บทที่ 7 ตอนที่ 5 รอยยิ้มที่ไม่อาจปฏิเสธ
ตอนที่ 5
รอยยิ้มที่ไม่อาจปฏิเสธ
แสงแดดยามเช้าลอดผ่านม่านสีขาวบางในห้องรับรองแขกของคอนโดชั้นสูงสุด เพียงใจค่อย ๆ ลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้า ความอบอุ่นจากผ้านวมผืนหนาทำให้เธอรู้สึกคล้ายยังอยู่ในความฝัน หากไม่ใช่เพราะกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของห้องที่ไม่คุ้นเคย และภาพเพดานสีขาวสะอาดตาที่แตกต่างจากห้องเช่าเล็ก ๆ ของเธอ หญิงสาวคงคิดว่าค่ำคืนอันวุ่นวายที่ผ่านมาเป็นเพียงฝันร้ายเรื่องหนึ่ง แต่ไม่ใช่ ทุกอย่างเกิดขึ้นจริง
เหตุการณ์ชายเมาคุกคามเธอ เสียงตวาดของศรัณย์ที่ดังขึ้นท่ามกลางสายฝน อ้อมแขนอบอุ่นที่กอดปลอบเธอไว้ และจูบอ่อนโยนที่ยังคงติดอยู่ในความรู้สึก ทั้งหมดชัดเจนจนหัวใจของเพียงใจเต้นแรงขึ้นมาอีกครั้ง
หญิงสาวยกมือแตะริมฝีปากตัวเองอย่างเผลอไผล ใบหน้าหวานร้อนผ่าวขึ้นทันที
“เพียงใจ เธอบ้าไปแล้วหรือไง” เพียงใจพึมพำกับตัวเองเสียงแผ่ว พลางดึงผ้าห่มขึ้นปิดใบหน้าด้วยความเขินอาย เธอไม่ควรรู้สึกแบบนี้ ไม่ควรปล่อยให้หัวใจหวั่นไหวเร็วขนาดนี้ ไม่ควรคิดถึงอ้อมแขนของผู้ชายคนหนึ่งตั้งแต่ลืมตาตื่น แต่ยิ่งห้าม ความทรงจำเมื่อคืนยิ่งชัดขึ้นทุกที
เสียงเคาะประตูเบา ๆ ดังขึ้น ทำให้เพียงใจรีบลุกจากเตียงทันที
“คุณเพียงใจคะ คุณศรัณย์ให้ป้าเตรียมเสื้อผ้าไว้ให้ค่ะ” เสียงแม่บ้านดังมาจากหน้าประตู พร้อมน้ำเสียงสุภาพอ่อนโยน
“ขอบคุณมากนะคะ เดี๋ยวฉันออกไปค่ะ” เพียงใจตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ก่อนจะรีบจัดผมเผ้าและสำรวจตัวเองอย่างลนลาน
เธอเดินไปเปิดประตู รับเสื้อผ้าชุดใหม่จากแม่บ้านด้วยความเกรงใจ ชุดเดรสสีครีมเรียบง่ายถูกพับไว้อย่างประณีต เนื้อผ้านุ่มจนรู้ได้ทันทีว่าไม่ใช่ของราคาถูก
“ชุดนี้...คงแพงมากเลยนะคะ” เพียงใจพูดพลางมองชุดในมืออย่างไม่สบายใจ
“คุณศรัณย์บอกว่าเลือกแบบเรียบที่สุด เพราะกลัวคุณเพียงใจจะอึดอัดค่ะ” แม่บ้านตอบพร้อมรอยยิ้มเอ็นดู เพียงใจนิ่งไป แค่ประโยคสั้น ๆ กลับทำให้หัวใจเธออุ่นวาบ เขาใส่ใจแม้กระทั่งความรู้สึกเล็กน้อยของเธอ
“ฝากขอบคุณเขาด้วยนะคะ” เพียงใจเอ่ย เบา ๆ พลางกอดชุดไว้แนบอกโดยไม่รู้ตัว
“คุณศรัณย์รออยู่ที่โต๊ะอาหารค่ะ ท่านบอกว่าถ้าคุณเพียงใจตื่นแล้ว ให้ทานอาหารเช้าก่อนค่อยกลับ” แม่บ้านพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพ ก่อนจะก้มศีรษะเล็กน้อยแล้วเดินจากไป เพียงใจยืนอยู่หน้าประตูอีกครู่ใหญ่ หัวใจที่พยายามควบคุมกลับเริ่มดื้อดึงอีกครั้ง
หลังจากอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อย เธอเดินออกไปยังพื้นที่รับประทานอาหาร กลิ่นกาแฟสดลอยมากับกลิ่นขนมปังอบใหม่ ภาพตรงหน้าทำให้เธอชะงักฝีเท้าโดยไม่รู้ตัว
ศรัณย์ยืนอยู่ริมกระจกบานใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมคอหนึ่งเม็ด แขนเสื้อถูกพับขึ้นอย่างไม่เป็นทางการ แสงเช้าส่องกระทบใบหน้าคมคาย ทำให้เขาดูแตกต่างจากประธานบริษัทผู้เย็นชาอย่างสิ้นเชิง เขาดูเหมือนผู้ชายธรรมดาคนหนึ่ง แต่เป็นผู้ชายธรรมดาที่ทำให้หัวใจเธอหวั่นไหวได้อย่างน่ากลัว
ศรัณย์หันกลับมาเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า สายตาคมหยุดอยู่ที่เธอชั่วขณะ ก่อนรอยยิ้มบาง ๆ จะปรากฏบนใบหน้า
“ชุดนี้เหมาะกับคุณมาก” ศรัณย์กล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มลึก ขณะเดินเข้ามาเลื่อนเก้าอี้ให้เธออย่างสุภาพ
“ขอบคุณค่ะ แต่ความจริงคุณไม่ต้องลำบากเตรียมให้ฉันก็ได้” เพียงใจตอบพลางนั่งลงอย่างระมัดระวัง ใบหน้าหวานยังมีความเกรงใจปนเขินอาย
“สำหรับผม ไม่ลำบากเลย” ศรัณย์บอกพลางนั่งลงฝั่งตรงข้าม สายตาของเขาอ่อนโยนกว่าทุกครั้ง
“คุณพูดแบบนี้บ่อย ๆ ฉันจะยิ่งเกรงใจนะคะ” เพียงใจเอ่ยเสียงเบา มือเล็กประสานกันบนตักอย่างทำตัวไม่ถูก
“งั้นผมคงต้องพูดบ่อยขึ้น จนกว่าคุณจะเลิกเกรงใจ” ศรัณย์ตอบพร้อมรอยยิ้มมุมปาก ทำให้บรรยากาศที่เคยตึงเพราะความเขินผ่อนคลายลง
เพียงใจเผลอหัวเราะเบา ๆ เสียงหัวเราะนั้นทำให้ศรัณย์นิ่งไปเล็กน้อย เขาชอบรอยยิ้มของเธอ
ชอบมากจนเริ่มกลัวตัวเอง บนโต๊ะมีอาหารเช้าเรียบง่ายแต่จัดอย่างประณีต ทั้งไข่คน ขนมปังปิ้ง ผลไม้ และโจ๊กหมูร้อน ๆ เพียงใจมองอาหารทั้งหมดด้วยความแปลกใจ
“คุณรู้ได้ยังไงคะว่าฉันชอบกินโจ๊กตอนเช้า” เพียงใจถามด้วยความประหลาดใจ ดวงตาหวานเงยขึ้นมองเขา
“ผมเดา” ศรัณย์ตอบสั้น ๆ พลางยกแก้วกาแฟขึ้นจิบ แต่แววตากลับมีพิรุธเล็กน้อย
“เดาได้แม่นจนน่ากลัวเลยค่ะ” เพียงใจพูดพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ เพราะรู้สึกว่าเขาคงถามแม่บ้านหรือสืบจากใครบางคนมาแน่
“ถ้าผมบอกว่าตั้งใจจำทุกอย่างเกี่ยวกับคุณ คุณจะกลัวไหม” ศรัณย์ถามขึ้นอย่างตรงไปตรงมา น้ำเสียงนิ่งแต่สายตาลึกซึ้ง เพียงใจชะงักช้อนในมือทันที
“ฉันควรกลัวไหมคะ” เพียงใจถามกลับอย่างแผ่วเบา หัวใจเต้นแรงเพราะไม่รู้ว่าเขาต้องการสื่อถึงอะไร
“ไม่ควร เพราะผมไม่ได้อยากทำให้คุณกลัว ผมแค่อยากรู้ว่าต้องดูแลคุณแบบไหนถึงจะไม่ทำให้คุณอึดอัด” ศรัณย์ตอบอย่างจริงจัง ดวงตาคมไม่หลบสายตาเธอแม้แต่น้อย เพียงใจนิ่งไปนาน คำพูดของเขาไม่ได้หวือหวา แต่กลับอ่อนโยนจนเธอไม่รู้จะป้องกันหัวใจตัวเองอย่างไร
“คุณศรัณย์คะ” เพียงใจเรียกชื่อเขาเบา ๆ หลังจากรวบรวมความกล้าอยู่นาน
“ครับ” ศรัณย์ขานรับทันที น้ำเสียงอ่อนลงเมื่อได้ยินเธอเรียกชื่อเต็มของเขา
“เรื่องเมื่อคืน...ฉันอยากขอบคุณอีกครั้งค่ะ ไม่ใช่แค่เรื่องที่คุณช่วยฉันจากผู้ชายคนนั้น แต่รวมถึงเรื่องที่คุณไม่ทำให้ฉันรู้สึกแย่กับตัวเอง” เพียงใจพูด ช้า ๆ ทุกคำออกมาจากใจจริง
ศรัณย์วางแก้วกาแฟลง“คุณไม่ควรรู้สึกแย่กับตัวเองตั้งแต่แรก คนที่ควรอับอายคือคนที่คิดร้ายกับคุณ ไม่ใช่คุณ” ศรัณย์ตอบเสียงหนักแน่น แววตาเข้มขึ้นเล็กน้อยเมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน
“ฉันรู้ค่ะ แต่บางทีคนเราก็ไม่ได้เข้มแข็งพอจะคิดแบบนั้นได้ทันที” เพียงใจพูดพลางยิ้มเศร้า ๆ ความทรงจำเมื่อคืนยังทิ้งรอยสั่นไหวไว้ในใจ
“งั้นเวลาที่คุณคิดไม่ได้ ผมจะคิดแทนคุณก่อน แล้วค่อยบอกคุณทีหลัง” ศรัณย์กล่าวอย่างนุ่มนวล ท่าทางของเขามั่นคงจนคนฟังหัวใจไหววูบ
เพียงใจมองเขานิ่ง ผู้ชายคนนี้กำลังเข้ามาใกล้หัวใจเธอมากเกินไป และเธอกลัวว่าอีกไม่นาน ตัวเองจะไม่มีแรงผลักเขาออกไป
