บทที่ 3 บทที่ 3
“มองอะไรกันนักหนาฮะอีชื่น ไปหยิบน้ำแร่มาให้ฉันไป๊! แล้วไม่ต้องเสนอหน้าแถวนี้ เดินไปรอที่รถโน่นเลย!” กุสุมาหันมาตวาดไล่เมื่อเห็นช่างภาพชื่อดังคนหนึ่งกำลังมองชญาภาด้วยสายตาชื่นชม
“ค่ะคุณกิ๊บ” ชญาภารับคำ น้อมตัวลงเล็กน้อยก่อนจะเดินเลี่ยงออกมาทันที เธอรู้ดีว่ายิ่งเธอทำตัวให้ลึกลับและไร้ตัวตนมากเท่าไหร่ เธอก็จะยิ่งปลอดภัยจากอารมณ์ร้าย ๆ ของกุสุมามากเท่านั้น
เย็นวันนั้น เมื่อกลับมาถึงคฤหาสน์อัครเดชา บรรยากาศภายในบ้านกลับดูเงียบเชียบและตึงเครียดอย่างผิดปกติ ชญาภาเดินหิ้วกระเป๋าและข้าวของพะรุงพะรังของกุสุมาเข้ามาทางประตูด้านหลัง แต่ยังไม่ทันที่จะได้นำของไปเก็บ เสียงของอัญชลีก็ดังขึ้นจากห้องรับแขกใหญ่ เรียกตัวเธอให้เข้าไปพบในทันที
“อีชื่น! มานี่ซิ!”
ชญาภา รีบวางของแล้วเดินเข้าไปในห้องรับแขกอย่างรวดเร็ว ภาพที่เห็นคือเจ้าสัวธนินกำลังนั่งกุมขมับอยู่บนโซฟา ใบหน้าซีดเผือดราวกับคนอมทุกข์ ขณะที่อัญชลียืนกระสับกระส่ายอยู่ข้าง ๆ ส่วนกุสุมาที่เพิ่งเดินตามเข้ามาทิ้งตัวนั่งลงด้วยความหงุดหงิด
“มีอะไรให้ชื่นรับใช้หรือเปล่าคะคุณผู้หญิง เจ้าสัว” ชญาภาเอ่ยถามพร้อมกับทรุดตัวลงนั่งพับเพียบกับพื้นตามความเคยชิน
อัญชลีหันมามองชญาภา สายตาที่เคยเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม บัดนี้กลับฉายแวววาวโรจน์และมีแผนการบางอย่างที่น่ากลัว หล่อนเดินเข้ามาใกล้ชญาภา ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบแต่แฝงไปด้วยคำสั่งที่เฉียบขาด
“วันพรุ่งนี้... แกต้องเตรียมตัวเดินทางไปต่างจังหวัด”
ชญาภาขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ “ไปต่างจังหวัดหรือคะ? ไปช่วยงานคุณกิ๊บหรือคะคุณผู้หญิง”
“ไม่ใช่!” อัญชลีตวาดขัดขึ้นมาทันควัน “แกไม่ได้ไปทำงานให้ยัยกิ๊บ แต่แกต้องไปพบคนสำคัญแทนยัยกิ๊บต่างหาก!”
“คุณแม่! แต่กิ๊บไม่ยอมนะคะ ทำไมต้องให้อีชื่นมันไปด้วย” กุสุมาประท้วงขึ้นมาทันที หล่อนยังไม่รู้เรื่องราวทั้งหมด รู้เพียงแค่ว่าเย็นนี้คุณพ่อและคุณแม่ดูมีลับลมคมนัย
“เงียบก่อนยัยกิ๊บ! เรื่องนี้แม่จัดการเอง” อัญชลีหันไปปรามลูกสาว ก่อนจะหันกลับมาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของชญาภา “คนสำคัญที่แกต้องไปพบ เขาคือเจ้าหนี้รายใหญ่ของเจ้าสัว... พายัพ อัศวภาค แกต้องเดินทางไปที่รีสอร์ตส่วนตัวของเขาตามที่อยู่ที่ฉันจะให้ และหน้าที่ของแกคือทำทุกอย่างตามที่เขาต้องการ ห้ามขัดขใจ ห้ามปฏิเสธ และห้ามทำให้เขาไม่พอใจเด็ดขาด!”
ชญาภารู้สึกเหมือนหัวใจดิ่งวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม คำว่า ‘ทำทุกอย่างตามที่เขาต้องการ’ และสายตาที่มีเลศนัยของอัญชลีทำให้เด็กสาววัยสิบแปดเริ่มรับรู้ถึงลางสังหรณ์อันเลวร้าย
“คุณผู้หญิงคะ... หมายความว่ายังไงคะ ให้ชื่นไปพบเขาในฐานะอะไร แล้วคุณกิ๊บล่ะคะ” ชญาภาถามเสียงสั่นเครือ
“แกไม่มีสิทธิ์ถาม!” อัญชลีตบโต๊ะเสียงดัง “เจ้าสัวมีบุญคุณชุบเลี้ยงแกมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย ถึงเวลาที่แกต้องตอบแทนบุญคุณแล้วอีชื่น ยัยกิ๊บเป็นถึงนางแบบชื่อดัง มีอนาคตไกล จะให้ไปเกลือกกลั้วกับเรื่องแบบนี้ได้ยังไง ในเมื่อแกอาศัยบ้านนี้อยู่ แกก็ต้องรับหน้าที่นี้แทนยัยกิ๊บ! จำไว้ พรุ่งนี้เช้ารถจะมารับแก... เตรียมตัวไปพบพายัพ อัศวภาค ซะ!”
คำสั่งประกาศเกล้าของอัญชลีดังสะท้อนอยู่ในหัวของชญาภา ราวกับเป็นคำพิพากษาที่ตัดตวงชีวิตและอิสรภาพของเธอไปตลอดกาล โดยที่เธอไม่มีโอกาสได้รู้เลยว่า การก้าวเดินออกจากบ้านหลังนี้ในวันพรุ่งนี้ จะนำพาเธอไปสู่กรงขังแห่งความแค้นและเปลวไฟแห่งเสน่หาที่เธอไม่มีวันหลีกเลี่ยงได้
ตอนที่ 3: คำสั่งที่ปฏิเสธไม่ได้
เช้าวันรุ่งขึ้น บรรยากาศในคฤหาสน์อัครเดชาเต็มไปด้วยความอึดอัดและตึงเครียดจนแทบหายใจไม่สะดวก ชญาภาตื่นขึ้นมาพร้อมกับความวิตกกังวลที่เกาะกุมจิตใจจนนอนไม่หลับทั้งคืน สัมภาระของเธอมีเพียงกระเป๋าเสื้อผ้าใบเก่าที่มีชุดลำลองไม่กี่ชุดตามคำสั่งของอัญชลีที่บอกเพียงว่า ‘ให้ไปช่วยงานและดูแลคุณกิ๊บ’ ระหว่างการเดินทางไปพบแขกคนสำคัญ
ทว่า สิ่งที่สร้างความแปลกใจให้ชญาภาก็คือ รถยนต์ที่มารับพวกเธอในเช้านี้ไม่ใช่รถตู้ประจำของกองถ่ายหรือรถหรูของเจ้าสัวธนิน แต่เป็นรถยุโรปคันใหญ่สีดำสนิทติดฟิล์มทึบและมีชายชุดดำท่าทางเคร่งขรึมเป็นคนขับ
ภายในห้องโดยสารที่เงียบเชียบ รถยนต์คันหรูกำลังแล่นทะยานออกสู่ต่างจังหวัด มุ่งหน้าไปยังพิกัดที่เป็นรีสอร์ตและคฤหาสน์ส่วนตัวแถบชานเมืองอันห่างไกล กุสุมานั่งเงียบมาตลอดทาง ใบหน้าที่เคยแต่งแต้มอย่างงดงามบัดนี้ดูซีดเผือด หล่อนคอยแต่นั่งจิกเล็บลงบนกระเป๋าถือแบรนด์เนมใบหรู ท่าทางกระสับกระส่ายและหวาดระแวงอย่างเห็นได้ชัด จนชญาภาที่นั่งอยู่เบาะข้าง ๆ รู้สึกได้ถึงความผิดปกติ
“คุณกิ๊บเป็นอะไรหรือเปล่าคะ... สีหน้าดูไม่ดีเลยค่ะ” ชญาภาเอ่ยถามด้วยความจำเป็นห่วง แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายมักจะตอบกลับด้วยคำพูดร้าย ๆ เสมอ
แต่ครั้งนี้กลับต่างออกไป กุสุมาไม่ได้ตวาดใส่ หล่อนหันมามองชญาภาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างที่ชญาภาไม่เคยเห็นมาก่อน ในที่สุด กุสุมาก็ทนความอึดอัดไม่ไหว หล่อนเอื้อมมืออันสั่นเทามาจับข้อมือของชญาภาไว้แน่น
“ชื่น... แกต้องช่วยฉันนะ แกต้องช่วยฉันจริง ๆ” น้ำเสียงของกุสุมาสั่นเครือราวกับจะร้องไห้
“เกิดอะไรขึ้นคะคุณกิ๊บ ช่วยเรื่องอะไรคะ”
“
คนที่เรากำลังจะไปพบ... เขาคือ
พายัพ อัศวภาค
”
