บทที่ 2 WILDFIRE เพลิงพ่ายรัก EP2
“พี่เพลิง” เสียงหวานใสดังขึ้นแผ่วเบา หญิงสาวยกมือไหว้เขาอย่างนอบน้อมแต่สายตานั้นกลับไม่ได้ดูเกรงกลัวอย่างที่ควรจะเป็น
“มาช้าจริงตาเพลิง น้องเป่าเค้กไปแล้ว” คุณหญิงราตรีรีบเดินเข้ามาหาลูกชาย พยายามทำลายบรรยากาศมาคุ “มานั่งก่อนสิลูก”
อัคนีเบี่ยงตัวหลบมือแม่ที่ยื่นมาแตะแขนเบาๆ สายตายังคงจดจ้องอยู่ที่ร่างบางตรงหน้าไม่วางตา เขาเดินเข้าไปหาเธอช้าๆ ทว่าทุกย่างก้าวกลับหนักแน่นและคุกคาม จนกระทั่งมายืนประจันหน้าในระยะประชิด กลิ่นหอมอ่อนหวานของดอกพีชจากตัวเธอลอยมาแตะจมูก มันเป็นกลิ่นที่หอมจนน่าเวียนหัวและน่าขยี้ให้แหลกคามือ
“แต่งตัวอะไรของเธอ”
คำถามแรกที่หลุดจากปากไม่ใช่คำอวยพรวันเกิดแต่เป็นวาจาเชือดเฉือนที่ตั้งใจทำให้คนฟังหน้าชา
“คะ” ลูกพีชเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แสร้งทำหน้าใสซื่อถามกลับ
“ฉันถามว่าแต่งตัวอะไร เป็นนักศึกษาหรือว่าเป็นสาวไซด์ไลน์ เสื้อผ้าแทบจะไม่ปิดเนื้อหนังแบบนี้ คิดจะยั่วใครในบ้านไม่ทราบ”
“ตาเพลิง หยุดพูดจาหยาบคายเดี๋ยวนี้นะ” คุณหญิงราตรีร้องห้ามเสียงหลง ทว่านั่นกลับยิ่งเหมือนเอาน้ำมันราดลงบนกองไฟ
“ทำไมครับแม่ ผมพูดความจริง เด็กนี่มันโตเกินวัย หรือว่าแม่สอนให้บริหารเสน่ห์ตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ เผื่อจะได้จับผู้ชายรวยๆ เหมือนแม่มัน”
เพียะ
ใบหน้าหล่อเหลาหันไปตามแรงตบของมารดา ความเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นที่แก้มซ้ายแต่กลับไม่เท่าความเจ็บปวดในใจที่เห็นแม่ปกป้องกาฝากตรงหน้า อัคนีหันกลับมามองมารดาด้วยสายตาตัดพ้อ ก่อนจะตวัดสายตาดุดันกลับมามองกาฝากด้วยความเกลียดชังที่ทวีความรุนแรงขึ้น
“ออกไปให้หมด” อัคนีตวาดลั่นจนสาวใช้และแขกเหรื่อในงานสะดุ้ง “ผมจะคุยกับเด็กนี่ตามลำพัง”
คุณหญิงราตรีทำท่าจะคัดค้าน แต่เมื่อเห็นแววตาเอาจริงของลูกชายประกอบกับพิชชาที่พยักหน้าให้เบาๆ เชิงบอกว่ารับมือไหว ท่านจึงจำใจพาคนอื่นออกไปจากห้องโถง ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงัดที่น่าอึดอัด
เมื่อลับหลังผู้คนอัคนีก็สาวเท้าเข้าประชิดตัวหญิงสาวอีกครั้ง คราวนี้เขาบีบต้นแขนเรียวแน่นจนนิ้วจิกเข้าไปในเนื้อนุ่ม
“เจ็บนะพี่เพลิง” เจ้าของวันเกิดร้องประท้วงพลางพยายามแกะมือหนาออก แต่เรี่ยวแรงอันน้อยนิดไม่อาจสู้แรงมหาศาลของเขาได้เลย
“เจ็บสิดี จะได้จำใส่หัวไว้ว่าอย่าสะเออะมาทำตัวเสมอเจ้าของบ้าน” อัคนีก้มลงกระซิบข้างหู น้ำเสียงเหี้ยมเกรียมและลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอระหง “กาฝากอย่างเธอต่อให้เอาเพชรมาประดับก็เป็นได้แค่กาฝากวันยังค่ำ”
พิชชาเงยหน้าขึ้นสบตาคนตัวโต แทนที่จะร้องไห้ฟูมฟายหรือหวาดกลัวอย่างที่เขาคาดหวัง ริมฝีปากอิ่มกลับยกยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มท้าทายและยั่วยวนจนอัคนีถึงกับชะงัก
“ถ้าพีชเป็นกาฝาก พีชก็คงเป็นกาฝากพันธุ์พิเศษค่ะ”
เธอพูดพลางขยับตัวเข้าไปใกล้เขามากขึ้นจนหน้าอกอวบอิ่มภายใต้ชุดเดรสบางเบาเบียดชิดกับแผงอกกว้างอย่างจงใจ อัคนีตัวแข็งทื่อ สัมผัสนุ่มหยุ่นนั้นเหมือนกระแสไฟฟ้าแล่นปราดไปทั่วร่าง
“เพราะพีชเป็นกาฝากที่พี่เพลิงไม่มีวันเขี่ยหลุด”
เธอยืดตัวขึ้นและเขย่งปลายเท้าเล็กน้อยเพื่อให้ใบหน้าอยู่ระดับเดียวกับปลายคางเขา ดวงตากลมโตแวววาวราวกับลูกแมวที่กำลังหยอกล้อกับราชสีห์
“และดูเหมือนว่าพี่เพลิงเองก็ไม่ได้อยากจะเขี่ยพีชทิ้งเท่าไหร่หรอกจริงไหมคะ ไม่งั้นคงไม่จ้องหน้าอกพีชตาเป็นมันขนาดนี้”
“ยัยเด็กบ้า”
อัคนีคำรามในลำคอพร้อมกับผลักร่างบางออกไปจนเธอเซชนโซฟาด้านหลัง ความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านผสมปนเปกับความต้องการลึกซึ้งที่ถูกปลุกปั่นขึ้นมาอย่างไม่ตั้งใจ เขาโกรธที่เธอรู้ทันและโกรธยิ่งกว่าที่ร่างกายทรยศและตอบสนองต่อสัมผัสของเธอ
“คิดว่าฉันพิศวาสเธอนักหรือไง ก็แค่ของแปลก เป็นของที่แม่ฉันเก็บมาเลี้ยง อย่าสำคัญตัวผิด”
ถึงจะพูดแบบนั้นแต่สายตาคมกริบกลับกวาดมองเรือนร่างอรชรอย่างจาบจ้วง ตั้งแต่ลำคอระหงไล่ลงมายังเนินอกอิ่มที่กระเพื่อมขึ้นลงตามแรงหายใจ เอวคอดกิ่วและสะโพกผายที่ซ่อนรูปอย่างแนบเนียน เขาต้องยอมรับว่าเด็กกาฝากคนนี้โตขึ้นมาเป็นสาวสะพรั่งที่น่าขย้ำให้จมเขี้ยวจริงๆ
พิชชาจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่พร้อมกับเชิดหน้าขึ้นมองเขาอย่างไม่ลดละ ภายในใจหวาดหวั่นไม่น้อยที่ต้องเผชิญหน้ากับพายุอารมณ์ของอัคนี แต่เธอรู้ดีว่าการแสดงความอ่อนแอคือสิ่งที่เขาต้องการ และเธอจะไม่ยอมให้เขาเห็นน้ำตาเด็ดขาด หญิงสาวเลือกที่จะสวมหน้ากากคนใจกล้าเพื่อปกป้องหัวใจดวงน้อยที่แอบซ่อนความรู้สึกบางอย่างไว้
“เกลียดพีชมากเหรอคะ” เธอเอ่ยถามเสียงเรียบ
“เกลียด…เกลียดเข้าไส้ ฉันเกลียดรอยยิ้มจอมปลอมของเธอ เกลียดสายตาใสซื่อที่ซ่อนความร้ายกาจไว้ข้างใน เกลียดทุกอย่างที่เป็นเธอ” อัคนีตะคอกกลับทันควัน
“งั้นก็ดีค่ะ” พิชชายิ้มหวานแม้ดวงตาจะไหวระริก “ยิ่งเกลียดก็ยิ่งจำพีชได้แม่นไม่ใช่เหรอคะ”
เธอค่อยก้าวเดินอย่างเชื่องช้าผ่านหน้าเขาไป จงใจให้ไหล่บางเฉียดกับแขนแกร่งแผ่วเบา ทิ้งกลิ่นหอมยั่วยวนไว้ให้เขาว้าวุ่นใจเล่น ก่อนจะหยุดที่เชิงบันไดแล้วหันกลับมามองชายหนุ่มที่ยืนกำหมัดแน่นอยู่กลางห้อง
“ของขวัญวันเกิดปีนี้พีชไม่ขออะไรมากหรอกค่ะ แค่ได้เห็นพี่เพลิงคลั่งเพราะพีชก็ถือเป็นของขวัญที่วิเศษที่สุดแล้ว”
พูดจบเธอก็หมุนตัวเดินขึ้นบันไดไป ทิ้งให้อัคนียืนมองตามแผ่นหลังเนียนสวยนั้นด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก มันคือความอยากเอาชนะ ความโกรธเคือง และความปรารถนาดิบเถื่อนที่กำลังก่อตัวขึ้นเหมือนพายุลูกใหญ่
เขาอยากจะกระชากเธอกลับมาสั่งสอนให้หลาบจำ แล้วบดขยี้ริมฝีปากช่างต่อล้อต่อเถียงนั่นให้บวมเจ่อ อยากจะทำให้เธอร้องเรียกชื่อเขาจนเสียงแหบแห้ง อยากจะลบความหยิ่งผยองออกจากใบหน้าหวานล้ำนั่นให้สิ้นซาก
ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อระงับสติอารมณ์ที่กำลังเตลิดเปิดเปิง เขาเดินไปที่บาร์เครื่องดื่มก่อนจะรินวิสกี้ใส่แก้วแล้วกระดกรวดเดียวหมด สายตาคมกริบจ้องมองไปยังทิศทางที่หญิงสาวเพิ่งเดินหายลับไป
“ปากเก่งให้ตลอดเถอะยัยเด็กกาฝาก”
อัคนีกระแทกแก้วลงกับโต๊ะจนเกิดรอยร้าว เสียงลอดไรฟันดังก้องในความเงียบราวกับคำปฏิญาณของซาตานร้าย
“อย่าเผลอก็แล้วกัน เพราะฉันจะเผาเธอให้วอดวายคามือ”
