บทที่ 1 WILDFIRE เพลิงพ่ายรัก EP1
ตอนที่ 1 กาฝากในกองเพลิง
เสียงเพลงอีดีเอ็มจังหวะหนักหน่วงดังก้องสะท้อนไปทั่วทุกมุมห้อง คลุกเคล้ากับกลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกลิ่นน้ำหอมแบรนด์เนมที่ลอยอวลในอากาศของผับวีไอพีระดับไฮเอนด์ใจกลางกรุงเทพมหานคร แสงไฟเลเซอร์สาดส่องตัดกับความมืดสลัวที่ถูกออกแบบมาเพื่ออำพรางตัวตนและปลดปล่อยสัญชาตญาณดิบของนักท่องราตรี
บนโซฟาหนังสีเบอร์กันดีมุมหนึ่งของร้าน ร่างสูงใหญ่ของอัคนีหรือเพลิงเอนกายพิงพนักด้วยท่าทีเกียจคร้าน ใบหน้าหล่อเหลาคมคายถูกฉาบไล้ด้วยแสงไฟวูบวาบ นัยน์ตาสีเข้มจัดทอดมองแก้ววิสกี้ในมืออย่างเบื่อหน่าย ข้างกายเขามีนางแบบสาวหุ่นเพรียวบางในชุดเดรสรัดรูปกำลังเกาะแขนและซบใบหน้าลงบนไหล่กว้าง ปลายนิ้วเรียวสวยของหล่อนไล้ไปตามแผงอกแกร่งภายใต้เสื้อเชิ้ตสีดำที่ปลดกระดุมออกจนเห็นผิวสีขาวจัด
“เพลิงคะ คืนนี้ไปต่อที่ห้องเมย์ไหมคะ” หญิงสาวกระซิบชิดใบหูพลางขบเม้มติ่งหูเขาเบาๆ เพื่อปลุกเร้าอารมณ์
ชายหนุ่มยกยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา มันดูเย็นชาและอันตรายมากกว่าจะเชื้อเชิญ เขาเอียงคอเล็กน้อย ปรายตามองหญิงสาวข้างกายด้วยแววตาว่างเปล่า
“ผมเบื่อแล้ว”
คำตอบสั้นห้วนนั้นทำให้อีกฝ่ายหน้าเจื่อนลงทันตา แต่อัคนีไม่คิดจะรักษาน้ำใจใคร เขาพร้อมจะแผดเผาทุกอย่างตามอำเภอใจ และเมื่อหมดความสนใจเขาก็พร้อมจะผลักไสทุกสิ่งทิ้งอย่างไม่ไยดี
ท่ามกลางบรรยากาศที่เริ่มอึดอัด สมาร์ตโฟนเครื่องหรูบนโต๊ะกระจกก็สั่นเตือน หน้าจอโชว์ชื่อสายเรียกเข้าที่ทำให้คิ้วเข้มขมวดมุ่นเข้าหากันทันที คุณหญิงราตรี
อัคนีพ่นลมหายใจอย่างหงุดหงิด เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดรับสาย น้ำเสียงที่กรอกลงไปเจือความรำคาญอย่างปิดไม่มิด
“ครับคุณแม่”
“ตาเพลิง อยู่ไหน ลูกลืมหรือเปล่าว่าวันนี้วันอะไร” เสียงปลายสายดุมาตามประสาผู้เป็นแม่ที่เอาแต่ใจไม่แพ้ลูกชาย
“ผมทำงานอยู่ครับ”
“ทำงานอะไรดึกดื่นป่านนี้ แม่รู้นะว่าเราอยู่ที่ผับ รีบกลับมาบ้านเดี๋ยวนี้เลย วันนี้วันเกิดน้อง แม่จัดงานเลี้ยงเล็กๆ ไว้ รอเราคนเดียวเนี่ย”
คำว่าน้องทำให้อัคนีกัดกรามแน่นจนขึ้นสันนูน ความร้อนรุ่มในอกที่เคยสงบนิ่งกลับปะทุขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ภาพเด็กสาวหน้าตาจิ้มลิ้มที่แม่เขารับมาอุปการะเมื่อสิบปีก่อนผุดขึ้นมาในความทรงจำ เด็กที่เขาตราหน้าว่าเป็นลูกศัตรู เป็นกาฝากที่เข้ามาเกาะกินครอบครัวเขา และเป็นหลักฐานความอัปยศที่พ่อทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้าก่อนจะตรอมใจตาย
“ผมไม่ว่าง และผมก็ไม่คิดว่างานวันเกิดของเด็กกำพร้าคนหนึ่งจะสำคัญพอให้ผมต้องทิ้งธุระ”
“ตาเพลิง ถ้าแกไม่กลับมาภายในครึ่งชั่วโมง แกจะได้เห็นดีกับแม่แน่ แม่จะอายัดบัตรเครดิตทุกใบ จะยึดคอนโด แล้วแกก็อย่าหวังว่าจะได้เหยียบเข้าบ้านนี้อีก” คุณหญิงราตรียื่นคำขาดเสียงกร้าว
คำขู่เดิมที่ได้ผลทุกครั้ง ไม่ใช่เพราะเขากลัวจะไม่มีเงินใช้ แต่เขารำคาญที่จะต้องมานั่งตามง้อแม่ทีหลังมากกว่า อัคนีกระแทกแก้ววิสกี้ลงบนโต๊ะจนของเหลวสีอำพันกระฉอก หญิงสาวข้างกายสะดุ้งตกใจสุดตัว
“กลับ” คำเดียวห้วนกระด้างดังขึ้น ก่อนที่ร่างสูงสง่าจะลุกยืนเต็มความสูง เขาไม่สนใจเสียงเรียกของนางแบบสาวที่ถูกทิ้งไว้กลางทาง สองขายาวก้าวฝ่าฝูงชนออกมาด้วยอารมณ์คุกรุ่นพร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ
รถสปอร์ตหรูสีดำสนิทแล่นทะยานไปบนท้องถนนยามค่ำคืนด้วยความเร็วสูง เสียงเครื่องยนต์คำรามกึกก้องราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังเกรี้ยวกราด ภายในห้องโดยสารอัคนีกำพวงมาลัยแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว ดวงตาคมกริบจ้องมองถนนเบื้องหน้า ทว่าในหัวกลับเต็มไปด้วยภาพความทรงจำอันเลวร้าย
สิบปีก่อนพ่อของเขาเสียชีวิตเพราะตรอมใจเรื่องผู้หญิง และผู้หญิงคนนั้นก็คือแม่ของพิชชาหรือลูกพีช ผู้หญิงไร้ยางอายที่ทำให้ครอบครัวเขาต้องร้าวฉาน แม้แม่จะพร่ำบอกว่าเข้าใจผิด แต่สำหรับอัคนีหลักฐานมันชัดเจนเกินกว่าจะปฏิเสธ ยิ่งแม่รับเด็กนั่นมาเลี้ยงดูอย่างดีประหนึ่งลูกในไส้ก็ยิ่งตอกย้ำความเจ็บปวดในใจ เขาเกลียด เกลียดทุกอย่างที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของผู้หญิงคนนั้น
รถสปอร์ตเลี้ยวเข้าสู่คฤหาสน์หลังใหญ่ บริเวณสวนหน้าบ้านถูกประดับประดาด้วยไฟดวงเล็กระยิบระยับ บรรยากาศดูอบอุ่นและชวนฝันช่างขัดแย้งกับพายุอารมณ์ในใจของเจ้าของบ้านเสียเหลือเกิน
อัคนีก้าวลงจากรถด้วยท่าทีดุดัน เขาเดินผ่านประตูไม้บานใหญ่เข้าไปในห้องโถงกลาง เสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะสดใสเงียบลงทันทีเมื่อร่างสูงปรากฏตัว
บรรยากาศในห้องโถงเปลี่ยนเป็นตึงเครียด อัคนีกวาดสายตามองไปรอบตัวก่อนจะหยุดอยู่ที่ร่างเพรียวบางของเจ้าของวันเกิด
พิชชาในวัยยี่สิบปีบริบูรณ์ไม่ใช่เด็กกะโปโลผอมแห้งที่เขาเคยเห็นเมื่อหลายปีก่อนอีกแล้ว วันนี้เธออยู่ในชุดเดรสสายเดี่ยวสีครีมผ้าซาตินแนบเนื้อที่ขับเน้นส่วนโค้งเว้าให้ดูโดดเด่น ผิวขาวเนียนละเอียดต้องแสงไฟนวลตา ใบหน้าหวานซึ้งถูกแต่งแต้มเครื่องสำอางบางเบาแต่กลับดูเย้ายวนอย่างประหลาด โดยเฉพาะริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อและดวงตากลมโตคู่สวยที่กำลังมองมาทางเขา
มันคือความสวยงามที่อาบชโลมไปด้วยยาพิษ
