บทที่ 5 บทที่ 2 ประกาศสงคราม 100%

“บางทีฉันว่าวันนี้คงมีใครสักคนอยากทุรนทุราย!”

เสียงตะคอกกับคำขู่เหมือนจะข่มขวัญสมาชิกที่เหลือได้พอสมควร ปาริมาหดคอกอดกระเป๋าสะพายหลังของตัวเองแน่นขึ้น ส่วนธเณศรู้แน่ว่าตนเองคงไม่รอดพ้นการ ‘ทำสวน’ ซึ่งเป็นนามที่เขาและรวิศตั้งให้ยามเวลาที่ถูกเจ้านายลงโทษตามอารมณ์ อย่างน้อยก็แค่ถูกสั่งให้ไปเฝ้าหน้าบริษัทแทนยาม หรือไม่ก็ขับเรือรับส่งนักท่องเที่ยวแทนพนักงาน ที่เขาเรียกการลงโทษของเจ้านายว่า ‘ทำสวน’ เพราะเมื่อก่อนตอนอยู่บนเกาะเจ้านายมักสั่งลงโทษคนงานด้วยการทำสวน ถางหญ้า กวาดใบไม้ แทนการทุบตี เพราะแม้จะเป็นมาเฟียแต่ก็ไม่ใช่มาเฟียใจอำมหิตถึงขนาดลงโทษลูกน้องหนักหนา หากว่าคนคนนั้นมิได้ทำผิดในกฎข้อห้ามของเกาะ กฎสองข้อที่หากใครกล้าฝ่าฝืนโทษสถานเดียวคือตาย!

หลังจากถูกข่มขู่จนสาแก่ใจ รถยุโรปคันหรูก็แล่นเข้ามาเทียบจอดในลานจอดรถของผู้บริหารเรียบร้อย ปาริมาลอบถอนหายใจแรงๆ ก่อนสอดส่ายสายตามองหาผู้คนที่อาจเดินผ่านมาเห็นเธอเดินลงจากรถของเจ้านายจนกลายเป็นประเด็นฉาวโฉ่ให้ถูกนินทาจนไม่กล้ามาทำงาน

เมื่อตรวจสอบจนแน่ใจแล้วว่าไม่มีใครอยู่ในบริเวณลานจอดรถหรือใกล้เคียง ร่างบอบบางจึงค่อยๆ ขยับกาย บิดขี้เกียจเล็กน้อยเพราะต้องนั่งขดตัวอยู่นานจนแผ่นหลัง และต้นขาชาไปหมด แม้จะเป็นการเดินทางที่แสนอึดอัด ทว่าปาริมาก็ยังมีจิตสำนึกจนไม่ลืมกล่าวชอบคุณคนใจดีที่อุตสาห์ไปรับมาทำงานด้วยกัน ถึงจะยังมีคำถามมากมายที่แสนคลางแคลงใจในการกระทำของเขา ทว่าสุดท้ายหญิงสาวก็ระลึกได้ว่าหากไม่มีเขาหล่อนคงมาทำงานสายไปแล้ว

“เอ่อ ขะ ขอบคุณนะคะที่อุตส่าห์ไปรับมาทำงานด้วย”

ใบหน้าดุกร้าวกับดวงตาแข็งกระด้างตวัดมองแว๊บเดียวก่อนหันกลับ ปาริมาไม่แน่ใจว่าตนเองเห็นประกายตาแปลกๆ ในดวงตาของเขาจริงๆ หรือเพราะตาพร่าไปชั่วครูถึงได้เห็นว่ามันอ่อนแสงลงเล็กน้อย

“ถ้างั้นหนู เอ่อ ดิฉันขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ”

หญิงสาวขยับกายปลดล็อกประตูก่อนแง้มออก ขาเรียวเล็กก้าวลงจากรถด้วยอาการสั่นเกร็ง ไม่รู้ว่าเพราะกลัวหรืออาการเหน็บชากำเริบกันแน่!

“เดี๋ยว!” ร่างบอบบางสะดุ้งโหยงหุบขากลับขึ้นมาบนรถด้วยดวงตาแตกตื่น ลมหายเข้าออกเร็วแรงจนช่วงอกบุ๋มลึก

“คะ ค่ะ”

“เย็นนี้เลิกงานขึ้นไปพบฉันบนห้องด้วย”

ริมฝีปากอิ่มเผยออ้ากว้าง ดวงตากลมมนเบิกโต ใบหน้าตื่นตกใจอย่างเห็นได้ชัดจนธเนศต้องกลั้นหัวเราะอย่างที่สุด ทว่าใบหน้าของคนออกคำสั่งกลับเรียบนิ่งติดดุดันจนเลขาหนุ่มไม่อาจทำอย่างใจคิดได้

ปาริมาไม่รู้เลยหรือ… ว่าสีหน้าของเธอเหมือนคนกำลังจะถูกเสือขย้ำ ไม่ก็โจรกำลังจะปล้น!

คเณศร์ขบกรามแน่นกรุ่นโกรธในใจเมื่อเห็นใบหน้าของคนตัวบาง เขาหรืออุตส่าห์ไปรับมา แถมยังจะไปส่งอีก แต่กลับได้รับปฏิกิริยาตอบรับเป็นสีหน้าเหมือนจะถูกฆ่าตาย!

มันน่านัก!

“สิบเจ็ดนาฬิกาตรงเจอกันที่ห้องทำงานของฉัน!”

เอี๊ยด!

รถสปอร์ตสีขาวคันหรูป้ายทะเบียนแสนคุ้นตาแล่นเขามาเทียบจอดที่หน้าบริษัท KNK Construction ในช่วงสายของวัน ก่อนร่างระหงในชุดเดรสสีดำรัดรูปจะก้าวลงจากรถ ใบหน้าสวยสง่ามีแว่นตากันแดดสีชาปกปิดดวงตาคู่สวยที่อิดโรยเล็กน้อยจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ ช่วงนี้เพชรลดามีปาร์ตี้บ่อยเสียจนหล่อนแทบจะไม่ได้หลับได้นอนเลยด้วยซ้ำ ทว่าปาร์ตี้ที่ว่าก็เป็นเหมือนแหล่งปลดปล่อยความเครียดที่มากมายของตน หญิงสาวจึงเลือกจะจัดงานเหล่านี้ขึ้นบ่อยครั้ง ไม่สนใจคำเตือนของคนรอบข้างว่าปาร์ตี้เหล่านี้จะเป็นแหล่งซ่องซุ่มของอบายมุข และอาจก่อให้เกิดเรื่องฉาวโฉ่ขึ้นมาได้ แต่หล่อนไม่สนแค่ได้ปลดปล่อย และสนุกจนลืมเรื่องเครียดๆ ก็เพียงพอ

“อะ เอ่อ สวัสดีค่ะคุณเพชร”

ใบหน้าสวยสง่าแต่งแต้มจนเจนจัดตวัดดวงตาคมสวยมองแว๊บเดียวก่อนเชิดหน้าถาม “ครามเข้ามาหรือยัง”

“ขะ เข้ามาแล้วค่ะ”

“ขอบใจ” ขาเรียวเสลาก้าวจากไปโดยไม่รั้งรอหรือสนใจสีหน้าแตกตื่นของพนักงานในบริษัท ‘สามี’ แม้แต่น้อย หญิงสาวก้าวตรงไปยังลิฟต์ผู้บริหารกดชั้นทำงานของสามีทันที

พนักงานตอนรับส่วนหน้ามองหน้ากันเลิ่กลั่กก่อนที่หนึ่งในนั้นจะตั้งสติได้แล้วลนลานต่อสายรายงาน ‘เจ้านาย’ ทันควัน

“คุณธเนศหรือคะ ดิฉันศิศิกานต์พนักงานฝ่ายประชาสัมพันธ์เองค่ะ”

ปลายสายนิ่งเงียบไปก่อนจะกรอกเสียงเข้มถาม (“ว่าไง”)

“เอ่อ คือ คุณเพชรลดากำลังขึ้นลิฟต์ไปพบเจ้านายค่ะ”

หญิงสาวไม่ทันได้กล่าวสิ่งใดอีก เมื่อสายจากเลขาคนสนิทของเจ้านายตัดไปแล้ว สิ่งที่พนักงานผู้น้อยทำได้ก็มีเพียงถอนหายใจยาวเหยียดแล้วก้มหน้ารอรับชะตากรรมกันต่อไป

“พวกเราตายแน่เลย งานนี้คงโดนหักโอทีไปสามเดือน”

ความหนักใจไม่ใช่เพียงโดนหักโอที หากแต่อารมณ์ที่รับรู้กันดีของเจ้านายนั้นย่อมไม่มีใครอยากสัมผัส ยามดีก็ดีใจหาย ยามร้ายก็ร้ายจนฆ่าคนได้ พวกหล่อนไม่เคยสัมผัสเพราะส่วนงานแทบไม่ได้พบเจอเลยด้วยซ้ำ ทว่าจากที่ได้ยินคำล่ำลือกันมาว่ามาดอบอุ่นแสนดีที่เห็นเป็นเพียงภาพลวงตา ทว่าไม่ว่าจะร้ายหรือดีเจ้านายคนนี้ก็ไม่เคยเอาเปรียบพวกเธอ

“เจ้านายไม่ใจร้ายขนาดนั้นหรอก ที่สำคัญใครจะกล้าขวางคุณเพชรลดาได้”

คำสั่งลับๆ ของพนักงานฝ่ายประชาสัมพันธ์ส่วนหน้าของบริษัทคือ… ห้ามเพชรลดา จรัสเจริญเกียรติเข้ามาเหยียบใน KNK Construction เด็ดขาด หาก ‘ภรรยา’ ของเจ้านายมาที่นี่ และไม่มีใครสามารถขัดขวางได้ ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีก็ให้รีบรายงานโดยตรงไปยังเลขาคนสนิทของเจ้านายทันที

“สงสัยว่าวันนี้อาจมีระเบิดลงหลายลูก ทำงานๆ เลิกนินทาเจ้านายได้แล้ว”

“ขวางเหรอ ทำไมต้องขวาง” ใบหน้าของปาริมางุนงงเล็กน้อย เอียงคอขมวดคิ้วครุ่นคิดกับตนเองอยู่นาน มือที่กำลังถือไม้ถูพื้นนิ่งค้างจดจ้องมองพนักงานของบริษัทที่เพิ่งจะนินทาเจ้านายแสนใจดีไปยกๆ เกิดมีคำถามตามมาอีกมากมาย และยังหาคำตอบไม่ได้อีกด้วย

ทำไมต้องขวาง? ขวางทำไม? ขวางเพื่ออะไร?

“หรือว่า…” ว่าเขาสองคนจะ…ทะเลาะกัน!

ทว่าคำถาม และคำตอบที่หล่อนเพิ่งคิดเองเออเองกลับย้อนแย้งไปมา เพราะตั้งแต่เข้ามาทำงานที่นี่ พนักงานส่วนใหญ่ก็รับรู้โดยทั่วกันว่า ‘เพชรลดา จรัสเจริญเกียรติ’ คือภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของเจ้านาย ที่สำคัญข่าวว่าเจ้านายของเธอแสนอบอุ่น อ่อนโยนตามหน้าหนังสือพิมพ์ข่าวสังคมธุรกิจยังเด่นหราบ่งบอกได้ว่าชีวิตครอบครัวคงมีแต่ความสุข ทว่าเหตุใดเขาจึงต้องให้ลูกน้องขวางภรรยาเมื่ออีกฝ่ายมาที่นี่

“ปริม!”

ปาริมาสะบัดศีรษะไล่ความวุ่นวายในหัวทิ้ง ก่อนหันไปพยักหน้าตอบรับรุ่นพี่ที่ร่วมงานกัน แล้วเร่งรีบเช็ดถูพื้นให้สะอาดเพื่อกลับเข้าทำงานในส่วนอื่นต่อ

บางทีการยุ่งเรื่องของคนอื่นมากๆ ก็ไม่ใช่สิ่งดีโดยเฉพาะคนคนนั้นคือคราม คเณศร์ ภูวอัศนัย!

ผลัก!

ร่างสูงโปร่งของธเนศถูกผลักจนถลาเข้ามาภายในห้องโดยที่เจ้าตัวทำได้เพียงก้มหน้าประสานมืออย่างจำยอม อย่างไรเสียผู้หญิงคนนี้ก็ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาของเจ้านาย แม้จะเป็นเพียงภรรยาในนาม แต่เขาก็ไม่กล้าพอจะ ‘ลงมือ’ อะไรรุนแรงให้เกิดเรื่องเกิดราวใหญ่โต

หึ เลขาหนุ่มแค่นหัวเราะในลำคอ ดีแค่ไหนที่คนรับหน้าคือเขา ถ้าเป็นรวิศรับรองว่าผู้หญิงอวดดี อีโก้สูงคนนี้ไม่มีโอกาสแม้แต่จะสัมผัสตัว!

“คราม!”

ใบหน้าถมึงถึงเงยขึ้นจากกองเอกสารที่กำลังเซ็น ดวงตาดุดันเรืองรองด้วยไฟโทสะที่เหมือนจะเผาไหม้ใครสักคนให้เป็นจุณ

“เพชรลดา!” เสียงคำรามดังก้อง ฟันขาวสะอาดขบกันจนกรามเป็นสันนูน “เสนอหน้ามาที่นี่ทำไม!”

เขากำมือที่จับปากกาเอาไว้แน่น ใบหน้ายามจ้องมอง ‘แขก’ ไม่ได้รับเชิญดุดันแข็งกระด้างอย่างน่ากลัว ทว่าใบหน้าของคนมาใหม่กลับปรากฏรอยยิ้มบนมุมปากข้างขวาอย่างชัดเจน

“แหม ที่รักคะ ฉันก็แค่คิดถึงเลยอยากมาหา ‘สามี’ ของตัวเองไม่ได้เหรอ เราไม่ได้เจอกันมาตั้งหลายเดือนแล้วนะ”

คำว่า ‘สามี’ เหมือนขยะเน่าเหม็นที่คนฟังได้ยินแล้วอยากจะอาเจียนออกมาให้ได้ ใบหน้าสวยสง่าแต่งแต้มจนเข้มจัด ริมฝีปากอิ่มสีแดงสดช่างน่ารังเกียจเสียจนเขาอยากจะฆ่าหล่อนให้ตาย!

“ไม่ต้องมาตอแหล ต้องการอะไรก็รีบพูดมา!”

ดวงตาคมสวยเบิกกว้างลุกวาวไปด้วยความกรุ่นโกรธกับคำว่า ‘ตอแหล’ จากริมฝีปากของผู้ชายที่ครั้งนึงหล่อนเคยนึกพิศวาส สามปีก่อนตอนที่บิดาเดินมาบอกว่าคราม คเณศร์ ภูวอัศนัยต้องการพูดคุยเรื่องแต่งงานด้วย หล่อนดีใจมาก ตื่นเต้นกับการได้เป็นนายหญิงของเกาะฟ้าครามเสียจนลืมนึกคิดไปว่า… เขาไม่ใช่คนที่จะเดินมาขอแต่งงานกับผู้หญิงที่ตนเองแทบไม่เคยพูดคุยด้วยเลย ทว่าในวินาทีนั้นผู้หญิงทุกคนที่เคยนึกฝันกับภาพชายหนุ่มแสนดี อบอุ่น อ่อนโยนของเขาก็คงเคลิบเคลิ้มจนหลงลืมความเป็นจริงไปชั่วขณะ

กระทั่งถูกปลุกจากฝันดีที่จินตนาการไว้ หล่อนจึงได้รู้ว่านี่มันเรียกว่าการตกนรกทั้งเป็น! สามปีที่ทุกข์ทนทรมานกับการเป็นแค่ภรรยาในนามสั่งสมความเคียดแค้นชิงชังจนยากที่จะหวนคืน เพชรลดากล้ำกลืนฝืนทนความเจ็บปวดจากคำนินทาของคนในวงสังคม หล่อนถูกคนเหล่านั้นเรียกขานลับหลังว่า ‘แม่สายบัว’ ผู้หญิงที่แต่งตัวรอผัวเก้อ! 

“หึ ฉันดีใจจังที่คุณจำชื่อฉันได้”

คเณศร์วางปากกาในมือลง เงยหน้าจ้องมองดวงตาเกลียดชังที่เขาเกลียดแสนเกลียดก่อนจะเอ่ยถาม “เธอต้องการอะไร!”

“ฮะ ฮะ ฮ่า ฉันจะต้องการอะไรล่ะคะ ก็บอกแล้วว่าแค่คิดถึงสามี… เท่านั้นเอง”

คิดถึงหรือ… เขาอยากจะทำอะไรสักอย่างให้ตัวเองหายสะอิดสะเอียนกับคำพูดหวานๆ ที่ซ่อนยาพิษเหล่านั้น เมื่อก่อนตอนที่แต่งงานกัน เขาเคยคิดว่าเพชรลดาเป็นผู้ดีมากพอที่จะรู้ว่าการแต่งงานครั้งนั้นมันเพื่อสิ่งใด และหล่อนคงไม่โง่พอจะยืดเยื้อเพื่อสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ทว่าเขามารู้ทีหลังว่าตนเองพลาด! เพราะหลังจากแต่งงานกันผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าผู้ดี เรียกตนเองว่าไฮโซกลับทำตัวเหลวไหลเละเทะ ลดค่าของตัวเองลงจนไม่เหลืออะไร จากที่ต่ำตมอยู่แล้วเพชรลดายิ่งต่ำตมลงไปอีกเมื่อข่าววงในกำลังซุบซิบนินทาว่าภรรยาของเขามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับบอดี้การ์ดลูกครึ่งคนสนิท!

เขาไม่อาย และไม่จำเป็นต้องอาย เพราะคนที่ควรจะอายคือคนที่กระทำ ทว่าเพราะคำตราหน้าที่บ่งบอกสถานะระหว่างเขาและหล่อนมันยังค้างคาจนทำให้ความไม่พอใจกลายเป็นความหงุดหงิด เขารำคาญคำถามจากคนในสังคมจอมปลอมจนต้องการสลัดผู้หญิงเห็นแก่ตัวคนนี้ออกไปชีวิต!

“เธอคิดว่าฉันโง่หรือไง ต้องการอะไรก็บอกมา!”

“หึ” ดวงตาของหญิงสาวผู้ผ่านความทุกข์ทรมานมานานสามปีเรืองรองไปด้วยไฟแค้น ริมฝีปากอิ่มสีแดงสดแสยะยิ้มเย้ยหยัน ก่อนใบหน้าสวยสง่าจะเงยมองจ้องตาตอบสามีอย่างแน่วแน่!

“ระวังตัวให้ดีคเณศร์ ภูวอัศนัย ครั้งนี้ฉันอาจพลาด แต่ครั้งหน้าฉันไม่พลาดแน่!”

นี่ไม่ใช่คำขู่ แต่มันคือคำสาบานที่ผู้หญิงคนนี้ต้องการบอกเขา

เพชรลดาไม่กลัวว่าเขาจะรู้ว่าหล่อนส่งคนมาฆ่าสามีตัวเองเพราะอย่างไรเสียเขาก็ต้องรู้ได้ในสักวัน หรือไม่ตอนนี้เขาก็คงรู้รายละเอียดทั้งหมดแล้ว

“ฉันอาจไม่มีอำนาจมืดในมือเหมือนคุณ แต่ฉันก็ไม่ได้สิ้นไร้ไม้ตอกขนาดไม่มีอำนาจใดในมือ อย่าคิดว่าแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนึงจะ ‘กำจัด’ องค์กรบ้าๆ ของคุณไม่ได้ เพราะถ้าฉันยังมีลมหายใจคนที่ต้องตายคือคุณ!”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป