บทที่ 3 ตอนที่ 3 หัวใจที่เริ่มหวั่นไหว
ตอนที่ 3
หัวใจที่เริ่มหวั่นไหว
แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านหน้าต่างห้องดนตรีของมูลนิธิบ้านสายรุ้ง เสียงหัวเราะของเด็ก ๆ ดังสลับกับเสียงเปียโนที่บรรเลงอย่างสดใส
เพียงใจนั่งอยู่หน้าเปียโนหลังเก่า นิ้วเรียวเคลื่อนไหวบนแป้นสีขาวดำอย่างคล่องแคล่ว ขณะที่เด็กกำพร้าหลายสิบคนกำลังร้องเพลงตามจังหวะอย่างสนุกสนาน
“หนึ่ง สอง สาม...พร้อมกันนะคะ”
เสียงหวานดังขึ้นพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น เด็ก ๆ พากันร้องเพลงต่อด้วยความตั้งใจ สำหรับเพียงใจแล้ว ความสุขไม่ได้อยู่ในบ้านหลังใหญ่หรือเงินทองมากมาย แต่อยู่ในรอยยิ้มของเด็กเหล่านี้ต่างหาก
หลังจากคลาสเรียนจบลง เด็กหญิงตัวเล็กคนหนึ่งวิ่งเข้ามากอดเอวเธอ
“ครูเพียงใจคะ”
“ว่าไงคะคนเก่ง”
“วันนี้คุณลุงหล่อ ๆ จะมาไหม”
เพียงใจชะงัก“คุณลุงหล่อ ๆ คนไหนคะ”
“คนที่มาหาครูวันก่อนค่ะ”
เด็กหลายคนพากันส่งเสียงขึ้นทันที“ใช่ค่ะ”
“หล่อมากเลย”
“เหมือนพระเอกละคร”
เพียงใจถึงกับหัวเราะออกมา แม้จะพยายามไม่คิดถึงเขา แต่ภาพชายหนุ่มเจ้าของดวงตาคมเข้มก็ผุดขึ้นมาในหัวอย่างห้ามไม่ได้
สามวันมานี้ ศรัณย์ส่งดอกไม้มาให้ที่โรงเรียนทุกเช้า ไม่มีข้อความหวานเลี่ยน ไม่มีคำจีบตรง ๆ มีเพียงการ์ดใบเล็ก ๆ ที่เขียนว่า“ขอบคุณที่ช่วยชีวิตผม” เพียงเท่านั้น แต่กลับทำให้เธอรู้สึกแปลก ๆ ทุกครั้งที่เห็น
“ครูหน้าแดง”
เด็กคนหนึ่งร้องขึ้น“เปล่านะ”
“แดงจริง ๆ”
“ใช่ค่ะ”
เพียงใจรีบเปลี่ยนเรื่องทันที“พอเลยค่ะทุกคน ไปกินขนมได้แล้ว”เสียงหัวเราะดังขึ้นทั่วห้อง
ขณะเดียวกัน บนชั้นสี่สิบของอาคารสำนักงานใหญ่ ศรัณย์กำลังนั่งประชุมกับคณะผู้บริหาร ตัวเลขกำไรหลายพันล้านถูกฉายอยู่บนจอขนาดใหญ่ แต่ความสนใจของเขากลับไม่ได้อยู่ตรงนั้น
“ท่านประธานครับ”เสียงผู้จัดการฝ่ายการเงินดังขึ้น
“ครับ”
“ความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการนี้ครับ”
ศรัณย์กะพริบตา
ก่อนจะหันกลับมามองเอกสาร นราธิปซึ่งนั่งอยู่ข้าง ๆ ยิ้มมุมปาก หลังประชุมเสร็จ เขาเดินตามเพื่อนสนิทเข้าไปในห้องทำงาน
“แกเป็นอะไร”
ศรัณย์เงยหน้ามอง“หมายความว่าไง”
“ประชุมอยู่แต่เหม่อ”
“ฉันไม่ได้เหม่อ”
“โกหก”
นราธิปหัวเราะ“รู้จักกันมาตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย ฉันดูออก”
ศรัณย์เงียบ“ตกลงมีเรื่องอะไร”
“ไม่มี”
“ผู้หญิง?”คำถามนั้นทำให้ศรัณย์ชะงัก
นราธิปถึงกับหัวเราะลั่น“จริงด้วย”
“เลิกยุ่งเรื่องชาวบ้านได้แล้ว”
“ผู้หญิงคนไหน”
“ไม่มี”
“ชื่อเพียงใจหรือเปล่า”
คราวนี้ศรัณย์มองเพื่อนทันที“แกรู้ได้ยังไง”
“โอ้โห ยอมรับเองเลย”
นราธิปหัวเราะจนตัวงอ ศรัณย์ถอนหายใจ
“ฉันแค่รู้สึกว่าเธอไม่เหมือนคนอื่น”
“อันตรายนะ”
“อะไร”
“ประโยคนี้คืออาการของคนเริ่มชอบ”
ศรัณย์นิ่งไป ชอบงั้นหรือ คำคำนี้ไม่เคยอยู่ในชีวิตของเขามานานแล้ว
ช่วงบ่าย รถยนต์สีดำคันหรูแล่นเข้ามาจอดหน้ามูลนิธิบ้านสายรุ้ง เพียงใจที่กำลังรดน้ำต้นไม้เงยหน้าขึ้น ก่อนจะเห็นชายหนุ่มร่างสูงก้าวลงมาจากรถ
หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ
“คุณศร”
ศรัณย์ยิ้ม “สวัสดีครับ”
“วันนี้มาทำอะไรคะ”
“มาชวนคุณไปดูอะไรบางอย่าง”
เพียงใจขมวดคิ้ว“อะไรคะ”
“โครงการช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาส”
หญิงสาวชะงัก“คุณทำโครงการแบบนั้นด้วยเหรอคะ”
“ผมไม่ได้ใจร้ายขนาดนั้นนะ”
เธอหัวเราะเบา ๆ“ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น”
“งั้นไปกับผมไหม”
“ฉัน...”
“แค่ดูงาน”
เขารีบพูดต่อ“ถ้าคุณไม่สบายใจ ผมจะส่งกลับทันที”เพียงใจลังเล แต่สุดท้ายก็ยอมตกลง
หนึ่งชั่วโมงต่อมา รถยนต์แล่นเข้าสู่ศูนย์พัฒนาเด็กในชุมชนแออัด เพียงใจมองภาพตรงหน้าอย่างประหลาดใจ สนามเด็กเล่นขนาดใหญ่ ห้องสมุด
ห้องคอมพิวเตอร์ และอาคารเรียนที่เพิ่งสร้างใหม่
ทุกอย่างดูทันสมัยเกินกว่าจะอยู่ในชุมชนยากจน
“ทั้งหมดนี่...”
“บริษัทของผมสนับสนุน”
เพียงใจหันมองเขา“คุณทำมานานแล้วเหรอคะ”
“ห้าปี”
“ทำไมไม่เคยออกข่าว”
ศรัณย์ยิ้มบาง ๆ“เพราะไม่ได้ทำเพื่อข่าว”
คำตอบนั้นทำให้หญิงสาวนิ่งไป ตลอดเวลาที่ผ่านมา
เธอคิดว่าเขาเป็นเพียงนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ
แต่วันนี้เธอกลับได้เห็นอีกด้านหนึ่ง
ด้านที่อ่อนโยนกว่าที่คิด เด็กชายคนหนึ่งวิ่งเข้ามากอดขาศรัณย์
“พี่ศร!”
“ว่าไงตัวแสบ”
“พี่หายไปตั้งนาน”
ศรัณย์หัวเราะ ก่อนย่อตัวลงคุยกับเด็ก
ภาพนั้นทำให้เพียงใจมองอย่างไม่ละสายตา
ผู้ชายที่เด็ก ๆ รัก ผู้ชายที่ใช้เงินช่วยเหลือคนอื่นโดยไม่ต้องการชื่อเสียง ผู้ชายที่ขอบคุณคนช่วยชีวิตเขาด้วยความจริงใจ เขาแตกต่างจากภาพนักธุรกิจเย็นชาที่เธอเคยจินตนาการไว้มาก
ช่วงเย็น ทั้งสองนั่งพักอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่
สายลมพัดเอื่อย ๆ บรรยากาศเงียบสงบอย่างน่าประหลาด
“คุณดูรักเด็กมากนะคะ”
เพียงใจเป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนา ศรัณย์มอง เด็ก ๆ ที่กำลังวิ่งเล่นอยู่ไกล ๆ
“ผมโตมากับพี่เลี้ยง”
เธอหันมองทันที“หมายความว่า...”
“พ่อแม่ไม่ค่อยมีเวลา”น้ำเสียงของเขาสงบนิ่ง
แต่กลับซ่อนความเหงาเอาไว้
“ตอนเด็ก ๆ ผมเคยคิดว่า ถ้ามีโอกาส ผมจะไม่ปล่อยให้เด็กคนอื่นรู้สึกแบบเดียวกัน”
เพียงใจฟังเงียบ ๆ เป็นครั้งแรกที่เขาพูดถึงตัวเองมากขนาดนี้
“แล้วคุณล่ะ”
ศรัณย์ถามกลับ“ทำไมถึงมาสอนดนตรีที่นี่”
หญิงสาวยิ้มบาง ๆ“ฉันโตที่สถานสงเคราะห์”
ชายหนุ่มชะงัก“คุณเป็นเด็กกำพร้าเหรอ”
“ค่ะ”
เธอพยักหน้า“ฉันไม่เคยรู้ว่าพ่อแม่เป็นใคร”
ศรัณย์มองเธอนิ่ง หัวใจเหมือนถูกบีบเบา ๆ
ทั้งที่เธอพูดด้วยรอยยิ้ม แต่เขากลับสัมผัสได้ถึงความว่างเปล่าที่ซ่อนอยู่
“เสียใจไหม”
เพียงใจเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบเบา ๆ“เคยค่ะ”
“แล้วตอนนี้”
“ไม่แล้ว”
เธอหันมาสบตาเขา “เพราะฉันเลือกไม่ได้ว่าจะเกิดมาแบบไหน”
“แต่เลือกได้ว่าจะใช้ชีวิตยังไง” คำตอบนั้นทำให้ศรัณย์ยิ้ม
ผู้หญิงคนนี้เข้มแข็งกว่าที่เขาคิด และยิ่งรู้จัก
เขาก็ยิ่งถอนสายตาออกจากเธอไม่ได้ ดวงอาทิตย์ ค่อย ๆ ลับขอบฟ้า
แสงสีส้มอาบไล้ใบหน้าหวานของหญิงสาวงดงามจนหัวใจของเขาเต้นแรง เป็นครั้งแรกในชีวิต
ที่ศรัณย์รู้สึกว่า การได้ใช้เวลาพูดคุยกับใครสักคน
มีความหมายมากกว่าการประชุมธุรกิจมูลค่าหลายพันล้าน และเป็นครั้งแรกเช่นกัน ที่เพียงใจเริ่มหวั่นไหว ให้กับผู้ชายคนหนึ่ง โดยไม่รู้ตัวเลยว่า
หัวใจของเธอกำลังค่อย ๆ เปิดรับเขาเข้ามาทีละน้อย...
