บทที่ 8 แม่แมว
กานต์กมลเห็นท่าทางของแมวตัวเองก็หลุดหัวเราะออกมา "ดูสิคะ มันยอมคุณหมอทุกอย่างเลย ทีกับกานต์ละเดินหนี"
ชายหนุ่มไม่ตอบคำประชดประชันนั้น แต่ยังคงทำการตรวจเช็กอย่างใจเย็นและละเอียดถี่ถ้วน ผ่านไปครู่หนึ่งเขาจึงหยัดกายยืนขึ้นเต็มความสูง
"มันไม่ได้ป่วยครับ"
"คะ? จริงเหรอคะ"
"ครับ... น่าจะเป็นอาการเลือกกินมากกว่า"
"เลือกกิน?!" กานต์กมลทำหน้าตาตื่น "แมวเนี่ยนะคะเลือกกินได้ด้วย"
"..." ปกรณ์นิ่งไปสองวินาที ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยตามสไตล์ "สัตว์เลี้ยงก็มีนิสัยและอารมณ์ความชอบเหมือนคนเรานั่นแหละครับ"
หญิงสาวหันขวับไปมองหน้าเจ้าตัวดีในอ้อมแขนทันที "จริงเหรอแกน่ะ? เมื่อคืนแม่ให้ปลาทูน่า..."
"เมี้ยว~"
"วันนี้เปลี่ยนให้กินไก่..."
"เมี้ยว..." น้ำเสียงของถุงเงินดูอ่อยลงทันตา
"อ๋อออ..." เธอเบิกตากว้างอย่างถึงบางอ้อ "แกงอนแม่ใช่ไหมที่เปลี่ยนเมนูอาหารน่ะ!"
ท่าทางการพูดคุยคุ้ยแคะกับแมวราวกับฟังภาษาเทพออกของหญิงสาว ทำเอาปกรณ์ที่ยืนมองอยู่ถึงกับหลุดหัวเราะหึในลำคอเบา ๆ มุมปากหนายกขึ้นเป็นรอยยิ้มขำ
กานต์กมลหูไวเธอรีบหันมาจับผิดทันที "คุณหมอหัวเราะอีกแล้วนะ!"
"เปล่าครับ" ชายหนุ่มรีบปรับสีหน้าให้กลับมานิ่งสนิท
"หัวเราะชัด ๆ ค่ะ กานต์ได้ยิน"
"เปล่าครับ"
"หัวเราะเถอะค่ะ กานต์เห็นนะ"
"..." สุดท้ายคุณหมอผู้สุขุมก็ต้องยอมแพ้ให้กับการต้อนจนมุมของเธอ "...ครับ"
หญิงสาวยิ้มจนแก้มปริ ดวงตาทอประกายวิบวับ "กานต์บอกแล้วไงคะว่าคุณหมอหัวเราะบ่อยขึ้นแล้วนะ"
คำพูดของเธอทำให้เขานิ่งอึ้งไป... พอนึกย้อนดู มันก็จริงอย่างที่เธอพูด ตั้งแต่มีเพื่อนบ้านจอมวุ่นวายคนนี้เข้ามาในชีวิต เขารู้สึกว่าตัวเองยิ้มและหัวเราะบ่อยขึ้นกว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมาเสียอีก
กานต์กมลอุ้มถุงเงินกลับบ้านไป แต่ผ่านไปเพียงแค่สิบนาที เธอก็วิ่งหน้าตั้งกลับมาหาเขาอีกครั้ง คราวนี้ในมือถือถ้วยอาหารใบเล็กติดมาด้วย
"คุณหมอคะ!"
"ครับ?" ปกรณ์ที่กำลังจะปิดประตูบ้านเลิกคิ้วมอง
"ลองให้ถุงเงินกินอาหารจากมือคุณหมอหน่อยค่ะ"
"...ผมเนี่ยนะ?"
"ใช่ค่ะ"
"ทำไมต้องเป็นผมครับ"
"ก็กานต์สังเกตดูแล้ว มันรักคุณหมอมากกว่ากานต์ซะอีก"
"ไม่ใช่หรอกครับ"
"ลองดูก่อนเถอะน่า"
ยังไม่ทันที่คุณหมอหนุ่มจะได้ปฏิเสธ กานต์กมลก็จัดการวางชามอาหารลงตรงหน้าเขา พร้อมกับปล่อยเจ้าถุงเงินลงพื้น เจ้าแมวส้มเดินนวยนาดเข้ามาดม ๆ ที่ปลายนิ้วของปกรณ์ แล้ว... ก้มหน้าก้มตากินอาหารในชามอย่างเอร็ดอร่อยและตะกละตะกลามทันที!
"..."
กานต์กมลยืนอ้าปากค้าง มองภาพตรงหน้าด้วยความอัศจรรย์ใจผสมความน้อยใจ "เห็นไหมล่ะ! มันเลือกปฏิบัติชัด ๆ!"
เธอทุบกำปั้นลงกับสะโพกตัวเอง หันไปจ้องมองแมวทรยศด้วยสายตาคาดโทษ "ถุงเงิน!"
แมวส้มเงยหน้าขึ้นมาเลียคราบน้ำซุปที่ปลายจมูกแผล็บ ๆ ก่อนจะส่งเสียงร้องอย่างอารมณ์ดี "เมี้ยว~"
"แม่เลี้ยงแกมาตั้งหลายปี คลุกข้าวให้ทุกมื้อ แต่แกดันเลือกกินเพราะคุณหมอเป็นคนป้อน ใจร้ายที่สุดเลย!"
ปกรณ์มองภาพหญิงสาวที่กำลังยืนเอ็ดแง่ง ๆ ใส่แมวตัวอ้วนของตัวเองด้วยความเอ็นดู ท้ายที่สุดเขาก็ยกมุมปากขึ้นสูงอย่างห้ามไม่อยู่ และเป็นครั้งแรก... ที่เสียงหัวเราะทุ้มต่ำหลุดออกมาจากลำคอของเขาอย่างชัดเจนและยาวนานกว่าทุกครั้ง
เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและมีชีวิตชีวานั้น ทำเอาคนที่กำลังบ่นอุบถึงกับชะงักคำพูด กานต์กมลค่อย ๆ หันมามองใบหน้าหล่อเหลาที่ยามนี้ดวงตาคมหยีลงจนเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว รอยยิ้มกว้างกางกั้นความเฉยชาจนหมดสิ้น
ตึกตัก... ตึกตัก...
หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวแรงขึ้นมาอย่างประหลาดจนเธอต้องลอบกลืนน้ำลาย ผู้ชายคนนี้... เวลายิ้มนิ่ง ๆ ว่าอันตรายต่อใจแล้ว แต่เวลาที่เขาหัวเราะออกมาจากความรู้สึกจริง ๆ แบบนี้ กลับทำให้โลกทั้งใบของเธอเปลี่ยนเป็นสีชมพูและดูอบอุ่นขึ้นมาอย่างน่าเหลือเชื่อ
ส่วนปกรณ์เองก็คงไม่รู้เลยว่า... ตั้งแต่วินาทีที่หญิงสาวสบตาแล้วยิ้มขวยเขินตอบกลับมา บ้านหลังใหญ่ที่เคยเงียบเหงาและอ้างว้างของเขา กำลังค่อย ๆ ถูกแต่งแต้มด้วยสีสัน และกลายเป็นสถานที่ที่เขาปรารถนาจะรีบกลับมาให้ถึงเร็วที่สุดในทุก ๆ วัน.
หลังจากเหตุเจ้าถุงเงิน แมวทรยศยอมกินอาหารจากมือคุณหมอหนุ่มข้างบ้านผ่านไปเพียงแค่วันเดียว เรื่องดังกล่าวก็กลายเป็นประเด็นหลักที่กานต์กมลหยิบยกมาพูดบ่นแกมประชดประชันกับสัตว์เลี้ยงของตัวเองแทบจะทุกชั่วโมง
"แกนี่มันน่านักนะ..."
หญิงสาวนั่งกอดอกอยู่บนพื้นกระเบื้องเย็นเฉียบในห้องนั่งเล่น พลางส่งสายตาค้อนขวับไปยังแมวส้มตัวอ้วนกลมที่กำลังนอนหงายพุงโชว์พุงกะทิรับลมจากพัดลมเพดานอย่างสบายอกสบายใจ ไม่ได้มีท่าทีสำนึกผิดเลยแม้แต่น้อย
"ฉันเลี้ยงแกมาตั้งแต่ตัวเท่าฝ่ามือ ซื้อขนมแมวเลียให้กิน ซื้อของเล่นคันเบ็ดให้เล่น พาไปหาหมอฉีดวัคซีนเจ็บตัวแทนก็ฉัน... แต่สุดท้าย แกดันไปหลงรักคุณหมอข้างบ้านหน้าตาเฉยเลยเหรอ"
"เมี้ยว..." ถุงเงินปรือตาขึ้นมองเจ้าของเพียงแวบเดียว ราวกับจะบอกว่า 'ก็ช่วยไม่ได้นี่นา' ก่อนจะหลับตาพริ้มสลบไสลต่ออย่างไม่ทุกข์ร้อน
กานต์กมลถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความหมั่นไส้ "เห็นไหมเจ้าหมอ..."
เธอหันไปหาพวกพ้องคนใหม่ ฟ้องลูกแมวตัวน้อยที่กำลังก้มหน้าก้มตากินอาหารเปียกอย่างเอร็ดอร่อยอยู่ใกล้ ๆ "พี่ถุงเงินน่ะใจร้ายที่สุดเลยเนอะ"
เจ้าหมอเงยหน้าเปื้อนคราบอาหารขึ้นมามองดวงตาแป๋ว "เมี้ยว~"
"ใช่ไหมล่ะ"
"เมี้ยว"
"เห็นด้วยกับแม่ใช่ไหมล่ะลูก" หญิงสาวยิ้มกว้างออกมาทันที ก่อนจะหลุดหัวเราะเสียงใส บรรยากาศภายในบ้านยามนี้เต็มไปด้วยเสียงพูดคุยของคนเพียงคนเดียวที่คุยกับแมว แต่กลับไม่ได้ทำให้บ้านหลังนี้ดูเงียบเหงาหรืออ้างว้างเลยแม้แต่น้อย
