บทที่ 1 ตอนที่ 1 ทะเบียนสมรสในคืนฝนพรำ
ตอนที่ 1
ทะเบียนสมรสในคืนฝนพรำ
ฝนเทลงมาอย่างหนักตั้งแต่ช่วงบ่ายแก่ ๆ ราวกับท้องฟ้ากำลังร่ำไห้ให้กับงานแต่งงานที่ไม่มีเสียงหัวเราะ ไม่มีพวงมาลัยหอมกรุ่น ไม่มีคำอวยพรอบอุ่น และไม่มีแม้แต่แววตาของเจ้าบ่าวที่มองเจ้าสาวด้วยความรัก
เพียงฟ้ายืนอยู่ใต้ชายคาหน้าสำนักงานเขตในชุดเดรสสีครีมเรียบหรู มือเล็กกำกระเป๋าถือแน่นจนข้อนิ้วซีด ข้างในกระเป๋าใบนั้นมีทะเบียนสมรสที่เพิ่งประทับตราเสร็จเมื่อไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงก่อน กระดาษแผ่นบางที่ควรจะเป็นหลักฐานของความรัก กลับหนักอึ้งราวกับก้อนหินถ่วงหัวใจ เพราะเธอรู้ดีว่ามันไม่ได้เกิดจากคำว่ารักเลยแม้แต่น้อย
ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างเธอคือเหมันต์ เจ้าของรูปร่างสูงสง่าในสูทสีเข้มไร้รอยยับ ใบหน้าหล่อคมดูเย็นจัดสมชื่อ ดวงตาคู่นั้นไม่แม้แต่จะเหลือบมองเจ้าสาวของตัวเองอย่างอ่อนโยน เขายืนอยู่ใกล้เธอเพียงระยะเอื้อมมือ ทว่าความห่างเหินระหว่างหัวใจของทั้งคู่กลับไกลเกินกว่าที่ทะเบียนสมรสหนึ่งใบจะเชื่อมถึง
เสียงฝนกระทบหลังคาดังระงม ขณะที่บรรดาคนสนิทของสองครอบครัวทยอยเดินออกไปขึ้นรถโดยไม่พูดอะไรให้มากความ งานจดทะเบียนครั้งนี้เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วนจนแทบไม่มีใครตั้งตัว เพราะบริษัทของบิดาเพียงฟ้ากำลังเผชิญวิกฤตหนัก ส่วนบริษัทของเหมันต์ต้องการถือสิทธิ์ในที่ดินผืนสำคัญที่ครอบครัวเธอครอบครองอยู่ การแต่งงานจึงกลายเป็นสะพานเชื่อมผลประโยชน์ที่ผู้ใหญ่เรียกว่า “ทางออกที่ดีที่สุด”
แต่สำหรับเพียงฟ้า มันคือการก้าวเข้าสู่ชีวิตคู่โดยไม่มีสิทธิ์เลือก
“ขึ้นรถได้แล้ว ฝนคงไม่หยุดง่าย ๆ และผมไม่อยากเสียเวลากับพิธีรีตองที่ไม่มีความจำเป็นมากไปกว่านี้” เหมันต์กล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ขณะดึงประตูรถหรูสีดำเปิดออกโดยไม่ได้มองหน้าเธอด้วยซ้ำ
เพียงฟ้าสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนก้าวเข้าไปนั่งในรถอย่างเงียบงัน เธอพยายามบอกตัวเองว่า ความเย็นชาของเขาไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะผู้ชายคนนี้ไม่ได้รักเธอ และเธอก็ไม่ได้มีสิทธิ์เรียกร้องให้เขาอ่อนโยนต่อภรรยาที่เขาไม่ได้เลือกด้วยหัวใจ
ประตูรถปิดลงพร้อมเสียงทุ้มหนักเหมือนปิดกั้นโลกภายนอก ทิ้งให้เธอติดอยู่ในห้องโดยสารที่เต็มไปด้วยกลิ่นหนังราคาแพงและความเงียบอันอึดอัด เหมันต์นั่งอยู่ข้างเธอ ใบหน้าคมหันมองออกไปนอกหน้าต่าง สายฝนไหลเป็นทางบนกระจก บิดเบือนภาพเมืองทั้งเมืองให้พร่าเลือนเหมือนอนาคตของเธอในเวลานี้
เพียงฟ้าก้มมองแหวนแต่งงานเรียบ ๆ บนนิ้วนางข้างซ้าย แหวนวงนั้นสวยงามพอดีมือ แต่กลับเย็นเฉียบราวกับไม่เคยมีไออุ่นของคำมั่นสัญญาซ่อนอยู่
“คุณไม่จำเป็นต้องพยายามทำตัวเป็นภรรยาที่ดีเกินไปนัก เพราะการแต่งงานครั้งนี้มีขอบเขตของมัน และผมอยากให้คุณเข้าใจตั้งแต่วันนี้” เหมันต์เอ่ยขึ้นในที่สุด น้ำเสียงของเขานิ่งจนเพียงฟ้าแทบแยกไม่ออกว่ากำลังพูดกับภรรยาหรือคู่สัญญาทางธุรกิจ
เพียงฟ้าเงยหน้ามองเขาช้า ๆ หัวใจเหมือนถูกบีบด้วยมือที่มองไม่เห็น เธอรู้ว่าเขาไม่ต้องการเธอ แต่การได้ยินจากปากของเขาชัดเจนเช่นนี้ก็ยังเจ็บเกินกว่าที่เตรียมใจไว้
“ขอบเขตที่คุณพูดถึง หมายความว่าฉันต้องเป็นภรรยาของคุณแค่ในเอกสารใช่ไหมคะ” เพียงฟ้าถามด้วยเสียงเบาแต่มั่นคง แม้ในอกจะสั่นไหวจนแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่
เหมันต์หันกลับมามองเธอเป็นครั้งแรก ดวงตาคมกริบไล่พิจารณาใบหน้าหวานที่ยังซีดเล็กน้อยจากความตื่นเต้นและความกดดัน เพียงฟ้าไม่ได้สวย จัดจ้านแบบผู้หญิงที่เขาเคยพบในงานสังคม หากเธอมีความอ่อนละมุนบางอย่างที่ทำให้คนมองเผลอนิ่งไปชั่วขณะ แต่เหมันต์ไม่ยอมปล่อยให้ความรู้สึกแปลกประหลาดนั้นมีอำนาจเหนือเหตุผล
“ใช่ คุณจะได้ชื่อว่าเป็นภรรยาของผมตามกฎหมาย ได้รับการดูแลในฐานะคนของตระกูลผม และต้องทำหน้าที่ในพื้นที่ที่ควรทำ แต่สิ่งเดียวที่ผมให้คุณไม่ได้คือความรัก” เหมันต์ตอบอย่างตรงไปตรงมา โดยไม่หลบสายตาของหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างกาย
คำว่า “ความรัก” หล่นลงกลางใจเพียงฟ้าอย่างเงียบงัน เธอไม่ได้คาดหวังให้เขารักในทันที แต่ก็ไม่คิดว่าเขาจะประกาศปิดประตูหัวใจตั้งแต่วันแรกของการเป็นสามีภรรยา
“ฉันเข้าใจค่ะ คุณไม่จำเป็นต้องย้ำหลายครั้งก็ได้ เพราะฉันเองก็ไม่ได้อยากให้ใครมาฝืนรักเหมือนกัน” เพียงฟ้าตอบกลับด้วยน้ำเสียงสุภาพ แต่ปลายนิ้วที่กำแน่นบนตักกลับสั่นไหวจนเธอต้องซ่อนมันไว้ใต้กระเป๋าถือ
เหมันต์มองมือเล็กที่พยายามเก็บอาการของเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเบือนสายตาออกไปนอกหน้าต่างอีกครั้ง เขาควรจะพอใจที่เธอเข้าใจง่าย ไม่ร้องไห้ ไม่ตีโพยตีพาย และไม่เอ่ยคำเรียกร้องให้เขารำคาญใจ แต่บางอย่างในความนิ่งของเธอกลับทำให้เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนใจร้ายโดยไม่มีเหตุผล
รถเคลื่อนตัวฝ่าสายฝนออกจากสำนักงานเขต มุ่งหน้าไปยังคฤหาสน์ของตระกูลเหมันต์ ถนนเปียกชุ่มสะท้อนแสงไฟจราจรเป็นสีแดง สีเขียว และ สีเหลืองสลับกันเหมือนภาพฝันเลือนราง เพียงฟ้านั่งนิ่งตลอดทาง เธอพยายามไม่มองชายหนุ่มข้างกาย แต่เงาสะท้อนของเขาบนกระจกรถกลับอยู่ในสายตาเธอตลอดเวลา ผู้ชายคนนี้เป็นสามีของเธอแล้ว แค่ในทะเบียน คำ ๆ นั้นเจ็บจนเพียงฟ้าต้องเม้มริมฝีปากแน่น เธอไม่รู้ว่าชีวิตหลังจากนี้จะหนักหนาแค่ไหน แต่เธอรู้เพียงอย่างเดียวว่า เมื่อเลือกก้าวเข้ามาแล้ว เธอจะไม่ร้องขอความเมตตาจากเขา เธอจะทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด และจะไม่ลดศักดิ์ศรีของตัวเองด้วยการอ้อนวอนหัวใจที่ไม่เคยเป็นของเธอ
คฤหาสน์ตระกูลอัครเมธาปรากฏขึ้นหลังประตูเหล็กดัดสีดำบานใหญ่เปิดออกอย่างช้า ๆ ตัวบ้านตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางสวนกว้างและแสงไฟสีทองอ่อน แม้ทุกอย่างจะหรูหรา สง่างาม และเปี่ยมด้วยรสนิยม แต่ในสายตาของเพียงฟ้า มันกลับเย็นชาราวกับปราสาทหินที่ไม่มีชีวิต
