บทที่ 8 ตอนที่ 8 ก็แค่เมียตีทะเบียน

“วันนี้พี่คิน กลับบ้านไหมคะ” หลายวันต่อมา หลังจากวันนั้นวันที่พราวฟ้าปฏิเสธร่วมรักกับอคิน เขาแทบไม่ได้กลับมานอนบ้านอีกเลย คงจะเป็นเช้านี้ที่เขากลับเข้ามาเอาของสำคัญที่บ้าน เขาถึงรีบกลับมาเอา ทำให้พราวฟ้าอดใจไม่ไหวเอ่ยถามเจ้าตัวที่กำลังเดินลงจากบันไดบ้าน

“ฉันจะกลับไม่กลับ มันเกี่ยวอะไรกับเธอ”

“เกี่ยวสิคะ ก็พราวเป็นเมียพี่”

“เหอะ!! ฉันเคยบอกตอนไหนว่าเธอเป็นเมีย”

“แต่เราแต่งงานกันแล้วนะคะ”

“นี่เธอคงลืมแล้วสินะ!! ว่าทำไมฉันต้องแต่งงานกับเธอ” อคินหยุดเดิน และหันหน้ากลับมาคุยกับพราวฟ้า แววตาเรียบเฉยจ้องมองใบหน้าสวยที่ยืนอยู่ตรงหน้าไม่ได้บ่งบอกความคิดของเขาเลยสักนิด

“พราวไม่ลืมค่ะ แต่ว่า”

“เธอมันก็แค่เมียตีทะเบียน” เสียงเข้มเอ่ยบอกกับพราวฟ้า ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากบ้าน และรีบขับรถออกไปทันที

ดวงตากลมโตจ้องมองท้ายรถสปอร์ตที่กำลังขับออกจากรั้วบ้าน แววตาแฝงไปด้วยความเสียใจและเจ็บกับคำพูดของสามีตัวเอง ความรู้สึกจุกจนแทบพูดอะไรไม่ออกเอ่อล้นอยู่ภายในอก

อคินไม่เคยเห็นเธอเป็นเมียเลยสักครั้ง แววตาที่เขาจ้องมองเธอว่างเปล่าแทบอ่านใจของเขาไม่ออก พราวฟ้าได้แต่คิดทบทวนเรื่องที่เธอทนอยู่ทุกวันนี้

“คุณแม่มีอะไรรึเปล่าคะ? ถึงได้มาหาพราวแต่เช้า” พราวฟ้าเดินเข้ามาในห้องทำงานของตัวเอง เธอกลับพบแม่ของเธอที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว ร่างบางเดินเข้าไปหาแม่ของตัวเองบริเวณโซฟารับแขก

แววตาของหญิงวัยกลางคนที่ยังดูสาวสะพรั่งต่างจากอายุ ทอดมองลูกสาวของตัวเองด้วยความเป็นห่วง

“พราวดูผอมลงรึเปล่าลูก”

“เปล่านี่คะ คุณแม่”

“แต่งงานเป็นยังไงบ้าง ไม่กลับไปหาแม่ที่บ้านเลยนะ” คุณหญิงพิมพ์ดาว แม่ของพราวฟ้าเอ่ยพูดกับลูกสาวด้วยความเป็นห่วง เพราะช่วงนี้ดูเหมือนพราวฟ้าจะตั้งใจทำงานจนแทบไม่มีเวลาพักผ่อนเลยด้วยซ้ำ

“ช่วงนี้พราวยุ่ง ๆ ค่ะแม่”

“จริง ๆ พราวไม่ต้องเข้ามาทำงานที่บริษัทก็ได้นะลูก แม่กลัวหนูเหนื่อย”

“ไม่ได้หรอกค่ะคุณแม่ บริษัทนี้เป็นบริษัทที่คุณพ่อรักมาก พราวจะทำให้มันกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งให้ได้ค่ะ” น้ำเสียงและแววตามุ่งมั่นของพราวฟ้า ทำให้ผู้เป็นแม่เชื่อสนิทใจว่าลูกสาวของตัวเองจะทำได้ในสักวัน

เพราะตั้งแต่พ่อของพราวฟ้าเสียไป ตัวเธอเองก็เหมือนเสียเสาหลักของครอบครัวไป จากที่ไม่เคยทำงานก็ต้องเข้ามาบริหารบริษัทแทนสามี เพื่อรอให้ลูกสาวเรียนจบ และกลับมาสานต่อ แต่ด้วยความไม่เคยบริหารงานหรือทำงานมาก่อน ทำให้บริษัทแย่ลงเมื่อเธอนั่งเก้าอี้ผู้บริหารและเป็นสาเหตุที่ต้องเข้าไปขอความช่วยเหลือจากครอบครัวของพ่อและแม่ของอคินที่เป็นเพื่อนสนิทกันมา

ถ้าหากว่าพราวฟ้าไม่มีความสุขในชีวิตแต่งงาน แม่อย่างเธอก็ได้แต่โทษตัวเองที่ทำให้ทุกอย่างแย่ลง พราวฟ้าต้องมาแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รัก แต่ลูกสาวของเธอก็ยินดีแต่งเพื่อบริษัทของพ่อตัวเอง

“แม่เชื่อว่าพราวทำได้”

“ขอบคุณที่เชื่อหนูนะคะ”

“พราว พราวยังมีบ้านนะลูก ถ้าหนูมีเรื่องไม่สบายใจ หรือทุกข์ร้อนใจ กลับบ้านเรานะลูก” น้ำเสียงอ่อนโยนของผู้เป็นแม่เอ่ยบอกกับลูกสาวตัวเอง

ร่างบางของพราวฟ้าโผเข้ากอดแม่ของตัวเองทันที อ้อมกอดที่แสนอบอุ่นทำให้เธอมีแรงกำลังสู้กับทุกอย่างอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของธุรกิจ หรือแม้แต่เรื่องชีวิตครอบครัวก็ตาม

“ขอบคุณค่ะแม่”

“Hi เพื่อนรัก ตั้งแต่กลับมาจากอังกฤษไม่ติดต่อฉันสองคนเลยนะยะ” คิ้วเรียวสวยขมวดกันเป็นปมเมื่อได้ยินเสียงทักทายจากเพื่อนรักทั้งสองที่เดินเข้ามาห้องทำงานของเธอ

มะลิ หญิงสาวแก่นแก้วผมยาวสลวยสีดำที่แต่งตัวเหมือนทอมบอย แตกต่างจากริสาที่แต่งตัวเปรี้ยวด้วยชุดเดรสสั้นสีดำ แต่พวกเธอยังสามารถเป็นเพื่อนกันได้ ด้วยนิสัยที่จริงใจที่มีต่อกัน

“มะลิ ริสา” มะลิและริสาเพื่อนสาวคนสนิทของเธอที่มีบุคลิกแตกต่างกัน พวกเธอเรียนอยู่ด้วยกันที่อังกฤษแต่พวกเธอสองคนเที่ยวต่อ จึงไม่ได้กลับมาพร้อมกับเธอ และยังไม่ทราบว่าเธอนั้นแต่งงานแล้ว

“มาได้ไงเนี่ย”

“คิดถึงจึงมาหา ว่าแต่แกไม่ติดต่อมาหาพวกฉันเลยนะ”

“ช่วงนี้ฉันยุ่ง ๆ โทษทีนะ” พราวฟ้าเอ่ยขอโทษเพื่อนรักทั้งสองด้วยใบหน้ารู้สึกผิด เพราะตั้งแต่กลับมาจากอังกฤษเธอก็ยุ่งหลายอย่างจนแทบไม่มีเวลาติดต่อหาเพื่อนรักทั้งสอง แม้แต่เชิญมางานแต่งก็ไม่ได้ติดต่อไป เพราะไม่อยากรบกวนเวลาท่องเที่ยวของเพื่อนรักทั้งสอง

“ไม่เป็นไร ตอนนี้ฉันสองคนกลับมาอยู่ไทยถาวรแล้วนะ”

“เยี่ยมไปเลย”

“จะเที่ยงแล้วไปหาอะไรทานกันไหม” ริสาเอ่ยถามทั้งพราวฟ้าและมะลิขึ้น ก่อนทั้งสามจะตกลงกันไปทานอาหารที่ห้างใกล้ ๆ กับบริษัทของพราวฟ้า

“กินอะไรกันดี” สามสาวหยุดอยู่บริเวณกลางห้างเพื่อหาร้านอาหาร ดวงตากลมโตของพราวฟ้ากวาดรอบไปทั่วบริเวณ ทว่ากลับสะดุดเข้ากับร่างสูงที่คุ้นเคยของใครบางคน

อคินที่ใส่สูทสีดำดูภูมิฐานเดินเคียงข้างมากับผู้หญิงสาวชุดเดรสคนหนึ่ง ทั้งสองกำลังคุยอะไรกัน บางอย่าง และเดินเข้าไปในร้านอาหารญี่ปุ่นด้วยกัน

สิ่งที่พราวฟ้าเห็นทำให้สิ่งรอบข้างของเธอหยุดนิ่ง ร่างบางยืนอยู่ไม่ไหวติงแต่อย่างใด หัวใจดวงเล็กเริ่มบีบรัดจนแทบหายใจไม่ออก เพราะนี่คงเป็นเหตุผลที่เขาไม่กลับบ้านสินะ!!

“พราว พราว ไอ้พราว”

“ฮะ!!” เสียงเรียกของมะลิดังขึ้นหลายรอบกว่าพราวฟ้าจะรู้สึกตัว ใบหน้าสวยดูตกใจเมื่อได้ยินเพื่อนเรียกชื่อตัวเองเสียงดัง

“แกเหม่ออะไร”

“ปะ เปล่า”

“กินอาหารญี่ปุ่นกันดีไหม”

“ไม่ดีกว่า ฉันว่าเราไปกินอาหารเกาหลีกันเถอะ” พราวฟ้ารีบดึงแขนเพื่อนรักคนละข้างเดินออกจากบริเวณหน้าร้านอาหารญี่ปุ่นด้วยหัวใจที่เต้นแรงและบีบรัด แค่เธอหายใจเข้าก็รู้สึกเจ็บร้าวไปทั้งอก

“พราว แกเป็นอะไรรึเปล่า” ริสาที่เห็นใบหน้าของเพื่อนรักที่เหมือนมีอะไรไม่สบายใจอยู่ข้างใน เพราะนี่คงจะเป็นไม่กี่ครั้งที่ทำให้เพื่อนสาวของเธอมีอาการแบบนี้

เพราะปกติพราวฟ้ามักจะเป็นคนร่าเริง และมองโลกในแง่ดีเสมอ แต่มาครั้งนี้เธอสัมผัสได้ว่าพราวฟ้าเพื่อนของเธอเปลี่ยนไปไม่น้อย เหมือนมีอะไรในใจบางอย่างที่ยังไม่ได้เล่าให้เธอและมะลิฟัง

“ไว้ ฉันเล่าให้ฟัง เข้าไปในร้านกันเถอะ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป