บทที่ 2 ตอนที่ 2 ก็ดูสภาพเธอสิ

จากนั้นตะวันก็เดินไปนั่งลงบนม้าหินอ่อนใต้ร่มไม้ อัยยาขยับตามไปนั่งตรงข้าม ก่อนจะยื่นกล่องข้าวในมือให้ ใบหน้าระรื่นเหมือนพยายามทำให้บรรยากาศดูเป็นเรื่องปกติ

“อ่ะ ข้าวที่ตะวันสั่งไว้ ทานตอนร้อน ๆ สิ”

หญิงสาวพูดพร้อมกับเปิดฝาขวดน้ำส่งให้ชายหนุ่มอย่างเคยชิน ตะวันรับกล่องข้าวมา มองอยู่ครู่หนึ่ง สีหน้ากลับนิ่งขรึมลงก่อนจะผลักมันกลับไปทางอัยยาแบบไม่ค่อยพอใจนัก

“ก็บอกแล้วไงว่าอยากกินไข่เจียวเฉย ๆ จะใส่ผักมาทำไม”

อัยยาชะงัก รับข้าวกล่องคืนมา มือขยับแว่นก่อนจะพูดเสียงแผ่ว

“ขอโทษนะ…สงสัยป้าเขาจะลืม เดี๋ยวเราเขี่ยออกให้”

ทันทีที่ร่างเล็กกำลังจะเปิดฝากล่อง ทว่าตะวันกลับพูดตัดขึ้นมา

“ไม่ต้อง มึงจะไปไหนก็ไป ไม่อยากเห็นหน้า”

“แต่ว่า....”

อัยยาอ้าปากเหมือนจะพูดอะไรต่อ แต่ยังไม่ทันได้เอ่ย ตะวันก็เสริมเสียงเรียบเย็น

“บอกให้ไปไง! ไม่ได้เรื่องอะไรสักอย่าง”

น้ำเสียงนั้นทำให้เธอต้องรีบปิดกล่องข้าวลงอย่างเงียบงัน ก่อนจะยิ้มบาง ๆ ทั้งที่แววตาไม่เหลือความสดใสเหมือนก่อนหน้า

“งั้นเราเข้าเรียนก่อนนะ…มีอะไรก็ทักมาแล้วกัน”

ตะวันไม่ตอบ ไม่แม้แต่จะเหลือบตามอง ร่างสูงเพียงเอนหลังพิงม้าหินอ่อน ปล่อยสายตาว่างเปล่าไปยังสนามหญ้าเบื้องหน้า สีหน้าฉายแววเบื่อหน่ายราวกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าไม่คู่ควรกับความสนใจแม้เพียงน้อยนิด อัยยานั่งนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะค่อย ๆ ลุกขึ้นและเดินจากไปอย่างเงียบงัน

สนามบาส

สนามบาสของมหาวิทยาลัยคึกคักไปด้วยเสียงนักศึกษาเดินขวักไขว่ บ้างรวมกลุ่มพูดคุยกันอย่างออกรส บ้างกำลังวิ่งไล่ลูกบาสท่ามกลางเสียงหัวเราะและเสียงรองเท้ากระทบพื้น

ตะวันเล่นบาสกับเพื่อนจนเหงื่อชุ่มตัว ก่อนจะเดินมานั่งพักที่ขอบสนามอย่างหมดแรง “โชน” เพื่อนสนิท ทิ้งตัวนอนราบลงข้าง ๆ อย่างไม่สนใจภาพลักษณ์ ส่วนอีกฝั่งเป็น”เตอร์”ที่นั่งพิงเข่าพลางเช็ดเหงื่อ

ตะวันนั่งหอบเบา ๆ มือเท้าขอบสนาม สายตากวาดมองไปรอบบริเวณอย่างไร้จุดหมาย ก่อนจะบ่นพึมพำออกมาเสียงต่ำ

“ทำไมยังไม่มาอีก…”

ก็เพราะตามปกติแล้ว อัยยามักจะวิ่งถือน้ำมาให้เสมอ ไม่ว่าเธอกำลังทำอะไรอยู่ก็ตาม 

หากตะวันต้องการดื่มน้ำ เธอก็จะต้องมาและต้องมาในทันที

ตะวันความคิดในใจเพียงไม่นาน ร่างเล็กก็วิ่งหน้าตั้งเข้ามาอย่างรีบร้อน ก่อนจะหยุดยืนอยู่ตรงหน้าตะวัน มือเรียวขยับแว่นเล็กน้อยแล้วรีบยื่นขวดน้ำให้

“อ่ะน้ำ…ขอโทษนะ พอดีเราติดเรียนอยู่น่ะ เลยมาช้า”

ตะวันรับขวดน้ำมาในมือ แต่สีหน้ากลับไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด

พลั่ก 

ก่อนจะรีบโยนมันลงกับพื้นทันที หันหน้าไปอีกทาง เพราะน้ำในขวดเป็นเพียงอุณหภูมิปกติ ไม่ได้เย็นอย่างที่เขาต้องการ

“ร้อนจะตายห่า อยากแดกน้ำเย็น ๆ”

อัยยาชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะก้มลงหยิบขวดน้ำที่ถูกโยนเมื่อครู่นั้นขึ้นมา เปิดฝาแล้วยื่นให้ชายหนุ่มอีกครั้ง

“ตะวัน…ลองดื่มดูก่อนสิ เราไม่รู้ว่าต้องซื้อน้ำเย็น เดี๋ยวดื่มไปก่อนนะ แล้วเราจะไปซื้อมาให้ใหม่”

พลั่ก!

ยังไม่ทันที่เขาจะรับ ตะวันก็ปัดมือเธอออกอย่างแรง น้ำในขวดกระเด็นหกลงพื้น

“ก็บอกว่าไม่แดกไง มึงนี่ซื่อบื้อฉิบหาย ไปเอาน้ำเย็นมาเลย ไป!”

อัยยาหน้าซีดลงเล็กน้อย แต่ก็รีบพยักหน้ารับ

“ได้ ๆ ขอโทษนะ งั้นเดี๋ยวเราไปซื้อมาให้”

จากนั้นร่างเล็กก็รีบวิ่งออกไปในทันทีกลัวว่าถ้าขืนชักช้ามากกวานี้จะยิ่งทำให้ชายหนุ่มโมโหมากขึ้นกว่าเดิม

หลังจากอัยยารีบวิ่งออกไปแล้ว เตอร์เพื่อนสนิทก็เอื้อมมือมากอดคอตะวันไว้หลวม ๆ พลางเอ่ยถามเสียงต่ำ

“มึงพูดกับเธอแรงไปรึเปล่าวะ”

“แรงที่ไหน ปกติกูก็พูดกับเธอแบบนี้อยู่แล้ว”

โชนที่นอนราบอยู่กับพื้นขยับตัวลุกขึ้นนั่ง มองตามทิศทางที่อัยยาวิ่งหายไป ก่อนจะพูดขึ้นมาบ้าง

“กูเห็นเธอเป็นเบ้มึงมาตลอด ผู้หญิงที่ไหนจะยอมขนาดนี้วะ…ไม่ใช่ว่าเธอชอบมึงหรอกนะ”

ตะวันหัวเราะหึออกมาเล็กน้อย

“ไม่มีทางหรอก ต่อให้เธอชอบกู กูก็ไม่มีวันชอบเธอ”

โชนเลิกคิ้วถาม

“ทำไมวะ”

ตะวันปรายตามองเพื่อน ก่อนจะพูดออกมาตรง ๆ อย่างไม่คิดถนอมคำ

“ก็ดูสภาพเธอสิ แบบนั้นใครจะไปชอบลง รำคาญจะตาย”

ร่างสูงทำหน้าหงุดหงิด สีหน้าตึงเครียดจากความเหนื่อยและอารมณ์ค้างคา ก่อนที่เสียงหวาน ๆ จะดังขึ้นใกล้ตัว

“พี่ตะวัน น้ำค่ะ”

หญิงสาวที่ท่าทางน่าจะเป็นรุ่นน้องยืนยื่นขวดน้ำเย็นเฉียบมาให้ เขาเหลือบมองเพียงแวบเดียว ก่อนจะรับมาแล้วยกดื่มทันที

หญิงสาวคนนั้นยิ้มกว้างอย่างดีใจ เมื่อเห็นว่าเขารับน้ำไว้ ก่อนจะเดินจากไปด้วยท่าทีอิ่มเอม

อีกฟากหนึ่งของสนามบาส อัยยาหยุดยืนอยู่กับที่ ตากลมมองภาพตรงหน้าอย่างเงียบงัน ก่อนจะก้มลงมองขวดน้ำในมือตัวเอง นิ้วเรียวขยับดันแว่นขึ้นเล็กน้อย 

เมื่อเห็นว่าเขามีน้ำดื่มแล้ว ร่างเล็กเลยไม่ได้เดินเข้าไปใกล้  เพียงหมุนตัวกลับช้า ๆ แล้วเดินจากไปในทิศทางตรงกันข้าม

บทก่อนหน้า
บทถัดไป