บทที่ 7 ตอนที่7 ไม่ใช่คำหวาน
ตอนที่7
ไม่ใช่คำหวาน
เพียงฟ้าปล่อยให้ตัวเองเอนเข้าหาเขาอย่าง ช้า ๆ เธอรู้ว่าความใกล้ชิดครั้งนี้อาจไม่ใช่ความรัก อาจเป็นเพียงความสับสนของผู้ชายคนหนึ่งที่เจ็บจากอดีต และความอ่อนแอของผู้หญิงคนหนึ่งที่โหยหาความอบอุ่นจากสามี แต่ในวินาทีนั้น เธอกลับไม่อาจปฏิเสธหัวใจตัวเองได้เลย
เหมันต์อุ้มเธอขึ้นอย่างนุ่มนวล พาเธอไปยังเตียงกว้างกลางห้อง แสงไฟอ่อนพร่าลงเมื่อมือของเขาเอื้อมไปปิดโคมบางดวง เหลือเพียงความสว่างอุ่น ๆ ที่พอให้เห็นแววตาของกันและกัน เพียงฟ้าจับแขนเขาไว้แน่น ไม่ใช่เพราะกลัวเขา แต่เพราะกลัวใจตัวเองที่กำลังหวั่นไหวเกินควบคุม
“เพียงฟ้า ถ้าคุณไม่แน่ใจ ผมจะหยุด” เหมันต์กระซิบชิดหน้าผากเธอ น้ำเสียงของเขาต่ำและสั่นเล็กน้อยจากแรงอารมณ์ที่พยายามกดไว้
“ฉันแน่ใจค่ะ แต่ฉันกลัวว่าพรุ่งนี้คุณจะกลับไปเย็นชากับฉันเหมือนเดิม” เพียงฟ้าตอบทั้งน้ำตา ดวงตาของเธอมองเขาอย่างเปิดเผยที่สุดนับตั้งแต่เข้ามาในชีวิตเขา
เหมันต์นิ่งงัน เพราะเขาให้คำสัญญานั้นไม่ได้ เขาไม่รู้ว่าพรุ่งนี้ตัวเองจะเป็นอย่างไร ไม่รู้ว่าจะจัดการกับอดีตและความสับสนในใจได้หรือไม่ แต่คืนนี้เขาไม่อยากปล่อยมือจากเธอ
“ผมไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร แต่ตอนนี้ผมอยู่ตรงนี้กับคุณ” เหมันต์ตอบอย่างซื่อตรงในแบบของเขา ก่อนก้มลงจูบหน้าผากเธออย่างแผ่วเบา
คำตอบนั้นไม่ใช่คำหวาน ไม่ใช่คำมั่นสัญญาที่หญิงสาวคนหนึ่งควรได้รับจากสามีในคืนแต่งงาน แต่ความจริงในน้ำเสียงของเขากลับทำให้เพียงฟ้าหลับตาลงยอมรับความเปราะบางของตัวเอง
คืนนั้น สายฝนโปรยลงมาอีกครั้งนอกหน้าต่าง ราวกับท้องฟ้ากำลังปิดบังความสับสนของคนสองคนไว้ภายใต้ม่านน้ำ เหมันต์และเพียงฟ้าใกล้ชิดกันในฐานะสามีภรรยาเป็นครั้งแรก ความอบอุ่นของเขาทำให้เธอทั้งสุขและเจ็บ ความอ่อนโยนที่แทรกอยู่ระหว่างความสับสนทำให้เธอเผลอหวัง ทั้งที่ลึก ๆ รู้ดีว่าความหวังอาจเป็นสิ่งโหดร้ายที่สุดสำหรับคนที่ถูกวางไว้เพียงในทะเบียน
เพียงฟ้านอนอยู่ในอ้อมแขนของเขาหลังค่ำคืนยาวนานผ่านไป ร่างกายอ่อนล้า แต่หัวใจกลับตื่นอยู่กับความรู้สึกที่ไม่อาจอธิบาย เธอเงยหน้ามองเสี้ยวหน้าคมของเหมันต์ในแสงสลัว เห็นความเหนื่อยล้าและเงาบางอย่างในดวงตาของเขา ก่อนที่เขาจะลืมตาขึ้นมาสบตาเธออย่างเงียบงัน
“คุณพักเถอะ ดึกมากแล้ว” เพียงฟ้ากระซิบเบา ๆ พร้อมขยับตัวจะลุกออกจากอ้อมแขนเขา เพราะไม่แน่ใจว่าตัวเองควรอยู่ตรงนี้ต่อไปหรือไม่
เหมันต์คว้าข้อมือเธอไว้ช้า ๆ แต่เมื่อเห็นเธอหันกลับมาด้วยแววตาตกใจ เขาก็คลายแรงลงทันที
“ไม่ต้องไป นอนตรงนี้ก็ได้” เหมันต์กล่าวเสียงต่ำ สายตาไม่สบเธอตรง ๆ เหมือนคำพูดนั้นยากกว่าการลงนามในสัญญาธุรกิจเสียอีก
หัวใจเพียงฟ้าพองขึ้นเล็กน้อยอย่างห้ามไม่ได้ คำอนุญาตธรรมดาของเขากลับมีค่ามากกว่าที่ควร เพราะตลอดทั้งวันเธอถูกกันออกจากโลกของเขามาตลอด
“ค่ะ ถ้าคุณไม่อึดอัด ฉันจะอยู่ตรงนี้” เพียงฟ้าตอบเสียงเบา ก่อนค่อย ๆ เอนตัวกลับลงข้างเขาอย่างระมัดระวัง
ความเงียบปกคลุมห้องอีกครั้ง เพียงฟ้าหลับตาลงทั้งที่น้ำตายังชื้นอยู่ตรงหางตา เธอไม่รู้ว่าคืนนี้จะเปลี่ยนอะไรได้จริงหรือไม่ ไม่รู้ว่าเธอเพิ่งก้าวเข้าใกล้หัวใจเขาหรือเพียงเดินลึกเข้าไปในความเจ็บปวดของตัวเอง แต่ในอ้อมแขนที่อบอุ่นอย่างไม่คาดคิด เธอกลับเผลอหลับไปด้วยความหวังเล็ก ๆ ที่แสนเปราะบาง
รุ่งเช้ามาเยือนพร้อมแสงแดดสีซีด เพียงฟ้าตื่นขึ้นในห้องของเหมันต์โดยมีผ้าห่มคลุมร่างกายอย่างเรียบร้อย เธอหันไปมองด้านข้างและพบว่าเขาไม่ได้อยู่บนเตียงแล้ว เสียงน้ำไหลจากห้องน้ำบอกว่าเขาตื่นก่อนเธอไม่นาน
ความทรงจำของเมื่อคืนย้อนกลับมาเป็นภาพพร่าเลือนแต่ชัดในความรู้สึก ใบหน้าของเพียงฟ้าร้อนผ่าว หัวใจเต้นแรงและอ่อนหวานอย่างที่เธอไม่เคยรู้สึกกับใครมาก่อน เธอก้มมองแหวนแต่งงานบนนิ้วตัวเอง แล้วเผลอยิ้มออกมาบาง ๆ แม้จะรู้ว่ารอยยิ้มนี้อาจไม่ปลอดภัยต่อหัวใจ
ประตูห้องน้ำเปิดออก เหมันต์เดินออกมาในชุดคลุมสีเข้ม ผมเปียกชื้นเล็กน้อย ใบหน้าคมกลับมาเรียบนิ่งคล้ายกำแพงสูงถูกสร้างขึ้นใหม่หลังค่ำคืนที่เขาเคยลดมันลง เพียงฟ้าขยับลุกขึ้นนั่งทันที ความหวังเล็ก ๆ ที่เพิ่งก่อตัวสั่นไหวอย่างไม่มั่นคง
“คุณเหมันต์” เพียงฟ้าเรียกเขาเบา ๆ น้ำเสียงแฝงความประหม่าและอ่อนหวานโดยไม่รู้ตัว
เหมันต์หยุดยืนอยู่ปลายเตียง ดวงตาของเขามองเธอเพียงชั่วครู่ ก่อนเบือนสายตาไปหยิบนาฬิกาข้อมือจากโต๊ะข้างเตียง สีหน้าที่กลับมาเย็นชาทำให้เพียงฟ้ารู้สึกเหมือนอ้อมแขนอบอุ่นเมื่อคืนเป็นเพียงความฝัน
“เรื่องเมื่อคืน คุณอย่าเข้าใจผิด” เหมันต์กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ขณะสวมนาฬิกาข้อมืออย่างช้า ๆ
เพียงฟ้าชะงักไปทั้งร่าง เหมือนถูกน้ำเย็นจัดสาดใส่ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ถ้อยคำเพียงไม่กี่คำของเขาทำให้ความอบอุ่นทั้งคืนพังลงต่อหน้าเธออย่างไม่มีชิ้นดี
“เข้าใจผิดเรื่องอะไรคะ” เพียงฟ้าถามเสียงแผ่ว แม้เธอจะรู้คำตอบอยู่แล้ว แต่หัวใจก็ยังอยากได้ยินให้ชัดเจน
เหมันต์หลับตาลงชั่วครู่ ก่อนหันกลับมามองเธอด้วยแววตาที่เย็นกว่าตอนกลางคืนอย่างเห็นได้ชัด
“เมื่อคืนมันเกิดขึ้นเพราะเราเป็นสามีภรรยากันตามกฎหมาย และเพราะผมดื่มมากกว่าปกติ คุณไม่จำเป็นต้องคิดว่ามันหมายถึงความรัก หรือคิดว่าความสัมพันธ์ของเราจะเปลี่ยนไปจากข้อตกลงเดิม” เหมันต์กล่าวอย่างระมัดระวัง แต่ทุกคำกลับทำร้ายคนฟังอย่างรุนแรง
เพียงฟ้ามองเขานิ่ง ริมฝีปากสั่นน้อย ๆ ก่อนที่เธอจะฝืนยิ้มออกมาอย่างยากลำบาก เธอควรคาดเดาได้อยู่แล้ว เขาบอกตั้งแต่วันแรกว่าไม่ให้ความรัก เธอเป็นคนเผลอหวังเอง เป็นคนเชื่อคำว่า “ผมเห็นคุณ” ของเขามากเกินไปเอง
“ค่ะ ฉันเข้าใจแล้ว เมื่อคืนเป็นเพียงหน้าที่ของสามีภรรยาตามทะเบียน ไม่ใช่ความรัก ฉันจะไม่เข้าใจผิดค่ะ” เพียงฟ้ากล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพจนแทบไม่มีใครจับได้ว่าหัวใจของเธอกำลังแตกสลายอยู่ใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน
เหมันต์มองรอยยิ้มของเธอแล้วรู้สึกเหมือนมีบางอย่างบีบลึกในอก เขาอยากบอกว่าไม่ได้ตั้งใจทำร้าย อยากบอกว่าเมื่อคืนไม่ใช่เพียงฤทธิ์แอลกอฮอล์ แต่คำพูดเหล่านั้นติดอยู่หลังความกลัวและอดีตที่ยังไม่ได้สะสาง สุดท้ายเขาจึงเลือกเงียบเหมือนทุกครั้ง
“วันนี้คุณพักเถอะ ไม่ต้องลงไปทานมื้อเช้าก็ได้ ผมจะบอกแม่เองว่าคุณไม่สบาย” เหมันต์กล่าวเสียงต่ำ ก่อนหยิบเสื้อผ้าเตรียมออกจากห้อง
“ไม่จำเป็นค่ะ ฉันไม่ได้ป่วย และไม่อยากให้ใครคิดว่าฉันอ่อนแอเพียงเพราะคืนแต่งงานผ่านไปอย่างไร้ความหมาย” เพียงฟ้าตอบเบา ๆ แต่ครั้งนี้ความเจ็บในน้ำเสียงชัดเจนเกินกว่าจะปิดบังได้ทั้งหมด
เหมันต์ชะงักอยู่หน้าตู้เสื้อผ้า มือที่จับเสื้อเชิ้ตนิ่งไปครู่หนึ่ง คำว่า “ไร้ความหมาย” จากปากเธอแทงลึกกว่าที่เขาคิด แต่เขาไม่มีสิทธิ์โกรธ เพราะเขาเป็นคนทำให้เธอเข้าใจเช่นนั้นเอง
เพียงฟ้าก้าวลงจากเตียงอย่างระมัดระวัง เธอหยิบเสื้อคลุมของตัวเองขึ้นมาสวม มือเล็กสั่นเล็กน้อยแต่ยังพยายามควบคุมทุกการเคลื่อนไหวให้สงบที่สุด
“ฉันขอกลับห้องก่อนนะคะ คุณไม่ต้องกังวล ฉันจะจำขอบเขตของตัวเองให้ดี และจะไม่ใช้เรื่องเมื่อคืนเรียกร้องอะไรจากคุณแน่นอน” เพียงฟ้ากล่าวพร้อมก้มศีรษะเล็กน้อยให้เขาอย่างสุภาพราวกับทั้งคู่เป็นเพียงคนรู้จัก
เหมันต์หันกลับมามองเธอ ดวงตาคมมีแววสับสนที่ถูกซ่อนไว้ใต้ความเย็นชา แต่เพียงฟ้าไม่อยากมองเห็นมันอีกแล้ว เพราะเธอกลัวว่าความสับสนของเขาจะกลายเป็นความหวังของเธออีกครั้ง
“เพียงฟ้า” เหมันต์เรียกชื่อเธอเสียงต่ำ ก่อนที่เธอจะเดินถึงประตู
เพียงฟ้าหยุดยืน แต่ไม่ได้หันกลับไปมองเขาในทันที เธอกลัวว่าน้ำตาที่กลั้นไว้จะไหลลงมา หากได้เห็นหน้าเขาอีกเพียงครั้งเดียว
“คะ” เพียงฟ้าขานรับด้วยเสียงเบาจนเกือบกลืนหายไปในความเงียบ
เหมันต์มองแผ่นหลังบอบบางของเธออยู่ครู่หนึ่ง คำขอโทษวนเวียนอยู่ที่ปลายลิ้น แต่ความดื้อรั้นและความกลัวในใจกลับกดมันไว้แน่น
“อย่าบอกใครเรื่องเมื่อคืน” เหมันต์กล่าวในที่สุด และทันทีที่พูดออกไป เขาก็รู้ว่าตัวเองเลือกคำที่โหดร้ายที่สุดอีกครั้ง
เพียงฟ้าหลับตาลง น้ำตาหยดหนึ่งร่วงลงบนแก้มอย่างเงียบงัน แต่เธอรีบยกมือปาดมันออกก่อนหันกลับมามองเขาด้วยรอยยิ้มที่สวยงามและเจ็บปวดเกินกว่าจะอธิบาย
“ไม่ต้องห่วงค่ะ เรื่องที่ไม่มีความหมายสำหรับคุณ ฉันก็ไม่มีเหตุผลต้องบอกใครเหมือนกัน” เพียงฟ้ากล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ก่อนเปิดประตูเดินออกจากห้องไปอย่างเงียบงัน
ประตูปิดลงเบา ๆ แต่เสียงนั้นกลับดังลั่นในหัวใจของเหมันต์ เขายืนอยู่กลางห้องนอนที่ยังมีกลิ่นหอมอ่อนของเธอหลงเหลืออยู่ บนหมอนยังมีรอยยับจากการนอนของเธอ และในอกของเขายังมีความอบอุ่นจากร่างเล็กที่เคยอยู่ในอ้อมแขนเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน แต่เขาเป็นคนผลักเธอออกไปอีกครั้ง
เพียงฟ้าเดินกลับห้องตัวเองด้วยก้าวที่มั่นคงเกินกว่าความจริง เมื่อประตูห้องปิดลง เธอจึงทรุดลงนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง มือทั้งสองข้างยกขึ้นปิดปากเพื่อกลั้นเสียงสะอื้นไม่ให้เล็ดลอดออกไป
เมื่อคืน เธอเผลอคิดว่าอย่างน้อยเขาก็เห็นเธอเป็นเพียงฟ้า แต่เช้านี้ เธอได้รู้แล้วว่าในชีวิตของเหมันต์ เธอยังเป็นเพียงภรรยาตามทะเบียน เป็นคนที่ควรจำขอบเขตของตัวเอง และเป็นผู้หญิงที่ไม่มีสิทธิ์เอาค่ำคืนหนึ่งไปตีความเป็นความรัก
เพียงฟ้ากอดตัวเองแน่น น้ำตาไหลเปียกแก้มอย่างเงียบงัน ขณะที่แสงเช้าส่องผ่านม่านเข้ามาอาบห้องให้สว่างไสวอย่างอ่อนโยนเกินไปสำหรับหัวใจที่กำลังเจ็บปวด
เธอได้เป็นภรรยาของเขาโดยสมบูรณ์แล้ว
แต่หัวใจของสามี ยังคงเป็นของผู้หญิงอีกคนอยู่ดี
