บทที่ 2 สร้างรอยยิ้ม

ปกรณ์กวาดสายตามองผู้หญิงตัวเล็กคนนั้น... เธอมีเรือนผมยาวสลวยสีน้ำตาลเข้มพลิ้วไหวไปตามแรงลม ใบหน้าหวานละมุนฉายความสดใสออกมาอย่างปิดไม่มิด รอยยิ้มของเธอกว้างขวางและจริงใจเสียจนดูราวกับว่าโลกทั้งใบของเธอนั้นมีแต่เรื่องน่ายินดี และไม่มีความทุกข์ใด ๆ สามารถย่างกรายเข้ามากล้ำกรายได้เลย

ส่วนชายหนุ่มที่ยืนอยู่เคียงข้างเธอ... ดูจากบุคลิกท่าทางแล้วน่าจะมีอายุมากกว่าเธออยู่เล็กน้อย รูปร่างสูงโปร่ง สมส่วน หน้าตาจัดว่าดีและดูภูมิฐาน ทั้งคู่แสดงออกต่อกันด้วยความสนิทสนมชิดเชื้ออย่างเป็นธรรมชาติมาก มากเสียจนปกรณ์ที่เฝ้ามองอยู่ห่าง ๆ อดไม่ได้ที่จะคิดทึกทักไปเองตามภาพที่เห็น

‘คงเป็นคู่รักที่กำลังมาเลือกซื้อเรือนหอสินะ’ ชายหนุ่มคิดในใจ

ในขณะเดียวกันนั้นเอง เสียงพูดคุยของคนข้างล่างก็ยังคงแว่วเข้าหูของศัลยแพทย์หนุ่มเป็นระยะ ๆ เนื่องจากหน้าต่างห้องนอนของเขาเปิดแง้มเอาไว้

"ถ้าพี่นนท์ตกลงซื้อบ้านหลังนี้ให้กานต์จริง ๆ..." กานต์กมลหันไปส่งยิ้มหวานประจบประแจงผู้เป็นพี่ชายพลางเขย่าแขนเขาเบา ๆ "พี่นนท์ต้องแวะมาหาหนูบ่อย ๆ นะคะ มาอยู่เป็นเพื่อนกานต์บ่อย ๆ เลย ไม่งั้นกานต์อยู่คนเดียวต้องเหงาตายแน่ ๆ"

"โถ... แล้วตอนแรกทำเป็นเก่ง บอกอยากแยกบ้านมาอยู่คนเดียว" นนท์หัวเราะในลำคอพลางโยกศีรษะน้องสาวด้วยความเอ็นดูสุดแสน ก่อนจะเอื้อมมือไปดึงร่างเล็กเข้ามาโอบไหล่ไว้หลวม ๆ "ยังไงพี่ก็ต้องมาหาอยู่แล้ว ยัยตัวแสบ สัญญาเลยเอ้า"

คำยืนยันหนักแน่นนั้นทำให้กานต์กมลยิ้มกว้างจนแก้มปริ ด้วยความดีใจและนิสัยขี้อ้อนที่มีมาแต่ไหนแต่ไร หญิงสาวจึงเขย่งปลายเท้าขึ้นกอดคอพี่ชายแล้วกดจมูกลงบนแก้มสากของนนท์ฟอดใหญ่เพื่อเป็นการขอบคุณ

"น่ารักที่สุด! รักพี่นนท์ที่สุดในโลกเลยค่ะ"

ภาพการแสดงความรักอย่างเปิดเผยนั้นทำให้ปกรณ์ที่ยืนมองอยู่หลังม่านถึงกับชะงักงันไปเล็กน้อย คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกบางอย่างแล่นผ่านเข้ามาในอกจนเขาต้องสูดหายใจเข้าลึก ๆ

‘ผู้หญิงสมัยนี้... กล้าแสดงความรักและเปิดเผยความรู้สึกดีเหมือนกันแฮะ’

ชายหนุ่มคิดพลางมองภาพของนนท์ที่หัวเราะเสียงดังลั่น ท่าทางลูบหัวปลอบโยนและโอบกอดกันตรงหน้ามันช่างดูเป็นธรรมชาติ อบอุ่น และเต็มเปี่ยมไปด้วยกระแสความรักที่บริสุทธิ์... มันเป็นภาพความสัมพันธ์ที่งดงามทว่าห่างไกลจากชีวิตของปกรณ์เหลือเกิน คนที่เติบโตมาในครอบครัวที่เย็นชาและจริงจังอย่างเขา ไม่เคยมีมุมที่อบอุ่นและอ่อนโยนแบบนี้ในชีวิตมาก่อน

ความรู้สึกแปลกแยกบางอย่างทำให้ศัลยแพทย์หนุ่มตัดสินใจละสายตาจากภาพตรงหน้า ชายหนุ่มหมุนตัวหันหลังกลับเข้าสู่ความมืดสลัวและเงียบเชียบของห้องนอนตัวเอง พร้อมกับความคิดสายหนึ่งที่แล่นเข้ามาในสมองสั้น ๆ

‘คงเป็นแฟนที่รักกันมากสินะ... โชคดีเหมือนกัน ผู้หญิงที่สดใสและยิ้มเก่งขนาดนั้น คงมีคนคอยดูแลและปกป้องอยู่แล้ว’

ปกรณ์ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงกว้าง หลับตาลงเพื่อเข้าสู่ห้วงนิทราอันยาวนาน โดยที่เขาไม่มีทางรู้เลยว่า...

ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ข้างบ้านที่เขาเพิ่งสรุปและตัดสินใจไปเมื่อครู่ว่าเป็น "คนมีเจ้าของ" กำลังจะกลายเป็นคนที่ก้าวเข้ามาปั่นป่วนวิถีชีวิตอันแสนสงบเรียบง่ายและโดดเดี่ยวของเขาจนพังทลายไม่มีชิ้นดี

สามวันต่อมา...

รถกระบะขนของคันเล็กจอดเทียบท่าอยู่หน้าบ้านหลังใหม่ตั้งแต่เช้าตรู่ กานต์กมลยืนเท้าเอวอยู่หน้าประตูบ้าน พลางมองกล่องลังจำนวนมหาศาลที่กองเรียงรายกันเต็มสนามหญ้าอย่างอ่อนใจ

"ทำไมของเยอะขนาดนี้นะ ตอนอยู่คอนโดก็ไม่เห็นเยอะขนาดนี้เลย" หญิงสาวพึมพำกับตัวเอง

"เพราะตอนอยู่คอนโด แกไม่ได้มีต้นไม้ร้อยกว่ากระถางแบบนี้ไง" เสียงของนนท์ดังขัดขึ้น ทำให้กานต์หันไปแลบลิ้นใส่พี่ชายทันที

"ต้นไม้ไม่ใช่ของค่ะ ต้นไม้คือสมาชิกในครอบครัวต่างหาก"

"อ๋อ งั้นพวกนั้นก็หลานฉันสินะ" นนท์บุ้ยปากไปยังต้นไม้กระถางเล็กกระถางน้อยที่วางเรียงรายอยู่ท้ายรถ

กานต์หัวเราะร่า "ใช่ค่ะ! เพราะงั้นอย่าลืมทักทายหลานด้วยล่ะ"

"พี่กลับบ้านดีกว่า"

"ไม่เอา!" หญิงสาวรีบคว้าแขนพี่ชายไว้หมับ "ช่วยขนของก่อนสิ"

"ไม่ช่วย"

"ใจร้ายจัง"

"เมื่อวานใครกันนะที่เพิ่งบอกว่าจะโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว" นนท์เลิกคิ้วเลียนแบบคำพูดเธอ

"แต่วันนี้ขอเป็นเด็กวันนึงไม่ได้เหรอ" กานต์ส่งสายตาอ้อนวอน จนคนเป็นพี่ต้องส่ายหน้าอย่างเอือมระอา แต่สุดท้ายก็ยอมเดินไปช่วยน้องสาวขนของเข้าบ้านอยู่ดี

อีกฝั่งของรั้วบ้าน ปกรณ์กำลังนั่งอ่านเอกสารคนไข้อยู่ในศาลาริมสระน้ำ วันนี้เป็นวันหยุด g-kตั้งใจจะใช้เวลาทั้งวันไปกับการพักผ่อนเงียบ ๆ ทว่าเสียงหัวเราะจากบ้านข้าง ๆ ที่ดังแว่วมาเป็นระยะ กลับทำให้เขาเผลอละสายตาจากงานหันไปมองอยู่หลายครั้ง

หญิงสาวเพื่อนกำลังวิ่งวุ่นอยู่ในสวน ใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยรอยยิ้มนั้นช่างดูสดใสและมีชีวิตชีวา ผิดกับคนส่วนใหญ่ที่เขาพบเจอในแต่ละวัน

"โอ๊ย!"

เสียงร้องที่ดังขึ้นพร้อมกับร่างเล็กที่สะดุดสายยางจนเกือบล้ม ทำให้ปกรณ์เผลอผุดลุกขึ้นยืนโดยสัญชาตญาณ แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้ขยับไปไหน ผู้ชายที่อยู่ข้าง ๆ เธอก็ปราดเข้าไปประคองไว้ได้ทันท่วงที

กานต์หัวเราะแห้ง ๆ แก้เขิน "เกือบตายแน่ะ"

"แค่สะดุดสายยาง อย่ามาเว่อร์น่า"

"ก็มันเจ็บนี่นา"

นนท์ส่ายหน้าขำ ๆ ก่อนจะยกมือขึ้นลูบศีรษะน้องสาวเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู ภาพนั้นทำให้ปกรณ์ที่มองอยู่ไกล ๆ ต้องเม้มริมฝีปาก... ดูสนิทสนมกันเหมือนแฟนไม่มีผิด

บทก่อนหน้า
บทถัดไป