บทที่ 1 อารัมภบท

‘กรรม’ คือกิจการที่กระทำด้วยว่าทั้งกาย วาจา แลใจ มิว่าจะเป็นกรรมดีหรือกรรมชั่ว ผู้ที่กระทำย่อมได้รับผลของกรรมนั้นทั้งสิ้น ดังบทประพันธ์ต่อไปนี้จะเล่าถึงวิบากกรรมที่คนทั้ง ๔ นี้ได้กระทำรวมกันมามิว่ากี่ชาติภพ หากแต่ความจริงแล้วมิมีผู้ใดที่รู้อย่างแน่ชัดว่าแท้จริงแล้ว กรรม คือสิ่งใด

​“แม่นายเจ้าขา แม่นายนี่ร้อยพวงมาลัยสวยจังเลยนะเจ้าค่ะ”

สตรีสูงศักดิ์ในชุดสไบเฉียงพาดบ่าหันมายกยิ้มบางเบากับบ่าวรับใช้ของตนพลางมองช่อพวงมาลัยที่พึ่งจะร้อยเสร็จไปหมาด ๆ ด้วยรอยยิ้มที่พึงใจ จากนั้นจึงวางลงบนพานทองตรงหน้าแล้วจึงหันไปดูพวงมาลัยของบ่าวคนสนิทต่อ กลิ่นดอกพุดแลดอกรัก ระเหย หอมหวาน คลอเคลียสายลมโชย

ภาพแห่งความสุขตรงหน้าล้วนอยู่ในสายตาของชายหนุ่มคนหนึ่งอยู่ตลอดเวลา ทว่ากลับไม่มีใครเคยเห็นเขา ถึงแม้หลายครั้งต่อหลายครั้งที่ชายหนุ่มคนนี้พยายามที่จะเข้าไปหาหรือกระทั่งแตะตัวพวกเธอแต่ราวกับว่าเขาเป็นเพียงจิตปรุงแต่งเท่านั้น ไม่มีตัวตน สัมผัสไม่ได้ ไม่รับรู้ถึงการมีอยู่ของเขา กระนั้นชายหนุ่มกลับรับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวอยู่ตลอดเวลา ดังเช่นตอนนี้เมื่อภาพของหญิงสาวก่อนหน้านี้กำลังถูกหญิงอีกคนด่าทอและตบตีด้วยความทารุณอยู่ตรงหน้าเขา

“กูบอกมึงแล้วมิใช่รึ ว่าคุณพี่ขุนเป็นคู่หมายของกู รึมึงมิเคยสำเหนียกคิดจะเทียบเคียงกูงั้นรึ” ขณะที่พูดแววตาของนางก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความโมโหโกรธา ซ้ำร้ายยังกระชากผมหญิงสาวที่มีใบหน้าคล้ายคลึงกับตน

หญิงสาวผู้ถูกกระทำร้องออกมาน้ำตาคลอพลางเอ่ยคำอ้อนวอน

“คุณพี่ปล่อยน้องเจ้าค่ะ น้องเจ็บ”

“จักให้กูปล่อยงั้นรึ มึงมิรู้ความผิดของมึงเลยหนา อีรำพึง”

“น้องมิได้ทำสิ่งใดผิด คุณพี่ปล่อยน้องเถอะนะเจ้าค่ะ น้องเจ็บ”

“หึ! คิดว่าที่มึงให้ท่าคุณพี่ขุนของกู กูจักมิรู้ความรึ อีชาติไพร่!”

โครม! ฝ่าเท้าหนัก ๆ ของหญิงสาวผู้เดือดดาลกระแทกลงกลางอกของหญิงนามว่า รำพึง เข้าเต็มแรง ทำให้ยามนี้หญิงสาวล้มหงายหลังลงไปนอนกองอยู่กับพื้น

“แม่นายรำพึง!”

‘เพชรพรรณาราย’ มองการกระทำที่แสนป่าเถื่อนนั้นด้วยความสงสาร ทว่าทุกครั้งที่เขาพยายามเข้าไปช่วยหญิงสาว ก็ประหนึ่งมีมือนับร้อยมากระชากขาเขาเอาไว้ไม่ให้ได้ขยับแม้แต่ครึ่งก้าว

และเหมือนกับทุกครั้งเวลาที่เขาจะหลุดพ้นจากพันธะบ้าบอที่ตรึงตราร่างของตนเอาไว้ เพชรก็มักจะมาโผล่อีกที่หนึ่งเสมอ มันเป็นบ้านเรือนไทยหลังไม่ใหญ่มากนัก ภายนอกดูงดงาม แต่บรรยากาศกลับไม่ค่อยน่าชื่นชมเสียเท่าไรนัก รอบๆ บ้านรายล้อมไปด้วยผืนป่าราวกับว่าที่นี่ไม่มีแม้แต่ทางออก

เพชรยืนดูชายหญิงคู่หนึ่งอยู่จากด้านนอกหน้าต่าง มองเห็นไม่ชัดว่าทั้งสองหน้าตาเป็นอย่างไร แต่เขากลับคาดเดาหน้าตาของหญิงสาวได้ หล่อนคือ คุณรำพึง หญิงสาวที่เขาเห็นก่อนหน้านี้ ท่าทางของเธอดูเศร้าสร้อยเสียยิ่งกว่าก่อนหน้านี้

เพชรพยายามเดินเข้าไปในบ้านเรือนไทยหลังนั้น มองการกระทำของทั้งสองจากมุมหนึ่งของบ้าน คุณรำพึง ถูกทำร้ายอีกแล้ว หญิงสูงศักดิ์คนนี้น่าสงสารเหลือเกิน หากแต่ทุกครั้งที่เพชรพยายามเข้าไปช่วยเธอก็มีเสียงหนึ่งดังแว่วขึ้นมาเสียก่อนเสมอ

‘คุณพี่ช่วยน้องด้วย....’

“...” ไม่ทันได้สังเกตอะไรไปมากกว่านั้นเพชรก็ถูกกระชากมายังห้องห้องหนึ่ง ห้องนี้มืดมากราวกับว่าไม่เคยได้รับแสงแดดสาดส่องมาก่อน

เพชรได้ยินเสียงผู้หญิงคนนั้นเรียกเขาอีกแล้ว คราวนี้มันใกล้มากใกล้เสียจนเขารู้สึกเย็นวาบไปถึงกลางหลัง เพชรค่อยๆ ขยับหันไปมองด้านหลังอย่างเชื่องช้า ทว่ากลับพบแต่ความว่างเปล่า

เพชรไม่เห็นใครสักคนแม้กระทั่งชายหนึ่งคู่นั้น สองขาหนักอึ้งพยายามก้าวขาเพื่อหาทางออกจากที่นี่ หากแต่มองไปทางไหนก็มีแต่ความมืดมิด ชายหนุ่มหรี่ตาเล็กลง เขาเดินตามทางไปเรื่อย ๆ เท่าที่ตนเองจำได้

เพชรมั่นใจว่าอีกประเดี๋ยวจะมีหญิงสาวคนหนึ่งมาชี้ทางออกให้เขา ทว่าเดินมานานเท่าไรเขาก็ไม่เห็นหญิงสาวคนนั้น เขาจะกลับไปไม่ได้เช่นนั้นหรือ(?)

‘คุณพี่ช่วยน้องด้วยเจ้าค่ะ น้องหิว หิวเหลือเกิน~’

เพชรได้ยินเสียงนั้นอีกแล้ว!

“คุณรำพึง” ทุกๆ ครั้งเขาจะสงบปากสงบคำของตนเอาไว้ หากแต่ครั้งนี้ชายหนุ่มกับเผลอเอ่ยชื่อเจ้าของเสียงปริศนานั้นออกไป เขาจึงรู้สึกราวกับว่ามันได้ไปปลดปล่อยพันธนาการอะไรบางอย่างให้ออกมา

เพชรเคยมาที่นี่หลายต่อหลายครั้ง หากแต่ครั้งนี้เขากลับรู้สึกว่ามันน่ากลัวเสียยิ่งว่าครั้งไหน ๆ ความรู้สึกเย็นวาบราวใครมากระซิบบางอย่างตรงท้ายทอยทำให้เพชรพรรณารายรู้สึกขนลุกซู่ เขารีบหันกลับไปในทันที แต่กลับมีมือคู่หนึ่งมาจับใบหน้าของเขาเอาไว้ให้หยุดนิ่ง เพชรไม่เคยเจอเหตุการณ์นี้มาก่อน ไม่ว่าจะฝันเรื่องนี้มาแล้วกี่ครั้ง

อึก!

เขากลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากลำบาก มือคู่นั้นค่อยๆ เลื่อนลงตามกรอบหน้าของเขาอย่างเชื่องช้า เล็บยาว ๆ ของหญิงสาวด้านหลังกรีดผ่านใบหน้าให้ได้เจ็บแสบ

แผล็บ!

เพชรรู้สึกถึงความเย็นยะเยือกลากผ่านใบหน้าของเขาไปจนถึงลำคอ ชายหนุ่มหยุดนิ่งไม่กล้าที่จะขยับกายเคลื่อนไหว ทั้งยังไม่กล้าที่จะหายใจเสียด้วยซ้ำ

‘คุณพี่เจ้าขา...น้องหิวเหลือเกินเจ้าค่ะ’ น้ำเสียงนั้นแหบพร่าและเยือกเย็นราวกับสายน้ำไหล หากแต่ฟังดูน่าขนลุก

ทำไม(?) ทำไมเขาถึงไม่ตื่นจากความฝันนี้เสียที ภายในใจของเพชรพรรณารายเริ่มจะหวั่นวิตก เจ้าของห่วงนิมิตนี้คิดจะเอาเขาไปอยู่ด้วยแล้วอย่างนั้นหรือ

หากแต่เพียงเสี้ยววินาทีที่ความคิดและดวงจิตของเขากำลังปั่นป่วน เพชรรับรู้ว่าหญิงสาวด้านหลังของเขาหายไปแล้ว อีกทั้งสองขาที่ถูกตรึงตรายังขยับได้ เพชรล้มกายลงเหนือพื้นหายใจหอบเหนื่อย

‘ชายเล็กช่วยแม่ด้วย แม่ทรมานเหลือเกิน’

ตรงหน้าของเพชรพรรณารายคือหม่อมราชวงศ์ ศศิกานต์ ผู้เป็นมารดาบังเกิดเกล้า หญิงสาวผู้งดงามและมีเมตตาในสายตาของเพชรเสมอ ทว่าครั้งนี้แม่ของเขากลับไม่เป็นอย่างนั้น แม่ดูทรมาน ทรมานอย่างมาก

เพชรมองดูภาพแม่ของตนที่แตกต่างไปจากเดิม ในตอนนั้นเองที่มีวิญญาณในชุดไทยห่มสไบขี่คอแม่ของเขาอยู่ ชายหนุ่มมองสิ่งนั้นด้วยความหวาดหวั่น

ขณะที่เพชรกำลังจะก้าวขาไปหาผู้เป็นมารดา ร่างของท่านก็ค่อย ๆ ห่างจากเขาไปเรื่อย ๆ

‘ชายเล็กแม่ร้อน ร้อนเหลือเกิน~ ช่วยแม่ด้วย’

ร่างของแม่มีไฟลุกโชนออกมาทั้งร่าง ก่อนจะค่อย ๆ เลือนรางไปในที่สุด ทว่าหญิงสาวผู้นั้นกลับไม่เลือนหายไปด้วย ร่างดำทมิฬนั้นหยุดนิ่งอยู่เนิ่นนานจนเพชรไม่กล้าขยับหนี

อยู่ ๆ เพชรก็ได้ยินเสียงดนตรีไทยดังขึ้นมา ไม่นานหญิงสาวตรงหน้าก็ขยับกายเป็นท่ารำที่วิจิตรงดงาม เคล้าครวญเสียงเพลงที่กำลังบรรเลงไปเรื่อย ๆ หากแต่เมื่อมองดูให้ดี ๆ แล้วคอของหญิงสาวกับไม่ขยับไปไหน มันอยู่ติดกับไหล่ขณะที่เจ้าหล่อนนั้นร่ายรำ

เพชรพนมมือขึ้นคิดจะสวดมนต์ให้ตนเองได้ตื่นจากห้วงเนรมิตนี้เสียที “สัพเพ สัตตา อะเวรา โหนตุ....” ชายหนุ่มหลับตาพยายามที่จะแผ่เมตตาให้หญิงสาว หากแต่เมื่อเพียงแค่ขึ้นบทแผ่เมตตา เสียงดนตรีไทยก็หายไป เพชรค่อย ๆ ลืมตาตื่นกลับพบว่าเขาไม่เห็นหญิงสาวในชุดไทยแล้ว

หากแต่เพชรกลับรู้สึกหนักที่ไหลขึ้นมาเอาเสียดื้อๆ ราวกับว่ามีอะไรบางอย่างมาเกยที่ไหล่เขาเอาไว้ ชายหนุ่มรู้ทันทีว่าคือใคร

‘สัพเพ สัตตา อะเวรา โหนตุ...จงเป็นศพเป็นศพเถิด!’

เสียงสวดมนต์กระซิบแหบพร่าข้างใบหูทำให้เพชรพรรณารายตัวแข็งค้าง หญิงสาวทบทวนบทสวดมนต์ของเขาทุกคำ ใบหน้าของเจ้าหล่อนนั้นเต็มไปด้วยคราบเลือดและแผลเหวอะหวะ น่าเกลียดน่ากลัว เกินกว่าที่จิตใจมนุษย์ธรรมดาจะรับไหว

เธอนั้นมองดูเพชรด้วยแววตาเรียบนิ่ง มุมปากค่อยฉีกออกจากกันเรื่อย ๆ ชายหนุ่มยืนแข็งค้าง น้ำตาหยดหนึ่งไหลออกมาจากนัยน์ตาสีเปลือกไม้อย่างไม่อาจห้ามปราม

เสียงหัวเราะดังขึ้นรอบตัวของชายหนุ่ม เพชรทรุดเข่าลง มือทั้งสองข้างปิดหูเอาไว้จนรู้สึกอื้ออึงไปหมด เขาร้องไห้ออกมาอย่างน่าเวทนา ขณะที่ใบหน้าของหญิงสาวลอยอยู่รอบตัวของเขา 

นี่คำทำนายจะเป็นจริงแล้วหรือ

“ทะ...ทำไม ทำไมกัน” น้ำเสียงหนักอึ้งค่อย ๆ เปล่งออกมา

‘เพราะกูจักคอยตามเอาชีวิตมึง ดำดิ่งลงไปสู่ห้วงอเวจี ฮ่า ๆ ตาย ตาย ตาย ตาย!’

“คุณชาย คุณชายเล็กเจ้าค่ะ”

เสียงของใครบางคนดังขึ้น เพชรพรรณารายจึงค่อย ๆ ลืมตาตามเสียงเรียกนั้น ขณะที่น้ำตาไหลอาบแก้ม เขาก็เห็นแสงสว่างเจิดจ้า ราวกับว่ามันเป็นเสียงของหยาดน้ำทิพย์ให้เขาได้ตื่นจากห้วงเนรมิตนี้  

"คุณชายเล็กเจ้าคะ ตื่นเถอะนะเจ้าคะ"

เฮือก!

“คุณแม่!”

ด้วยความตกใจเพชรหรือคุณชายเพชรพรรณารายสะดุ้งตื่นอย่างสุดตัว เหงื่อกาฬไหลเคลือบกรอบหน้า ชายหนุ่มจับหัวใจที่เต้นระรัวของตนเอาไว้ มันดังราวกับกลองระรัวเร็ว

“ฝันถึงคุณแม่หรือคะ”

เพชรเม้มปากแน่น รู้สึกหนักอึ้งจนไม่สามารถขยับปากพูดได้

ผ่านไปหลายนาทีเมื่อเห็นว่าคุณชายของเธอไม่ตอบกลับมาอีกทั้งยังสั่นกลัว แม่อร หรือแม่นมอรจึงเข้าไปกอดปลอบชายหนุ่ม

“ฝันร้ายอีกแล้วหรือคะคุณชาย” มือบางลูบเส้นผมอ่อนนุ่มด้วยความอ่อนโยนอย่างนึกปลอบประโลมใจคุณชายเล็กของเธอ

“ขวัญเอย ขวัญมา นะคะคุณชายเล็กของนมอร”

ชายหนุ่มร้องไห้ออกมาเงียบ ๆ กอดหญิงสาววัยกลางคนแน่น ทว่าเขากลับไม่มีเสียงสะอื้นไห้ หรือคำพูดใดออกมา มีเพียงน้ำตาที่เปรอะเปื้อนใบหน้าหล่อเหล่าเท่านั้น

ความฝันเมื่อครู่นี้ช่างเหมือนจริงเหลือกัน เหมือนจริงเสียจนเพชรคิดว่าตนจะไม่สามารถตื่นขึ้นมาได้อีกแล้ว

เพชรพรรณารายมักจะฝันแบบนี้ซ้ำไปซ้ำมาทุกครั้งที่หลับตาลง ทว่าครั้งนี้กลับไม่เหมือนเมื่อดังเช่นครั้งก่อน ๆ ที่ผ่านมา ความฝันเมื่อครู่นี้ทำให้เพชรมิอาจจะควบคุมสติสัมปชัญญะได้อีกต่อไป ราวกับวิญญาณของเขาได้ล่องลอยหลุดจากร่างออกไปไกลแสนไกล

แม่อรผลักออกจากร่างที่สั่นเทาของชายหนุ่ม เธอกลับพบว่าแววตาที่เคยสดใส อ่อนโยนคู่นั้นยามนี้กลับดูว่างเปล่าเหลือเกิน

“คุณชายเล็ก โธ่คุณชายเล็กของนม” โลกใบนี้ผู้ที่จิตใจเข้มแข็งและแข็งแกร่งที่สุดเห็นจะมีแค่ นิลกาฬ เท่านั้น คุณชายของเธอเองก็เป็นถึงนิลกาฬเพศผู้ที่ให้กำเนิดความแข็งแกร่งของมนุษย์ ทว่าครั้งนี้เขากลับไม่ได้สติเพียงเพราะความหลับฝันอย่างนั้นหรือ

“ดื่มน้ำมนต์นี้ก่อนนะคะ” เพทายวัยกลางคนพยุงร่างที่ไร้สติของนิลกาฬหนุ่มไว้จากนั้นก็ป้อนน้ำมนต์ในขันให้กับเขา

“คุณชาย คุณชายเล็ก คุณชายเล็กได้ยินป้าไหมคะ”

เฮือก!

บทถัดไป