บทที่ 12 บทที่ 6 แผนการขั้นที่หนึ่ง 50%
บทที่ 6 แผนการขั้นที่หนึ่ง
“เกือบสามแสนบาทครับ” ใบหน้าดุดันเรียบนิ่งยกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย ก่อนเอนกายพิงพนักเก้าอี้ด้วยแววตาครุ่นคิด
“ทางนั้นมีท่าทีอะไรบ้าง”
“ตอนนี้ดูเหมือนพี่ชายของคุณปาริมาจะไม่ยอมบอกเรื่องค่าใช้จ่ายเกี่ยวการรักษาอาการป่วยของพ่อให้คนอื่นๆ ในบ้านรับทราบครับ”
“อืม” แม้จะพยักหน้าตอบรับอย่างขอไปที ทว่าแววตาดุกร้าวกับเรืองรองไปด้วยความเจ้าเล่ห์แสนร้าย “แบบนี้คงต้องทำให้ปาริมารู้เอง”
“รู้เอง?” ธเนศขมวดคิ้วแน่น แม้จะทำงานด้วยกันมาหลายปี แต่ไม่เคยมีสักทีที่จะตามเจ้านายทัน “นายหมายความว่ายังไงครับ”
“ไม่ยังไง เย็นนี้ฉันจะไปส่งปาริมาเอง ส่วนนายจะไปทำอะไรที่ไหนก็ไป”
ธเนศเลิกคิ้วมองใบหน้าเจ้าเล่ห์ร้ายที่วันนี้ดูฉายชัดไม่มีปิดบัง จากที่คลางแคลงใจในการกระทำของผู้เป็นนาย ตอนนี้เริ่มเห็นเค้าลางจางๆ แล้วว่า… ทุกหมดที่สั่งเขาสืบมาก็แค่… อยากได้ปาริมามาครอบครอง
“ครับนาย”
สองแสน… เงินไม่ได้มากมายเมื่อเทียบกับชีวิตของคนในครอบครัว
ปรัชญ์นับว่าเป็นคนดีในระดับนึง ทว่าครอบครัวชนชั้นกลางที่ไม่มีเงินเก็บมากมายคงลำบากมากทีเดียว
หากเขายื่น ‘ข้อเสนอ’ ที่สมน้ำสมเนื้อ และเป็นสิ่งที่หญิงสาวไม่อาจปฏิเสธได้คงไม่ใช่เรื่องยากอะไร
ปาริมารักครอบครัวมาก… มากพอที่จะเลือกทำงานในตำแหน่งแม่บ้านที่ไม่ต้องพบปะผู้คนมากมาย หรือทำตัวเสี่ยงภัยกับบรรดาเจ้านายหื่นๆ ที่อาจก่อให้เกิดปัญหาเช่นที่ผ่านมา
ทว่าความผิดพลาดเดียวที่ปาริมาตัดสินใจคือการสมัครเข้ามาทำงานใน KNK Construction ซึ่งมีเขาเป็นเจ้าของ และคงต้องโทษสวรรค์ที่เล่นตลกผลักยัยตัวดีให้เข้ามาฝ่าดงกระสุนพร้อมกันจนเขา และเธอได้พบหน้า แม้จะเป็นการพบกันที่มีความเป็นความตายเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่อย่างน้อยในความโชคร้ายนั้นย่อมมีโชคดี… ของเขาอยู่
“มาดูสิว่า ระหว่างข้อเสนอบ้าๆ ของฉันกับครอบครัวของเธอ ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนึงจะเลือกอะไร”
เขาเลว ไม่สิ ต้องเรียกสารเลวเลยล่ะที่เอาความเป็นความตายของคนที่หญิงสาวรักมาเป็นหมากในเกม แน่นอนว่ามันไม่ใช่สิ่งที่ดี แต่มาเฟียที่ถูกตราหน้าว่าชั่วช้ามาตลอดก็ไม่จำเป็นต้องทำดีอะไรให้มากมาย
เขามันตัวร้ายต่อให้แสร้งดีแค่ไหนสุดท้ายก็ร้ายอยู่วันยันค่ำ!
“เอ่อ” ใบหน้าอ่อนหวานมีร่องรอยของความแปลกใจระคนหวาดหวั่นยามใบหน้าดุดันเรียบนิ่งผินมอง
“มีอะไร”
มีเยอะด้วย!
“เอ่อ ทะ ทำไมคุณมาด้วย”
“ฉันไม่ได้มาด้วย”
อ่อ ใบหน้าอ่อนหวานพยักรับถี่ๆ ก่อนเผลอผ่อนลมหายใจอย่างอก หวาดกลัวตั้งนานว่าเขาจะร่วมเดินไปด้วยเหมือนวันนั้น ทว่าใบหน้าดุดันที่กำลังจับจ้องมองมาเหมือนมีประกายตาวิบวับน่ากลัวพาดผ่าน
“แต่ฉันจะเป็นคนขับรถไปส่งเธอด้วยตัวเอง”
“หา?!!” ดวงตากลมมนเบิกโต ปากอ้าค้าง ลมหายใจเกือบจะขาดห้วงไปกับคำตอบของ ‘เจ้านาย’
“นะ ไหน คุณบอกว่าจะให้คุณธเนศเป็นคนไปรับไปส่งหนูไง”
คเณศร์กระตุกยิ้มที่มุมปากส่งผลให้ใบหน้าดุดันดูร้ายกาจแฝงความเจ้าเล่ห์จนน่ากลัว ปาริมายืนแข็งค้างอยู่กลางทาง ไม่ได้ขยับเดินตามแผ่นหลังกว้างที่ออกเดินนำไปยังรถสปอร์ตส่วนตัวที่วันนี้อุตส่าห์ได้ฤกษ์ขับมันออกจากโรงเก็บรถหลังจากจอดร้างแน่นิ่งมาร่วมสองเดือน
“ตามมาสิ!”
เขาหันใบหน้าดุดันติดแข็งกระด้างกลับมาส่งสายตาออกคำสั่ง ก่อนออกเดินต่อไปอีกครั้ง มือหนากดรีโมตคอนโทรนเปิดประตูรอ ยืนนิ่งพิงฝากระโปรงรถเมื่อคนตัวเล็กกำลังทำตัวเป็นหอยทากคลานตามมามากกว่าจะเป็นการเดิน
“ปาริมา!” เสียงร้องเรียงแม้ไม่ดังมาก หากแต่มีร่องรอยความ ‘ไม่พอใจ’ อยู่ในนั้นพอสมควร คนที่ทำตัวเป็นหอยทากลากขาตามหลังจึงได้สูดหายใจเข้าปอดตัดสินใจวิ่งตามในที่สุด
“มะ มาแล้วค่ะ”
“ขึ้นรถ” เขาบอกเสียงเรียบก่อนเดินอ้อมไปเปิดประตูแล้วเข้าไปนั่งรอในรถฝั่งคนขับอย่างเงียบเชียบ
ปาริมายืนมองประตูรถตาปริบๆ อยากหนีกลับเองก็อยาก แต่ก็กลัวจะถูกเจ้านายมาดดุปาระเบิดใส่บ้าน สุดท้ายความกลัวก็เอาชนะทุกสิ่ง คนตัวเล็กถอนหายใจแรง เปิดประตูรถสปอร์ตสีดำคันหรูอย่างระมัดระวัง หญิงสาวค่อยๆ นั่งลงบนที่นั่งข้างคนขับอย่างเรียบร้อย สายตายังกวาดมองภายในรถคันหรูที่มีเจ้าของแสนจะร่ำรวยด้วยความตื่นตาตื่นใจ
แม้จะเคยนั่งรถยุโรปสีดำอีกคัน ทว่ารถคันนั้นไม่ใช่รถสปอร์ต แต่เป็นรุ่นยี่ห้อดังราคาสูงลิบยอดนิยมที่คนรวยชอบนั่งเป็นประมุขด้านหลังยามออกไปไหนมาไหน แต่ครั้งนี้รถสปอร์ตหรูหราสีดำคันโก้เป็นสิ่งที่ไม่เคยคิดฝันว่าจะมีวันได้เอาก้นมาแตะ ทว่าตอนนี้ก้นงอนงามของเธอได้ทำมากกว่าแตะเรียบร้อยแล้ว!
“อยากไปไหนไหม” ใบหน้าอ่อนหวานผินมองคนขับรถกิตติมศักดิ์ที่กำลังเคลื่อนเจ้าสี่ล้อคันหรูออกจากช่องจอด สายตาคู่คมยังคงจดจ่อกับเส้นทางข้างหน้า
“เอ่อ” เอ่ออะไรดีล่ะ ตอนแรกเธอตั้งใจว่าเมื่อธเนศไปส่งถึงบ้านเสร็จจึงจะนั่งรถโดยสารกลับเข้ามายังโรงพยาบาลที่บิดาพักรักษาตัวอยู่ ทว่าตอนนี้คนขับรถไม่ใช่ธเนศ แต่เป็นเจ้านายของเขา เธอจึงไม่รู้ว่าจะบอกความจริงเขาไปตรงๆ หรือยินยอมให้เขาไปส่งบ้าน แล้วเสียตังค์นั่งรถกลับเข้ามาที่โรงพยาบาล
“ว่าไง”
“คือ เอ่อ”
“ถ้าไม่อยากไปไหน” เขาเอ่ยเสียงเรียบพร้อมปรายตามองเพื่อหยั่งเชิง ก่อนเอ่ยต่อ “งั้นฉันพาไปไหนก็ได้ถูกไหม”
“ไม่ได้ค่ะ!” ตอบทันควันเพราะกลัวจะถูกลากจูงไปตามอำเภอใจเขาอีกจนไปเยี่ยมบิดาไม่ทัน
คเณศร์ยกยิ้มที่มุมปาก ชำเลืองตามองปฏิกิริยาครุ่นคิดอย่างหนักหน่วงของคนข้างตัวด้วยความรื่นเริง
อย่างไรเสีย… ปาริมาก็หนีเขาไม่พ้นหรอก เขาวางกับดักเอาไว้แล้วทุกเส้นทางการหลบหนี!
“ว่าไง”
“เอ่อ” ปาริมาถอนหายใจแรง รวบรวมความกล้าก่อนเอ่ยบอกเขาออกไปในที่สุด อย่างไรก็คงปิดบังคนหูตาเป็นสับปะรดเช่นเขาได้ไม่นาน “หนะ หนูอยากไปโรงพยาบาล”
หญิงสาวบอกชื่อโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังที่มีค่ารักษาแพงลิบแก่เขา ใบหน้าดุดันไม่มีร่องรอยความแปลกใจหรือตกใจใจอยู่ในนั้นอย่างที่เธอกังวล หรือเพราะเขารู้อยู่แล้วว่าอะไรเป็นอะไรกันนะ
ต้องใช่แน่ๆ ! ความคิดเดียวที่ผุดแทรกขึ้นมา เขาเป็นมาเฟียมีอิทธิมากมายทั้งภาคใต้ และกรุงเทพฯ ความลือหนาหูว่าเจ้านายของเธอมีส่วนในขบวนการสีเทาที่ถูกหมายหัวจากตำรวจทั้งโลก
ปาริมานึกถึงใบหน้าของใครอีกคนที่โผล่เขามาในตอนที่เธอ และเขา… จูบกันเมื่อวันก่อน
ผู้ชายรูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้าหล่อเหลาตามแบบเอเชีย ดวงตามความขี้เล่นแต่แฝงความไม่ชอบมาพากลในนั้น เขาเป็นคนที่เหมือนจะดีก็ไม่เชิง เพราะหากกล้าหาญต่อปากต่อคำกับ ‘นายหัวคราม’ ที่คนในบ้านหลังนั้นเรียกขานผู้เป็นนาย อีกฝ่ายก็คงไม่ใช่คนธรรมดาเหมือนกัน!
เขาเป็นใครกันแน่นะ บางที่เธอก็สงสัย แค่นายหัวเจ้าของเกาะส่วนตัวจากใต้ที่บังเอิญมีอิทธิพลมากกว่าคนปกติ หรือว่าจริงๆ แล้วเขาเป็นมาเฟียสีเทาจากองค์มืดจริงๆ กันนะ!
ตลอดเส้นทางของการร่วมเดินทางมีแต่ความเงียบงัน คเณศร์เป็นคนนิ่งมาก เขาเงียบเสียจนเธอไม่กล้าแม้กระทั่งหายใจเสียงดัง ขยับตัวแต่ละทีก็เกร็งจนแทบจะฉี่เล็ด ทว่าในความเงียบงันนั้นบางครั้งเธอก็เห็นแววตาบางอย่างจากดวงตาคู่ดีที่จอจ้องท้องถนนเบื้องหน้า บ่อยครั้งที่เธอเผลอตัวจ้องมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของเขา และเลยล่วงไปจนถึงดวงตาคู่คมดุดันที่บางครั้งก็มีร่องรอยของความเศร้าโศกในนั้น
เธอตาฝาด! ความคิดแบบนี้มันจะผุดแทรกขึ้นมายามเธอเห็นความผิดปกติในดวงตาคู่คมคู่นั้น
ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ… ปาริมาเชื่อว่ามันเป็นเช่นนั้น คนเราต่อให้ปกปิดตัวตนเก่งกาจแค่ไหน แต่ความรู้สึกจากดวงตาคู่นี้ไม่อาจปิดบังซ่อนเร้นได้ บางครั้งมันก็แสดงออกมาในตอนที่คนคนนั้นเผลอไผล หรือเหม่อลอย รวมไปถึงการจดจ่อกับบางสิ่งมากเกินไป เช่นตอนนี้…
เขากำลังมีสมาธิในการขับรถ จดจ่อและตั้งใจจนเผลอไผลปล่อยให้ความรู้สึกลึกๆ ครอบงำ และส่งสัญญาณออกมา ทว่าเพียงแว็บเดียวก็เลือนหายไป นับว่าเขา… เป็นคนปิดบังความรู้สึกตนเองได้ดี
ปาริมาลอบถอนหายใจ หญิงสาวตัดสินใจถอนหายใจออกจากเสี้ยวหน้าคมสันแล้วหันไปสนใจรถราที่แล่นตามกันมาเต็มท้องถนน
เธอชื่นชอบการมองคนที่ดวงตา ชอบขับผิดคนเหล่านั้นที่มักซุกซ่อนความรู้สึกส่วนลึกเอาไว้กับมัน บ่อยครั้งที่เธอรับรู้ความรู้สึกนึกคิดของพวกเขาจากการมองตา ทว่าข้อเสียของการทดสอบนี้คือเราเองก็จะไม่สามารถเก็บความลับที่ซุกซ่อนในดวงตาของเราเช่นกัน
“ถึงแล้ว” เสียงราบเรียบเอ่ยออกมาหลังจากเงียบงันนานร่วมชั่วโมง
