บทที่ 5 บทที่ 5
พายัพหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ร่างสูงใหญ่ที่กำยำบดบังแสงสว่างจากด้านหลังจนชญาภาตกอยู่ภายใต้ร่มเงาของเขา เขากวาดสายตามองเด็กสาวตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะเหยียดรอยยิ้มหยันที่มุมปาก น้ำเสียงทุ้มต่ำทว่าทรงพลังเอ่ยขึ้น
“หึ... ในที่สุด ตระกูลอัครเดชาก็ยอมคลานเข่าส่งตัว ‘ลูกสาวคนโปรด’ มาให้ฉันถึงที่”
คำว่า ‘ลูกสาวคนโปรด’ ทำให้ชญาภาตระหนักได้ทันทีว่าพายัพกำลังเข้าใจผิด คิดว่าเธอคือ กุสุมา หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าเพื่อเรียกสติและพยายามจะปฏิเสธ
“คุณคะ... คุณกำลังเข้าใจผิดค่ะ ชื่นไม่ใช่...”
“หุบปาก!” พายัพตวาดขัดเสียงกร้าว ดุดันจนชญาภาสะดุ้งตัวโยน “ไม่ต้องมาทำเป็นบีบน้ำตาตาใส พ่อของเธอ... เจ้าสัวธนิน มันหน้าด้านโกงเงินครอบครัวฉันไปมากมายมหาศาลจนพ่อของฉันต้องหนีไปตรอมใจตายที่ต่างประเทศ! มันเสวยสุขบนความฉิบหายของคนอื่นมานานนับสิบปี และตอนนี้ เวลากรรมมันตามทันแล้ว!”
พายัพโยนแฟ้มเอกสารหนาปึกลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้าเสียงดังสนั่น แผ่นกระดาษบางส่วนกระเด็นออกมา ชญาภาเหลือบไปเห็นตัวเลขในหนังสือสัญญากู้ยืมและใบทวงหนี้สินค้างชำระ... มันเป็นจำนวนเงินมหาศาลหลายร้อยล้านบาท ตัวเลขที่ตระกูลอัครเดชาไม่มีวันหามาจ่ายคืนได้ในตอนนี้ และนั่นเป็นเหตุผลที่เจ้าสัวธนินเกือบล้มละลาย จนต้องยอมส่งตัวลูกสาวมาขัดดอก
“เห็นตัวเลขพวกนั้นไหม กุสุมา?” พายัพจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ แววตาของเขาเต็มไปด้วยเพลิงแค้นที่ถูกสุมทรมานมานานปี
“พ่อของเธอสู้หน้าฉันไม่ไหว ถึงได้ยอมเซ็นสัญญาตัดหางปล่อยวัดเธอ ส่งเธอมาอยู่ที่นี่เพื่อล้างหนี้สินทั้งหมดแทนตระกูลของเธอไงล่ะ!”
“ไม่ใช่นะคะ! ฟังชื่นก่อนค่ะคุณพายัพ!” ชญาภาร้องประท้วง น้ำตาเอ่อล้นออกมาด้วยความตื่นตระหนก “ชื่นไม่ใช่คุณกิ๊บค่ะ! ชื่นชื่อชญาภา เป็นแค่เด็กรับใช้ในบ้านที่คุณผู้หญิงกับคุณกิ๊บส่งมาแทน... ชื่นไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับหนี้สินพวกนี้เลยนะคะ!”
“คิดจะเล่นตลกอะไร!” พายัพก้าวเข้าประชิดตัว บีบข้อมือบางของชญาภาไว้แน่นจนเธอต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด “พาสปอร์ตและเอกสารยืนยันตัวตนที่คนของฉันได้มาจากแม่ของเธอ มันระบุชัดเจนว่าเธอคือ กุสุมา อัครเดชา! อย่ามาเล่นละครตบตาเพื่อเอาตัวรอดหน่อยเลย คนอย่างเจ้าสัวธนินมันรักตัวกลัวตายยิ่งกว่าอะไรดี ถ้าไม่ใช่ลูกสาวแท้ ๆ ของมัน มีหรือมันจะยอมส่งมาสยบยอมให้ฉันถึงที่นี่!”
“ชื่นพูดความจริงนะคะ! ชื่นแอบอ้าง...”
“พอที!” พายัพตวาดลั่นอย่างหมดความอดทน เขาไม่รับฟังคำอธิบายใด ๆ จากปากของเธออีกต่อไป เพราะในใจของเขามีแต่ความโกรธแค้นต่อตระกูลนี้จนมืดบอด “เธอไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ และไม่มีสิทธิ์ต่อรองอะไรทั้งนั้น ในเมื่อกล้าก้าวเท้าเข้ามาในบ้านหลังนี้แล้ว ก็เตรียมตัวรับกรรมที่พ่อของเธอทำไว้ได้เลย!”
พายัพสะบัดข้อมือของเธอออกอย่างแรงจนร่างบางถลาไปกระแทกกับขอบโซฟา ชญาภาสะอื้นไห้ออกมาด้วยความหวาดกลัวและหมดหนทาง ความกตัญญูที่เธอแบกรับมาบัดนี้กลายเป็นกรงขังล้อมกรอบชีวิตเธอไว้โดยสมบูรณ์
ชายหนุ่มหันหลังกลับไปหาลูกน้องชุดดำที่ยืนคอยคำสั่งอยู่รอบห้องโถง ก่อนจะออกคำสั่งเสียงเฉียบขาดและก้องกังวานไปทั่วคฤหาสน์
“ปิดประตูคฤหาสน์ให้หมด! ล็อกลงกลอนทุกบาน ห้ามใครเข้าออกโดยไม่ได้รับอนุญาตจากฉัน!”
เสียงประตูไม้สักทองบานยักษ์ที่หน้าคฤหาสน์เลื่อนปิดฉากลงช้า ๆ ก่อนจะมีเสียงกลอนเหล็กกระทบกันดัง แกร๊ก! ล็อกตายจากด้านนอก บดบังแสงสว่างสุดท้ายของยามเย็นจนห้องโถงตกอยู่ในความมืดสลัว
พายัพหันกลับมามองชญาภาที่นอนร้องไห้อยู่บนพื้น สายตาของเขาเย็นชาปานน้ำแข็งขั้วโลก
“นับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป... เธอหมดอิสรภาพแล้ว กุสุมา เธอไม่มีสิทธิ์กลับออกไปจากที่นี่แม้แต่ก้าวเดียว จนกว่าฉันจะสะใจ!”
ตัวแทนชำระหนี้
ความเงียบงันอันน่าอึดอัดโรยตัวลงปกคลุมห้องโถงใหญ่หลังจากเสียงลงกลอนประตูเหล็กสิ้นสุดลง ชญาภานั่งทรุดอยู่บนพื้นห้องที่เย็นเฉียบ สองมือสั่นเทารวบกระเป๋าเสื้อผ้าใบเก่ามากอดไว้แน่นราวกำแพงพึ่งพาสุดท้ายในชีวิต หยาดน้ำตาไหลอาบแก้มเนียนระลอกแล้วระลอกเล่าเมื่อความจริงทั้งหมดกระจ่างชัดในสมอง
เธอไม่ใช่แค่พี่เลี้ยง... ไม่ใช่แค่คนติดตามที่มาช่วยงานตามที่อัญชลีหลอกลวง และไม่ใช่แค่คนที่กุสุมาขอร้องให้มาพบแขกแทนเพราะความกลัว แต่เธอคือ 'สินค้า' ที่ถูกตระกูลอัครเดชาแพ็กใส่กล่องตีตราส่งมาขัดดอกเพื่อแลกกับหนี้สินมหาศาลร้อยล้าน!
"ฮึก... พวกเขาทำแบบนี้กับชื่นได้ยังไง" หญิงสาวพึมพำเสียงแผ่วเครือลึกในลำคอ ความกตัญญูที่เธอเคยภาคภูมิใจย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจจนเหวอะหวะ
พายัพก้าวเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าร่างที่สั่นเทา บาดแผลในอดีตที่ฝังลึกยามเห็นครอบครัวตัวเองพังพินาศเพราะความคดโกงของเจ้าสัวธนิน ทำให้ดวงตาคู่คมที่มองลงมาไม่มีกระแสแห่งความเวทนาแม้แต่น้อย มีเพียงรอยยิ้มหยันและสายตาเหยียดหยามคุกคาม
"เลิกบีบน้ำตาเรียกความสงสารได้แล้ว กุสุมา" พายัพเอ่ยน้ำเสียงหยัน "หรือต้องให้ฉันเรียกเธอว่า ชญาภา ดีล่ะ? ละครฉากใหม่ที่พ่อแม่เธอผู้กำกับน่ะ มันตื้นเขินจนฉันอยากจะหัวเราะชะมัด"
ชญาภาเงยใบหน้าที่นองน้ำตาขึ้นมองเขาอย่างไม่เข้าใจ "คุณ... คุณพายัพคะ ชื่นพูดความจริงนะคะ ชื่นไม่ใช่คุณกิ๊บจริง ๆ ชื่นไม่รู้เรื่องหนี้สินพวกร้อยล้านพันล้านนั่นเลย..."
