บทที่ 1 ครอบครัวเฟย [1]
“เฟยหมิงที่พี่สะใภ้เจ้าพูดเพราะเป็นห่วงเจ้า ไยเจ้าถึงคิดว่าพี่สะใภ้เจ้ามีความคิดเป็นอื่น”
“เป็นห่วงข้า? เป็นห่วงข้าหรือเป็นห่วงตนเองกันแน่” คนพูดกระตุกยิ้มเย้ยหยัน จ้องหน้าพี่ชาย “พี่ใหญ่ท่านกล้าพูดออกมาได้อย่างไรว่าการสั่งให้ข้าทิ้งลูกสาวตนเองเป็นการช่วยเหลือข้า”
“บุตรสาวเจ้าที่ไหนกัน เด็กคนนั้นคือตัวกาลกิณีของตระกูลต่างหาก ขืนยังปล่อยให้มีชีวิตอยู่ก็รังแต่จะนำพาเรื่องเลวร้ายมาสู่ตระกูล เจ้าควรรีบพานางออกไปก่อนที่ทุกอย่างจะเลวร้ายไปมากกว่านี้
เจ้าลองคิดดูดี ๆ สิ ตั้งแต่ภรรยาผู้นี้ของเจ้าคลอดเด็กคนนี้ออกมาตระกูลเราก็มีแต่ปัญหา ไม่เคยมีเรื่องดี!”
คนถูกตะโกนใส่นิ่งอึ้งในสิ่งที่ได้ยินจากปากพี่ชายร่วมสายเลือด แววตาผิดหวังฉายชัดในดวงตา “พี่ใหญ่ท่านคิดเช่นนี้มาตลอดสินะ ท่านคิดว่าลูกข้าคนนี้นำพาเรื่องเลวร้ายมาสู่ตระกูล”
“หรือข้าพูดไม่จริง ตั้งแต่เด็กคนนั้นเกิดมาก็ไม่เคยพบเจอเรื่องดีใดอีกเลย ก้าวออกจากบ้านทีก็มีแต่สายตารังเกียจจากคนรอบข้าง ได้ยินแต่เสียงซุบซิบนินทา อย่างนี้แล้วเจ้าจะยังคิดว่าเด็กคนนั้นไม่ผิดอยู่อีกหรือ!”
เฟยหยวนเน้นหนักในน้ำเสียงจ้องหน้าน้องชายอย่างไม่ลดละ พยายามแสดงให้เห็นว่าไม่ว่าอย่างไรวันนี้พวกเขาจะต้องขับไล่เด็กคนนี้ออกจากตระกูลให้ได้
วันนี้หัวเด็ดตีนขาดอย่างไรเขาต้องไล่ตัวกาลกิณีอย่างเด็กคนนั้นออกจากบ้านให้ได้ เขาทนไม่ไหวแล้วที่ต้องคอยฟังเสียงซุบซิบนินทาจากคนรอบกาย ไหนจะสายตาที่มองมาอย่างรังเกียจนั่นอีก
ข้างนอกต่างพากันพูดสนุกปาก ตระกูลเฟยทั้งที่ได้ชื่อว่าตระกูลใหญ่แต่ไร้วาสนา มีหลานก็คลอดออกมาเป็นเด็กไม่สมประกอบ
แค่เกิดมาไม่มีความสามารถใดก็น่าขายหน้าพอแล้ว แต่เด็กนี่กลับไม่มีกระทั่งสามจิตเจ็ดวิญญาณเป็นเพียงร่างกายมีชีวิตแต่ไร้ความรู้สึก มองอย่างไรก็ไม่ใช่คนเป็นได้แค่ตัวประหลาดที่เกิดมาในร่างคน
เฟยหมิงมีหรือจะมองเจตนาในการกระทำของพี่ใหญ่ไม่ออก ชายหนุ่มกระตุกยิ้มขำ เย้ยหยันการกระทำของพวกเขา
“ในเมื่อพวกท่านยืนกรานเสียงแข็ง นัดแนะกันมากดดันให้ข้าละทิ้งบุตรสาวของตัวเอง เช่นนั้นข้าก็จะทำอย่างที่พวกท่านต้องการ ข้าและนางรวมถึงลูกของข้าจะออกจากตระกูลนี้ไปเอง”
“ท่านพี่....” เหมยซียื่นมือออกมาจับมือสามีสีหน้าหนักใจ “หากทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะข้ากับลูก ข้าขอเป็นคนจากไป ท่านไม่ต้องลำบาก”
เฟยหมิงจับมือภรรยามากุมไว้ ส่ายหัวเบา ๆ “น้องหญิงเจ้าพูดอะไร เจ้าคือภรรยาข้า เด็กสาวคนนี้ก็ลูกของข้า ถึงต้องแตกหักกับครอบครัวข้าก็ไม่มีวันปล่อยมือจากพวกเจ้าสองแม่ลูก”
“แต่ว่า...”
“ไม่ต้องพูดแล้ว ข้าตัดสินใจแล้วไม่ว่าอย่างไรก็ไม่คิดปล่อยเจ้าและลูกออกไปลำบากกันเพียงสองคน”
เฟยหมิงส่งสายตาเป็นเชิงบอกให้ภรรยาไม่ต้องพูดแล้ว จากนั้นหันกลับมากวาดตามองคนในครอบครัว
ยี่สิบกว่าปีมาแล้วที่เขาอาศัยชายคาตระกูลเฟยเติบโต เมื่อก่อนเขามักคิดว่าตนเองโชคดีที่ได้เกิดมาในตระกูลดีมีฐานะ แต่ตอนนี้เขากลับเกิดความคิดว่า หากตระกูลที่เกิดมาไม่ได้ยิ่งใหญ่ครอบครัวจะรักใคร่กลมเกลียวกันมากกว่านี้หรือไม่
ครอบครัวที่สั่งให้เขาละทิ้งครอบครัวไม่ใช่ครอบครัวที่เขาคุ้นเคยอีกต่อไปแล้ว
“เฟยหมิงคำพูดของเจ้าหมายความว่าอย่างไร” เมื่อน้องชายหันมองมาเฟยหยวนจึงเอ่ยถามในสิ่งที่เพิ่งได้ยินทันที
“ข้าหมายความตามที่พูด ในเมื่อพวกท่านยืนกรานอยากให้ข้าละทิ้งบุตรสาว เช่นนั้นข้าก็จะละทิ้ง ผิดที่คนที่ข้าเลือกทิ้งไม่ใช่พวกนางสองแม่ลูกแต่เป็นพวกท่าน”
“น้องสามีเจ้าสติไม่ดีไปแล้วหรือ หากเจ้าออกจากตระกูลไปเจ้าก็ไม่สามารถใช้อำนาจของตระกูลเฟยได้อีก ชีวิตจากนี้ของเจ้าคงไม่สุขสบายนัก เจ้าจะออกไปลำบากทำไมกัน ไม่สู้อยู่ในตระกูลเฟย ปล่อยสองแม่ลูกนั่นไป”
เฟยหมิงมองพี่สะใภ้ส่ายหัวยิ้มน้อย ๆ
ก่อนภรรยาจะคลอดบุตร ภรรยาดีกับพวกเขาไปตั้งเท่าไร มีของดีใดบ้างที่ได้มาแล้วไม่เคยแบ่งปัน แต่ดูตอนนี้สิ เพียงแค่คำพูดของคนนอก สายตารังเกียจของคนไม่เกี่ยวข้อง และคำทำนายของหมอดูที่บอกว่า บุตรสาวของเขาจะนำพาความหายนะมาสู่ตระกูล
คำพูดที่ไม่สามารถหาหลักฐานมายืนยันได้เพียงคำเดียวกลับสามารถทำลายความสัมพันธ์ที่มีมานานให้ขาดสะบั้น
เมื่อก่อนเป็นพวกเขาเองที่ตาบอดมองเนื้อแท้ใจจริงของพวกเขาไม่ออก หากรู้ว่าจะกลายมาเป็นเช่นนี้ เขาคงตัดสินใจแยกบ้านตั้งแต่ก่อนที่บุตรสาวจะคลอดออกมา คงไม่ทนกักเก็บความรู้สึกอดสูนี้เอาไว้ในใจมาตั้งหลายปี
ภรรยาก็คงไม่ต้องมานั่งนึกเสียใจ กล่าวโทษว่าที่ทุกอย่างกลายมาเป็นเช่นนี้เกิดจากความไม่ได้เรื่องของนาง
