บทที่ 14 5/3

“แล้วแม่หมอพอจะบอกได้แค่ไหนครับ”

“ตามที่เขาให้ข้าพูด” เธอว่าอย่างนั้นจากนั้นจึงหยดน้ำตาเทียนลงไปในขันน้ำด้านหน้าตน หัวคิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน ท่าทางของเธอเคร่งขรึมขึ้นมา ทว่าเพียงเสี้ยววินาทีแววตานั้นกลับแสดงความหวาดกลัวต่ออะไรบางอย่าง สายตาถมึงทึงจ้องมองมาในญาณทิพย์ของเธอด้วยความไม่พอใจ หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะรักษากิริยาของตนให้สงบนิ่งดั่งเดิม “เอ็งฝันเห็นหญิงสาวสองคนสมัยอยุธยาทุกคืนใช่หรือไม่”

“ครับ”

“ชาติก่อนเอ็งทำร้ายเขาไว้มากทีเดียว พอมาชาตินี้เขาจึงตามมาอาฆาตแค้นเอ็ง”

“แล้วพอจะมีวิธีแก้ไหมครับ”

“คู่ชะตาเขาจะช่วยเอ็ง แต่กรรมหนักทีเดียวข้าไม่ค่อยแน่ใจนักว่าเอ็งจะรอดหรือไม่เพราะดูท่าแล้วเจ้ากรรมนายเวรของเอ็งเขาจะไม่ยอมง่าย ๆ” ท่าทางของหญิงสาวฟังดูน่าเกรงขามประหนึ่งผู้ส่งสาสน์จากใครก็ตามที่อยู่อีกฟากฝั่งของโลกหลังความตาย

เพชรสีหน้าตระหนก ดวงตาใสสั่นระริก หรือพ่อครูสิงห์เองก็จะช่วยเขาไม่ได้เช่นนั้นหรือ

“ของที่เขาให้ติดตัวมาอย่าได้ถอดเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นเขาจะรู้แล้วตามมาเอาชีวิตเอ็ง”

“ครับ”

“ข้าตอบได้เพียงเท่านี้ พวกเอ็งกลับกันไปเถอะ”

“แต่...”

“ข้าตอบได้เพียงเท่านี้กลับไปเถอะ พ่อมึงส่งแขกหน่อย”

“เชิญ”

ล้อรถเต่าสไตล์ยุโรปหยุดจอดลงตรงหน้าประตูวังก่อนที่จะมีคนรับใช้มาเปิดประตูให้ ทีปกรจึงได้ขับรถเข้าไปจอดด้านใน ตลอดเส้นทางมาที่วังแห่งนี้เพชรพรรณารายเอาแต่นั่งนิ่งเงียบ นัยน์ตาใสเศร้าหมองหลังจากที่ได้ฟังดวงชะตาชีวิตของตน

“เพชร เพชรถึงแล้ว” ทีปกรเอยเรียกเพื่อนสนิทคนนี้อยู่หลายประโยค เพชรสะดุ้งตัวเล็กน้อยถึงได้สติกลับมา

“อือ ขอบคุณที่มาส่งนะกร แวะไปดื่มน้ำก่อนสิ”

“อืม กูชักจะคอแห้งขึ้นมาพอดี” ทีปกรว่าออกมาจากนั้นเขาและเพรชพรรณารายก็เปิดประตูรถออกไปพร้อมกัน ทว่าสายตาของเขาดันไปสะดุดเข้ากับร่างสูงที่คุ้นเคยของใครบางคน

พ่อครูสิงห์ยืนรออยู่หน้าประตู ดวงตาคมฉายแววดุแฝงคำตำหนิเล็กน้อยจากนั้นจึงหมุนตัวเดินมุ่งหน้ากลับขึ้นไปบนบันไดของวัง

ทีปกรเห็นท่าทางเช่นนั้นของพ่อครูก็ได้แต่กลืนน้ำลายลงคออย่างฝืด ๆ เขาฝากตัวเป็นลูกศิษย์กับพ่อครูสิงห์มาหลายปี ทำไมจะไม่รู้ว่าพ่อครูสิงห์นิสัยเป็นอย่างไร ถึงภายนอกจะแสดงออกว่าเป็นคนเย็นชาแต่แท้จริงแล้วพ่อครูเองก็คงแอบเป็นห่วงคู่ชะตาของตนเองอยู่พอสมควร

“ไอ้เพชร กูว่ากูกลับดีกว่าวะ”

“อ้าวไม่ขึ้นไปกราบท่านพ่อท่านแม่ก่อนหรอกหรือกร”

“โทษทีวะ ฝากกราบท่านทั้งสองแทนกูด้วยแล้วกัน กูไปก่อนละ” ทีปกรเอ่ยบอกเพราะเขารู้ความผิดของตนดี ถ้าตามเข้าไปตอนนี้ต้องเจอพ่อครูเป็นแน่ เขายังไม่อยากถูกพ่อครูดุหรอกนะ

“อ่า ขับรถดี ๆ นะกร” เพชรยิ้มให้พลางโบกมือ หลังจากที่เพทายหนุ่มขับรถออกไปแล้วเขาจึงได้หมุนตัวเดินเข้าไปในวังบ้าง วันนี้เหนื่อยมาทั้งวันแล้วนิลกาฬหนุ่มจึงอยากจะอาบน้ำพักผ่อนให้เต็มที่

“คุณชายเล็กเจ้าคะ ท่านชายทรงเรียกหาเจ้าค่ะ” ปิ่นมณีเอ่ยบอก แววตาของเธอที่มองเจ้านายผู้สูงศักดิ์เต็มไปด้วยความหวาดกลัวอยู่ในที เพชรพยักหน้ารับ เข้าใจว่าเธอยังกลัวเขาจากเหตุการณ์เมื่อเช้านี้อยู่

เพชรพรรณารายเดินเข้ามายังห้องนั่งเล่นก็เห็นว่าท่านพ่อและท่านแม่ใหญ่ทรงประทับอยู่ ทว่าสายตาของเขากลับสะดุดเข้ากับร่างสูงของใครบางคน พ่อครูสิงห์นั่งอยู่ด้วย สองมือวางอยู่บนไม้ตะพดเพื่อค้ำยันเอาไว้ อีกทั้งสายตาไร้อารมณ์ยังมองมาทางเขา

“มานั่งก่อนสิชายเล็ก” ท่านชายภากรทรงตรัสขึ้น เพชรจึงได้คุกเข่าลงแล้วเข้าไปกราบท่านทั้งสอง จากนั้นเขาจึงลุกขึ้นไปนั่งบนโซฟากับท่านหญิงพรรณพษาหรือท่านแม่ใหญ่อย่างนอบน้อม โดยที่มีพ่อครูสิงห์มองตามทุกการกระทำของเขา

“ท่านพ่อทรงเรียกผมมามีอะไรจะตรัสหรือเปล่าครับ”

“เรื่องแต่งงาน พ่อให้คนจัดเตรียมงานไว้หมดแล้ว อีกสามวันเตรียมตัวให้ดี เราจะได้แต่งงานแล้วนะชายเล็ก”

“สามวัน มันไม่เร็วไปหน่อยหรือครับ”

“เราไม่อาจจะรอได้อีกแล้ว ลูกเองก็รู้ดีชายเล็ก หากไม่แต่งงานกับพ่อครูสิงห์ให้เร็วที่สุด พ่อเกรงว่าคำทำนายของหลวงพ่อจะเป็นจริงเข้าสักวัน” น้ำเสียงของท่านชายภากรสั่นเครือเล็กน้อยเพราะเป็นห่วงบุตรชายคนนี้ของตนมากนัก

“เชื่อเสด็จพ่อเถิดลูก” ท่านหญิงพรรณพษาทรงตรัสเสริมขึ้น ถึงแม้ว่าเพชรพรรณารายจะไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของเธอแต่เธอเองก็รักเขาไม่ต่างอะไรกับลูกชายคนอื่น ๆ อีกทั้งแม่ของเพชรได้ฝากลูกไว้ให้เธอช่วยดูแล แล้วอย่างนี้เธอจะผิดสัญญาได้อย่างไร

“ครับ” เพชรพยักหน้าพลางตอบรับ ถึงพ่อครูสิงห์จะเย็นชาไปมากแต่เพชรก็มั่นใจว่าหลังแต่งงานไปแล้ว พวกเขาต่างคนต่างอยู่และไม่ยุ่งเกี่ยวกันถึงจะเป็นการดีแก่พวกเขาและพ่อครูเองก็จะยังคงรักษาศีลที่ถือปฏิบัติมาได้เช่นกัน เขาจึงคิดว่าไม่อยากโต้แย้งอะไรอีก

“พรุ่งนี้พาพ่อครูไปตัดชุดเสีย แม่แจ้งแก่ห้องเสื้อคุณวันเธอไปแล้ว”

“ครับแม่ใหญ่”

“พ่อครูไม่ได้มีปัญหาอะไรใช่ไหมครับ” ท่านชายทรงตรัสถามแก่เจ้าบ่าวในงานนี้บ้างเพราะทรงคิดว่าควรจะให้พ่อครูเป็นคนตัดสินใจเองเสียมากกว่า เพราะก่อนจะทำพิธีแต่งงาน เพชรพรรณารายและพ่อครูสิงห์จะต้องทำพิธีผูกดวงเพื่อแก้กรรมของบุตรชายเขาเสียก่อน ดวงชะตาของพ่อครูที่แข็งกล้าจึงจะคุ้มภัยแก่บุตรชายของเขาได้

“ไม่มี เอ่อ...ไม่มีครับ” น้ำเสียงของพ่อครูสิงห์เปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาคิดว่าตนควรจะให้ความเคารพต่ออีกฝ่ายอยู่มาก อย่างน้อยหม่อมเจ้าภากรก็อายุมากกว่าเขาแต่จะให้เขาใช้คำราชาศัพท์อย่างเช่นข้ารับใช้เหล่านั้นก็เห็นจะกระดากปากไปมาก

หม่อมเจ้าภากรขมวดคิ้วเล็ก ๆ จากนั้นจึงทรงแย้มพระสรวลออกมา

“ขอบคุณนะครับที่ยอมช่วย”

พ่อครูสิงห์พยักหน้าตอบเล็กน้อยจากนั้นพวกเขาทั้งสี่จึงได้แยกตัวออกไปพักผ่อนยังห้องของตน ทว่าแทนที่เพชรจะเข้าไปพักผ่อนห้องตัวเองนิลกาฬหนุ่มกลับเลือกที่จะเดินตามพ่อครูมาแทน

ขณะที่กำลังก้าวขาข้ามผ่านธรณีประตูพ่อครูสิงห์กลับหยุดชะงัก ทำให้เพชรต้องหยุดเดินไปด้วย โชคดีที่เขาเว้นระยะห่างมากพอจึงไม่ชนเข้ากับแผ่นหลังกว้างของอีกฝ่ายใบหน้านิ่งขรึมขมวดคิ้วเล็กน้อยเป็นเชิงถามว่ามีสิ่งใดจึงได้เดินตามตนมา

“ผมกลัว...” น้ำเสียงสั่นเครือว่าออกมา นัยน์ตาสีเปลือกไม้สั่นระริกคล้ายกับมีหยาดน้ำสีใสอยู่ในนั้น เรื่องที่เขาเจอมาตลอดทั้งวันมันทำให้จิตใจของเขาไม่อาจจะรับไหวอีกต่อไปแล้ว ทำไมต้องเป็นเขา ทำไมผีตนนั้นถึงต้องการเอาชีวิตเขา

บทก่อนหน้า
บทถัดไป