บทที่ 6 2/3

“ท่านพ่อล่ะ”

“ทรงประทับรออยู่ที่ห้องรับแขกเจ้าค่ะ”

เพชรพรรณารายก้าวเข้าไปยังห้องรับแขกพร้อมกับสิงหเรศที่เดินตามเขาเข้ามา เขาเห็นว่าทุกคนอยู่กันพร้อมหน้าจึงคิดจะเดินเข้าไปหาผู้เป็นบิดา

กระทั่งผู้เป็นหัวใจหลักของวังได้เห็นใบหน้าของแขกผู้มาเยือนทุกอย่างจึงได้หยุดลง ชายวัยกลางคนลุกขึ้นยืนและเดินมาหาสิงหเรศทั้งยังโค้งศีรษะคำนับอย่างสุภาพ สิงหเรศเองก็ทำเพียงพยักหน้าตอบรับเท่านั้น ทำให้ทุกสายตาต่างตกตะลึง

“ท่านชายทรงทำอะไรเพคะ” หม่อมเจ้าหญิงพรรณพษาโวยวายขึ้นมาเมื่อสามีที่เป็นถึงหม่อมเจ้าของเธอกลับโค้งคำนับให้กับชายปริศนาตรงหน้า ทว่าสามีของเธอกับยกยิ้มแล้วตบหลังมือเธอเบา ๆ ให้ใจเย็นลง

“สวัสดีครับพ่อครูสิงห์” หม่อมเจ้าภากรทรงตรัสก่อนจะเชื้อเชิญให้อีกฝ่ายนั่งลงตรงข้ามกับตน เพชรและพี่ชายทั้งสองที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่ทำได้เพียงมองหน้ากันไปมาเท่านั้น

“ขอบคุณที่มาตามคำเชิญของผมนะครับ”

สิงหเรศนั่งหลังตรงสง่า ทั้งสองมือใช้ไม้ตะพดค้ำยันเอาไว้ ก่อนจะเอ่ยถามขึ้น

“ลูกชายเอ็งคนนี้ใช่ไหมที่บอกข้า”

“ใช่ครับ”

“อือ ดูท่าแล้วจะไม่รอด”

“...!”

“แล้วพอจะช่วยได้หรือไม่ครับ” หม่อมเจ้าภากรตรัสถามอย่างร้อนใจ เพชรพรรณารายเป็นดั่งแก้วตาดวงใจของเขา เขาเสียแม่ของเด็กคนนี้ไปแล้ว เขาจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาพรากลูกของเขาอีกเด็ดขาด

พ่อครูสิงห์ไม่ได้ตอบคำถามนั้นของท่านชายภากร สายตาคมจับจ้องร่างสูงที่นั่งตรงห้ามกันตนอยู่เนิ่นนานจนไม่มีใครกล้าที่จะเอ่ยปากพูดออกมา กระทั่งเวลาผ่านไปครู่หนึ่งเขาจึงยอมปริปาก

“ข้ากับเอ็งทำบุญทำกรรมร่วมกันมาหลายชาติหลายภพ เห็นแก่เรื่องนี้และพ่อของเอ็งข้าจะยอมช่วยสักครา” น้ำเสียงทรงอำนาจว่าออกมา ความจริงแล้วก่อนจะมายังพระนคร สิงหเรศได้ตรวจดูดวงชะตาของเพชรพรรณารายมาบ้างแล้ว

“ใครเขาขอให้ช่วยกัน” เพชรพรรณารายกอดอก เขาไม่พอใจกับคำพูดเหล่านั้นของอีกฝ่ายเลยสักนิด

“ชายเพชร ขอโทษพ่อครูซะ” ทว่าท่านชายภากรกลับหันมาดุเขาเสียอย่างนั้น นิลกาฬหนุ่มหน้ามุ่ย หมอผีแบบนี้น่ะหรือจะมาช่วยเขา ไม่เห็นจะน่าเชื่อถือเลยสักนิด!

“เพชรอย่าดื้อ”

เพชรเม้มปาก ทว่าท้ายที่สุดแล้วเขาก็ยอม “ขอโทษครับ”

พ่อครูสิงห์พยักหน้ารับ ไม่คิดจะเก็บเรื่องเล็กน้อยเป็นอารมณ์ ใบหน้าของเขายังคงสงบเยือกเย็นไว้ตลอด ถึงจะเห็นว่าเด็กอวดดีตรงหน้าแสดงสีหน้าไม่พอใจออกมาก็ตามที

“แล้วเรื่องที่เราคุยกันเอาไว้” ท่านชายภากรตรัสถามขึ้นอีก เพราะเรื่องที่พ่อครูบอกจะช่วยเขาไม่ค่อยจะแน่ใจนักว่าอีกคนจะยอมทำตามคำทำนายหรือไม่

“ข้าตกลง” รอยยิ้มเล็ก ๆ ปรากฏบนพักตร์ของหม่อมเจ้าภากร

“หมายความว่ายังไงครับท่านพ่อ” คุณชายใหญ่ที่นั่งฟังมานานเอ่ยถามขึ้นอย่างไม่ค่อยเข้าใจกับสถานการณ์ตรงหน้ามากนัก

“พ่อจะให้ชายเล็กแต่งงานกับพ่อครูสิงห์”

“แต่งงาน!”

“ประเดี๋ยวเถอะชายใหญ่ ชายฉัตร อย่าเสียมารยาท” หม่อมเจ้าหญิงพรรณพษาทรงเอ็ดบุตรทั้งสองของตนที่โผลงผางเอ่ยขึ้นมาแทรกผู้ใหญ่ที่กำลังคุยกัน

“ขอโทษครับ” คุณชายทั้งสองยกมือขอโทษต่อผู้เป็นบิดาและมารดา

แม้จะจับต้นชนปลายยังไม่ถูกนักแต่คนที่ถูกกล่าวถึงคือตัวเขามิใช่หรืออย่างไรกัน "คุณพ่อจะให้ลูกแต่งงานกับเขาจริงหรือครับ"

"เชื่อพ่อเถอะชายเพชร พ่อครูสิงห์จะช่วยให้ลูกแคล้วคลาดจากภยันอันตรายทั้งปวง" เพชรพอจะเข้าใจถึงจุดประสงค์ของบิดาอยู่บ้าง อีกทั้งเรื่องที่เขาเจอมาหลังจากงานวันเกิดอายุครบยี่สิบสี่ปีที่ผ่านมามันก็ไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูดออกมาได้ ทว่าจะให้เขาทำเช่นนั้นได้อย่างไรเพราะอีกฝ่ายเองก็เป็นนิลกาฬมิใช่หรือ

"แต่ลูกเป็นนิลกาฬนะครับท่านพ่อ"

“ในอดีตไม่ใช่ว่าจะไม่เคยมีนิลกาฬกับนิลกาฬแต่งงานด้วยกันเสียหน่อย ใช่หรือไม่คุณ” ท่านชายภากรตรัสก่อนจะหันไปขอความคิดเห็นจากผู้เป็นภรรยาเอก

“เพคะท่านชาย”

“ท่านแม่ใหญ่ครับ” เมื่อเห็นว่าตนกำลังจะหมดหนทางเพชรจึงขอความช่วยเหลือจากผู้เป็นประมุขหญิงของวัง

“เชื่อท่านพ่อเถอะชายเล็กถือว่าแม่ใหญ่ขอนะลูก”

เพชรพรรณารายเม้มริมปากแน่น ถึงแม้เขาจะรู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่ใกล้กับสิงหเรศแต่มันก็ไม่ควรจะจบด้วยการแต่งงานกันแบบนี้สิ พวกเขาไม่ได้รักกันเสียหน่อย

“เอาล่ะหมดเรื่องแล้ว แยกย้ายกันไปนอนเถอะ”

“แต่ท่านพ่อครับ”

“ไม่มีแต่ชายเพชร อ้อคืนนี้พ่อครูสิงห์จะนอนห้องชายเพชรนะ พ่อไปล่ะ ไปคุณเราไปนอนกันเถอะ” หม่อมเจ้าภากรทรงตรัสยิ้ม ๆ ก่อนจะจูงมือภรรยาของตนออกไป ตอนนี้ในห้องรับแขกจึงเหลือแค่เพียงสามคุณชายแห่งวังวงศ์วริศธาราและพ่อครูสิงห์เท่านั้น

“คุณจะช่วยชายเล็กได้จริง ๆ หรือครับ” หม่อมราชวงศ์ธีรฉัตรที่นั่งเงียบมานานเอ่ยถามขึ้นเพราะเขาเองไม่ค่อยที่จะเชื่อเรื่องเหนือธรรมชาติเช่นนี้เท่าไรนัก หากว่ามันไม่เกิดขึ้นกับน้องชายเขา

“ชายฉัตรไปเถอะ”

“แต่พี่ชายใหญ่ครับเราจะปล่อยให้เขาอยู่กับชายเล็กจริง ๆ น่ะหรือครับ”

“ท่านพ่อก็บอกแล้วนิว่าเขาจะช่วย”

“แต่...” คุณชายฉัตรข้องใจอยู่มากพอสมควรแต่ไม่ทันที่เขาจะเอ่ยถามอะไรไปมากกว่านี้พี่ชายใหญ่ก็ลากเขาออกไปเสียก่อน

“คุณ...” เพชรไม่รู้ว่าตนควรจะเริ่มบทสนทนาต่อไปอย่างไรดี อีกทั้งคนตรงหน้ายังนั่งเงียบเป็นเป่าสากเช่นนี้

“นำข้าไปที่ห้องของเอ็ง”

“อือ ตามมาสิ” เพชรไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดตนถึงต้องเชื่อฟังอีกฝ่ายขนาดนี้แต่แค่เพียงคนตรงหน้าเอ่ยปากเขาก็พร้อมจะทำตามในทันที

บทก่อนหน้า
บทถัดไป