรถไปกับเขา ทั้งที่บริษัทของเธอเป็นทางผ่านไปบริษัทของเขา
พราวฟ้าถอนหายใจออกมา ดวงตากลมโตมองไปยังรถสปอร์ตคันหรูที่กำลังขับออกจากรั้วบ้านด้วยสายตาตัดพ้อ
ใบหน้าสวยแหงนหน้าขึ้นมองบนท้องฟ้าที่มีก้อนเมฆกำลังก่อตัวกลายเป็นฝน ความน้อยอกน้อยใจซ่อนเร้นอยู่ลึก ๆ เธอตัดสินใจเดินออกไปยังหน้าปากซอยเพื่อเรียกรถแท็กซี่ไปยังบริษัท
ขาเรียวสวยเร่งจังหวะการเดินให้เร็วขึ้น เพื่อแข่งกับฝนที่กำลังจะโปรยปรายลงมาในไม่ช้า แต่เหมือนโชคชะตากำลังจะเล่นตลกกับเธอ เมื่อเธอกำลังจะเดินถึงปากซอยบ้านเพื่อเรียกแท็กซี่ ฝนก็ตกลงมาอย่างหนัก
“วันซวยอะไรของฉันเนี่ย” เสียงพึมพำบ่นกับตัวเอง สองเท้ารีบวิ่งไปหลบฝนหน้าปากซอย แต่ด้วยความรีบ ทำให้เธอสะดุดเข้ากับก้อนหินก้อนใหญ่เข้า
ตุบ!! ร่างบางเซล้มลงกับพื้น ชุดทำงานสะอาดตาแปดเปื้อนไปด้วยน้ำสีดำ ผมยาวสลวยเปียกปอนไม่เป็นทรง มือบางยกมือขึ้นสำรวจแผลของตัวเองที่บริเวณฝ่ามือซึ่งตอนนี้มันมีเลือดไหลซึมออกมาไม่หยุด
พราวฟ้าไม่แม้แต่จะลุกขึ้นเดิน เธอน้อยใจในโชคชะตาของตัวเองได้แต่นั่งตากฝน น้อยใจในตัวเอง หยดน้ำตาที่กลั้นเอาไว้ไหลทะลักลงมาอาบแก้มเนียนปะปนกับน้ำฝน ดวงตาแดงก่ำหลับตาลงท่ามกลางสายฝน
พราวฟ้าก้มหน้าเรียกสติตัวก่อน ก่อนที่เธอจะยันตัวเองลุกขึ้น ร่างบางเดินกลับบ้านในสภาพเปียกปอนด้วยใบหน้าเซ็งสุดขีด
ร่างบางเดินเข้าไปในบ้าน ก่อนจะรีบเดินขึ้นไปอาบน้ำ และกลับลงมาทำแผลด้วยตัวเอง ด้วยร่างกายที่ถูกน้ำฝน ทำให้เธอจามออกมาหลายครั้ง และมีท่าทีเหมือนคนไม่สบาย
มือบางขยี้ปลายจมูกเชิดของตัวเองที่ไม่ได้ผ่านมีดหมอมา ก่อนจะจามออกมาอีกหลายครั้ง พราวฟ้านั่งล้างแผลที่ฝ่ามือของตัวเอง และทายาบริเวณซ้ำที่หน้าขาเล็ก
ครืด ครืด ครืด พราวฟ้านั่งล้างแผลตัวเองได้สักพัก มือถือเครื่องหรูก็แจ้งเตือนว่ามีสายเข้า มือบางหยิบมือถือขึ้นมากดรับสายเลขาของตัวเองไม่รอช้า
“ว่าไงคะ พี่ยิ้ม”
“วันนี้คุณพราวไม่เข้าบริษัทเหรอคะ”
“พราวติดธุระนิดหน่อยค่ะ มีงานด่วนรึเปล่าคะ”
“เปล่าหรอกค่ะ พอดีพี่ไม่เห็นคุณพราวเข้ามา”
“ค่ะ อ๋อ พี่ยิ้ม พราวรบกวนติดต่อช่างซ่อมรถมาที่บ้านให้พราวหน่อยนะคะ” ก่อนวางสายพราวฟ้าไม่ลืมแจ้งให้กับเลขาสาวติดต่อช่างให้มาดูรถยนต์ส่วนตัวของเธอที่บ้าน
“ได้ค่ะ”
ยามบ่ายของวัน อาการง่วงเริ่มโจมตีจนเธอทนไม่ไหว เดินขึ้นห้องไปนอนพักด้วยอาการครั่นเนื้อครั่นตัวเหมือนกำลังจะถูกพิษไข้เล่นงาน
ก๊อก ก๊อก ช่วงเย็นของวัน อคินที่กลับมาถึงบ้านไม่เห็นอาหารที่พราวฟ้าเตรียมเอาไว้ให้ เขาจึงเดินมาเคาะประตูห้องเธอเสียงดังด้วยความหงุดหงิด จนทำให้พราวฟ้ารู้สึกตัวตื่นด้วยใบหน้าร้อนผ่าวจากพิษไข้
ใบหน้าสวยซีดเซียวเดินไปเปิดประตูก่อนจะปะทะเข้ากับใบหน้าหล่อของอคินที่ติดหงุดหงิดมาจากที่ บริษัท
“ทำไมเธอไม่ทำอาหารเย็น”
“ปกติพราวทำ พี่ก็ไม่ทานอยู่แล้วนี่คะ”
“นี่เธอ เถียงฉันงั้นเหรอ!!”
“เปล่าค่ะ พราวแค่พูดความจริง”
“ไปทำอาหารให้ฉันกิน” เสียงเข้มตะคอกใส่พราวฟ้าที่ยืนหน้าซีดอยู่ตรงประตู น้ำลายเหนียวกลืนลงคอด้วยความยากลำบาก ร้อยวันพันปีอคินไม่คิดจะทานอาหารฝีมือเธอเลยด้วยซ้ำ
“แต่ตอนนี้พราวไม่สบายนะคะ”
“ไม่ได้เกี่ยวกับฉัน เธอจะเป็นจะตายนั่นก็เรื่องของเธอ”
