บทที่ 11 4/3
‘คุณพี่ดูจะมีความสุขดีนะเจ้าคะ แต่น้องทุกข์ทรมานเหลือเกิน’
เพชรนิ่งค้าง เขาอยากจะลุกออกไปจากตรงนี้เต็มทนแต่เขากลับทำไม่ได้ ร่างกายมันไม่ขยับอีกแล้ว ทว่าอยู่ ๆ เสียงผิวปากนั้นก็หายไป
“เพชร”
แหวก!
เพชรสะดุ้งสุดตัวทั้งตกใจเสียงของนกแสกและเสียงเรียกชื่อตนเอง จนเขาทำขนมในมือร่วงหล่น ทว่าเมื่อหันไปก็พบว่าเป็นทีปกรที่เดินเข้ามาหาเขา ชายหนุ่มนั่งลงข้าง ๆ
เพชรถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ผีรำพึงคงจะกลัวทีปกรเป็นแน่ เพราะอีกฝ่ายนั้นพอจะมีของดีอยู่บ้าง
“มันมองมึงอยู่นานหรือยัง”
“หมายถึง...” เขาไม่อยากที่จะพูดถึงมันเท่าใดนัก
“นก นกแสกพวกนั้น มันมองมึงอยู่”
“นานแล้ว” เขาตอบเนิบนาบ ไม่เข้าใจเช่นกันว่าเหตุใดนกพวกนี้เอาแต่จ้องมองเขาอยู่ตลอดเวลา
ทีปกรพยักหน้ารับก่อนที่จะเอ่ยขึ้น “กูไปวังมึงมา” เขาเว้นจังหวะไปชั่วอึดใจให้เพชรนั้นอยากจะรู้ว่าอีกฝ่ายจะเอ่ยสิ่งใดต่อไป
“พ่อครูเขาฝากของมาให้มึง อะเอาไปสิ” ว่าพลางยัดใส่มือของเพื่อนสนิท
“อะไรหรือกร” เพชรถาม นัยน์ตาสีเปลือกไม้จ้องมองสร้อยคอที่มีเขี้ยวเสือห้อยติดกันอยู่อย่างไม่ค่อยเข้าใจนัก
“เขี้ยวเสือโปร่งฟ้า” ทีปกรเอ่ยบอก
เขี้ยวเสือโปร่งฟ้า เป็นของเย็น เป็นเมตตามหานิยม นำโชคลาภส่งเสริมสิริมงคลแก่ผู้ครอบครอง หนุนดวงทำให้ผู้ครอบครองร่ำรวยเป็นมหาเศรษฐีกันมานักต่อนักและยังเป็นสุดยอดของเครื่องรางมหาอุตคงกระพันชาตรีอันล้ำเลิศยากจะหาสิ่งใดเทียบเคียงได้ ทั้งเป็นแก้วสารพัดนึกใช้ได้ทั้ง ๑๐๘ ประการ ปกป้องคุ้มครองให้แคล้วคลาดปลอดภัยจากศาสตราวุธทั้งปวงได้ ไม่เว้นแม้แต่คุณไสยมนต์ดำหรือสัตว์ร้ายต่างๆ ก็มิอาจทำอันตรายใด ๆ ได้เลย
โบราณว่าไว้ในเสือ ๑๐๐ ตัวจะมีเพียง ๒-๓ ตัวที่มีเขี้ยวโปร่งฟ้าและในป่า ๑๐๐ ป่าจะมีเพียงไม่กี่ป่าที่มีเสือไฟอาศัยหรือบางทีอาจไม่มีเลย เขี้ยวเสือนี้จึงนับเป็นเครื่องรางของขลังของศักดิ์สิทธิ์ที่ยากจะหามาครอบครอง
ทว่าพ่อครูสิงห์กลับให้เขาเอามาให้เพชรพรรณารายเสียอย่างนั้น
ดูท่าแล้วพ่อครูได้ออกจากศีลก็ครานี้แหละ...
“พ่อครูเขาบอกให้มึงรีบกลับบ้านด้วย อย่าไปเถลไถลที่ไหนล่ะ”
“เราไม่ใช่เด็กเสียหน่อย” เพชรยู่ปาก ทำไมทุกคนถึงชอบทำอย่างกับว่าเขาเป็นเด็กนักก็ไม่รู้ ทั้ง ๆ ที่เขาเป็นถึงศัลยแพทย์ผู้มีชื่อเสียงที่เรียนจบมาในวัยเพียงยี่สิบสองปีเศษเท่านั้น
ใช่เพชรพรรณารายเรียกได้ว่าเป็นอัจฉริยะก็ว่าได้เพราะเขาเข้าเรียนมหาวิทยาลัยในประเทศอังกฤษได้ในวัยเพียงสิบหกปีเท่านั้น นั่นทำให้เขาเด็กกว่าทีปกรอยู่หลายปีทีเดียว
“หึ! เชื่อฟังพ่อครูกูเยอะ ๆ ก็พอ ไหนมึงลองทำหน้าเศร้า ๆ ซิ” ทีปกรเอ่ยอย่างหยอกเย้าหลังจากที่สวมสร้อยให้เพชรเรียบร้อยแล้ว
เพชรขมวดคิ้ว “อะไร ให้เราทำทำไม”
“ก็เผื่อแต่งงานไป พ่อครูเห็นหน้าหมาหงอยของมึงเขาจะได้สงสารมึงไง มา! ลองทำดูซิ”
“ไม่เอาหรอก ใครจะไปทำแบบนั้นกัน”
“ฮ่า ๆ ก็มึงทำอยู่นี่ไง” ทีปกรหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ ทำให้เพชรเองจำต้องหัวเราะตามเพื่อนไปด้วย
“ขอบคุณนะกรที่ยอมช่วยเรา” เพชรเผยรอยยิ้มออกมาจนตาหยีผ่านเลนส์แว่นตาที่สวมใส่ เขานึกอยากจะขอบคุณเพื่อนคนนี้อีกสักร้อย ๆ ครั้ง
“ก็มึงเพื่อนกูนิ” ทีปกรตบเข้าที่ไหล่ของเพื่อนเบา ๆ
“กลับบ้านเถอะ”
“อือ เอ๊ะ...”
"อะไรของมึง"
“เหมือนนกพวกนั้นจะไปแล้วนะ สงสัยคงกลัวสร้อยเส้นนี้ละมั้ง” เพชรว่าพลางจับเข้าที่สร้อยคอที่ตนสวมอยู่
'พ่อครูสิงห์นี่ก็พึ่งพาได้เหมือนกันแฮะ'
