บทที่ 11 ภารกิจแรกจากระบบ

ผ่านมาสองวันแล้วในที่สุดครอบครัวเฟยก็จัดการทำความสะอาดบ้านหลังน้อยจนแล้วเสร็จ หลังลงแรงไปมากสิ่งตอบแทนที่ได้ทำให้ทั้งสามคนเผยรอยยิ้มพึงพอใจ แม้บ้านหลังนี้จะยังต้องปรับปรุงต่อเติมส่วนที่ทรุดโทรมอยู่ แต่อย่างน้อยตอนนี้ห้องหับต่าง ๆ ก็พร้อมสำหรับอยู่อาศัยแล้ว ไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนบ้านร้างอีกแล้ว

“ท่านพ่อไม่ใช่ว่าวันนี้ออกไปหางานทำหรือเจ้าคะ เหตุใดกลับมาเร็วนัก” เฟยอี้หนิงที่กำลังกวาดหญ้ากองสุดท้ายที่เพิ่งถอนขึ้นมาเข้าด้วยกันเห็นบิดาก้าวเข้ามาในบ้านจึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย

เฟยหมิงมองหน้าลูกน้อยไม่รู้จะตอบคำถามอย่างไรดี

เฟยอี้หนิงสัมผัสได้ถึงบรรยากาศห่อเหี่ยวรอบกายบิดา วางไม้กวาดซึ่งทำจากใบไผ่ก้าวเข้ามาใกล้ ดวงตาใสกระจ่างเงยขึ้นสบตา “ท่านพ่อหรือว่างานมีปัญหา?” สองมือจับมือบิดาเอ่ยปลอบ “ไม่เป็นไรนะเจ้าคะ วันนี้หางานไม่ได้ใช่ว่าพรุ่งนี้จะหาไม่ได้”

มองลูกน้อยที่เอ่ยให้กำลังใจความรู้สึกหนักใจของเขาพลันถูกปัดเป่า

ลูกน้อยพูดถูกวันนี้หางานไม่ได้ใช่ว่าพรุ่งนี้จะหาไม่ได้ และถึงพรุ่งนี้จะหาไม่ได้เขาก็แค่ต้องเข้าป่าหาของมาขายก็พอ

“มีอะไรหรือ?” เหมยซีที่ผละจากห้องครัวออกมาเห็นสองพ่อลูกจ้องหน้ากันจึงเอ่ยถาม

เฟยอี้หนิงหันมองมารดาเอ่ยขึ้นมาว่า “ท่านแม่มาแล้วหรือเจ้าคะ มาคุยกับท่านพ่อหน่อยเจ้าค่ะ เหมือนว่าตอนนี้จะมีเรื่องทำให้ท่านพ่อวุ่นวายใจเล็กน้อย”

เหมยซีหันความสนใจไปที่สามีพลางเดินเข้ามาใกล้ “ท่านพี่ในเมืองมีเรื่องอะไรหรือ”

เฟยหมิงก็ไม่คิดปิดบัง อย่างไรเรื่องนี้ก็เกี่ยวข้องกับตระกูลเฟยบอกกล่าวให้ทั้งสองคนรู้ไว้จะได้เตรียมตัวรับมือได้ทัน

ครอบครัวสามคนย้ายมานั่งล้อมวงกันใต้ต้นไม้ใหญ่ แล้วเฟยหมิงก็เริ่มเล่าเรื่องที่พบเจอมาวันนี้ให้ภรรยาและลูกน้อยฟัง

“วันนี้หลังเข้าไปในเมืองข้าได้ไปหางานทำเหมือนเช่นปกติ แต่ไม่ว่าจะไปรับสมัครงานที่ไหนก็ไม่มีใครรับ กระทั่งโรงเตี๊ยมหรือท่าเรือที่เคยรับข้าเข้าทำงานอยู่เสมอก็ปฏิเสธ แม้แต่งานคุ้มกันขนส่งสินค้าที่เคยทำมาตลอดก็ส่ายหน้าไม่ต้อนรับ”

เหมยซีสีหน้าเป็นกังวล “ตระกูลเฟยหรือเจ้าคะ”

เฟยหมิงมองหน้าภรรยาพยักหน้าขึ้นลง “เป็นตระกูลเฟย ทันทีที่ข้าลงนามแยกบ้านพวกเขาก็ป่าวประกาศออกมาทันทีว่าตระกูลใดหรือใครก็ตามที่รับข้าเข้าทำงาน ตระกูลเฟยจะไม่ให้ความช่วยเหลือตระกูลเหล่านั้น ลำพังแค่การประกาศคงไม่เท่าใด แต่พวกเขาถึงขั้นติดสินบนเจ้าของโรงเตี๊ยมใช้อำนาจของท่านปู่ข่มขู่ไม่ให้พวกเขาให้ความช่วยเหลือข้า”

“จะมากเกินไปแล้ว!!” เหมยซีลุกขึ้นตบโต๊ะ “เมื่อก่อนท่านดีกับพวกเขามากขนาดไหน หาเงินมามอบให้พวกเขามากมายเพียงใด แล้วดูสิ่งที่พวกเขาทำกับท่านสิ อย่างนี้แล้วยังกล้าเรียกว่าครอบครัวเดียวกันอยู่อีกหรือ!” เหมยซีอดที่จะบ่นออกมาไม่ได้จริง ๆ

นางรู้สึกโมโหไม่น้อยที่พวกเขาทำกันถึงขนาดนี้ เมื่อก่อนเอาเปรียบนางก็ช่างเถิดถึงอย่างไรก็ชื่อว่าครอบครัวเดียวกัน อีกอย่างพวกเขาก็ยังต้องมารู้สึกอับอายเพราะการเกิดมาของลูกน้อย เหมยซีจึงพยายามอดทนอดกลั้นไม่เก็บมาใส่ใจ

แต่ความอดทนเหล่านั้นได้ขาดสะบั้นลงตั้งแต่พริบตาที่พวกเขาสั่งให้นางทิ้งลูกในไส้ของตนเอง เหมยซีจึงไม่อดทนต่อการกระทำของพวกเขาเอ่ยปากต่อว่าไร้ซึ่งความเคารพเหมือนที่ผ่านมา

เฟยหมิงมองภรรยาไม่คิดห้ามปรามหรือแก้ต่างนอกจากยกมือดึงภรรยาให้นั่งลง

ครั้งนี้ครอบครัวของเขาทำเกินไปมากจริง ๆ ถึงขั้นตัดช่องทางทำมาหากินของเขา คงไม่พ้นอยากให้เขาลำบากจนต้องซมซานขอกลับเข้าตระกูล

เฟยอี้หนิงมองสีหน้าลำบากใจ ไม่พอใจ และโมโหของผู้ใหญ่ทั้งสอง ในหัวคิดว่าจะทำอะไรดีเพื่อช่วยแก้ไขสถานการณ์ที่ครอบครัวกำลังเผชิญอยู่ตอนนี้

วันนี้ท่านพ่อออกไปหางานไม่ได้ พรุ่งนี้ก็คงจะเหมือนกัน ในเมื่อตระกูลเฟยใช้อำนาจของท่านปู่ทวดลงดาบไม่เหลือช่องทางทำมาหากิน อย่างนั้นแล้วการจะหางานทำคงเป็นไปได้ยาก

ทางที่เหลืออยู่ตอนนนี้คงมีแค่การขึ้นเขาไปหาของป่า แต่ก็ไม่รู้ว่าจะมีของวิเศษให้เก็บมากพอสำหรับครอบครัวสามคนหรือไม่

โลกนี้คือโลกฝึกปราณลำพังความสามารถของบิดามารดาเมื่อเทียบกับตระกูลใหญ่ ๆ แล้วไม่ถือว่าโดดเด่นอะไรนัก กดข่มได้แค่ชาวบ้านธรรมดาเท่านั้น หากอยากจะยืนหยัดอย่างเข้มแข็งทั้งสองคนต้องแข็งแกร่งขึ้นกว่านี้ ซึ่งการจะเลื่อนระดับฝึกปราณเงินเป็นส่วนประกอบที่สำคัญมาก

[ตรวจพบความมุ่งมั่นของผู้ใช้งาน ระบบเปิดใช้งานภารกิจ]

[ภารกิจแรกจากระบบ : ขึ้นเขาค้นหาของป่า ขจัดปัญหาปากท้อง

ของรางวัลเมื่อสำเร็จภารกิจ : โอสถลมปราณระดับหนึ่ง

ระยะเวลา : ไม่จำกัด

บทลงโทษหากทำภารกิจไม่สำเร็จ : ไม่มี]

เฟยอี้หนิงกะพริบตาปริบ ๆ จ้องมองหน้าจอสี่เหลี่ยมที่จู่ ๆ ก็ปรากฏขึ้นมาเองตรงหน้า พรวดพราดขยับตัวลุกขึ้นยืน

ภารกิจจากระบบหรือ?!

จริงสินางยังมีระบบอยู่ ทำไมถึงได้ลืมไปได้นะว่ามีของวิเศษเช่นนี้ติดตัว สองวันมานี้มัวแต่สนใจการเก็บกวาดบ้านจนลืมไปเลยว่ามีของอำนวยความสะดวกอย่างตัวช่วยของตัวเอกอยู่ในมือ

เฟยอี้หนิงกระตุกยิ้มร้ายจ้องมองบิดามารดา ยกมือเท้าสะเอว เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย “ท่านพ่อ ท่านแม่ หลังจากนี้เรื่องหาเงินเข้าบ้านให้เป็นหน้าที่ลูกเองเจ้าค่ะ ท่านพ่อท่านแม่แค่คอยช่วยเหลืออยู่ข้าง ๆ ลูกก็พอ”

มองลูกน้อยแสดงความมั่นใจออกมา ทั้งสองคนถึงกับมองหน้ากันด้วยความสงสัย

“หนิงเอ๋อร์ลูกคิดจะทำอะไรหรือ?” สองวันมานี้เหมยซีรู้แล้วว่าลูกน้อยของนางไม่ใช่เด็กธรรมดา หนิงเอ๋อร์ของนางเป็นเด็กที่มีสติปัญญาเฉลียวฉลาดเกินกว่าอายุของตนเองไปมาก

ทันทีที่ลูกน้อยเอ่ยปากออกมาว่ามีทางแก้ไขนางจึงไม่เอ่ยปากชมเชยเหมือนเวลาชมเด็กอายุสี่ปีทั่วไปแต่กลับเลือกที่จะเอ่ยถามแทน

“ท่านพ่อ ท่านแม่จำได้ไหมเจ้าคะเรื่องที่ลูกเป็นที่รักของพี่สาวนางฟ้า”

เพราะเรื่องราวของพี่สาวใจดีชุดขาวอมชมพู ครอบครัวของนางจึงแทนพี่สาวที่ช่วยให้พวกเขากลับมาอยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตาว่าพี่สาวนางฟ้า

“พ่อจำได้”

“แม่จำได้”

“นอกจากโอสถกายเนื้อเม็ดนั้นแล้ว พี่สาวยังมอบของวิเศษอีกอย่างให้ลูกไว้ใช้ด้วยเจ้าค่ะ เพียงแต่ของวิเศษชิ้นนี้ทุกครั้งที่ใช้งานต้องมีสิ่งแลกเปลี่ยนถึงจะใช้ได้”

“แล้วสิ่งแลกเปลี่ยนที่ว่าคืออะไรหรือ? อันตรายต่อหนิงเอ๋อร์ของแม่หรือไม่ หากเป็นอันตรายแม่ไม่มีทางยอมให้ลูกใช้ของวิเศษชิ้นนั้นแน่”

“พ่อก็ไม่ยอม แม้ต้องลำบากหาเงินสักหน่อยพ่อก็ไม่มีวันยอมให้ลูกทำอะไรเสี่ยง ๆ หรอกนะ”

มองทั้งสองคนที่ห่วงนางมากกว่าความเป็นอยู่ของตน เฟยอี้หนิงมีความสุขยิ่งนัก เด็กน้อยยิ้มกว้างขยับปากพูด “ท่านแม่ ท่านพ่อไม่ต้องกังวลเจ้าคะ สิ่งแลกเปลี่ยนไม่มีอันตรายใดเลยเจ้าค่ะ แค่ทำตามภารกิจที่ได้รับก็จะได้รับของรางวัลกลับมา นอกจากนี้ยังสามารถใช้เงินตำลึงซื้อของวิเศษมากมายอีกด้วย” เฟยอี้หนิงเอ่ยออกมาอย่างไม่ปิดบัง นางเชื่อว่าคนสองคนที่รักและถนอมตนมากขนาดนี้ไม่มีทางหักหลังนางแน่นอน

หากแม้นแต่บิดามารดาที่รักและเอ็นดูตนดุจดวงใจยังคิดหักหลังชีวิตนี้เฟยอี้หนิงก็ไม่อยากอยู่ต่อแล้ว

การกลับมามีชีวิตของนางล้วนมาจากแรงปรารถนาที่อยากตอบแทนบุญคุณคนทั้งสอง แต่ถ้าความคิดอยากจะตอบแทนนำมาซึ่งความโลภ อย่างนั้นแล้วเฟยอี้หนิงยินดีปลิดชีพตนเพื่อทดแทนบุญคุณ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป