บทที่ 7 บทที่ 3 แม่บ้านส่วนตัว 100%

“เออ มึงนี่นะ ทำไมชอบสร้างปัญหาให้กูวะ”

“ปัญหาห่… อะไรของมึง กูก็แค่…” แค่มากับ… เด็กนาย!

ฉิบหายแล้ว คนเพิ่งสำนึกถึงความผิดพลาดของตัวเองเบิกตากว้าง ปากอ้าค้าง ก่อนกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ตามด้วยมือไม้ที่เริ่มวางไม่ถูกที่

“นายเห็นแล้ว”

ธเนศถอนหายใจแรง ส่ายหน้าระอาในความสะเพร่าของเพื่อน ทำอะไรไม่รู้จักระวัง! “เออ เห็นชัดระดับ HD เลยแหละ ที่สำคัญออกคำสั่งมาเด็ดขาดให้มึงกับกูไสหัวไปให้พ้นๆ”

กล่าวจบคนโดนเพื่อนหาเหาใส่หัวก็เดินฟึดฟัดจากไปทันที ก่อนจะตามติดไปด้วยคนถูกเพื่อนด่ากระแทกหน้า แถมยังถูกเจ้านายคาดโทษเอาไว้อีกกระทง

“บรรลัยแน่ๆ กู เงินเดือนเดือนนี้เหลือกี่บาทวะ”

ปาริมายืนก้มหน้ากะพริบตาปริบๆ มองส้นรองเท้าสองคู่เดินห่างออกไปด้วยอาการกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ครั้นจะร้องถามหาสาเหตุของการถูกเรียกมาพบก็ดูเหมือนจะไม่ทันกาลแล้ว เพราะทันทีที่เงยหน้าขึ้นมาประตูห้องสีน้ำตาลเข้มบานใหญ่ก็เปิดผัวะออกมาพร้อมใบหน้าถมึงทึงของบุคคลผู้ถูกกล่าวถึงก่อนหน้า

“เข้ามา!”

ร่างบอบบางสะดุ้งโหยงก้มหน้าลงอีกครั้งก่อนจะเร่งฝีเท้าแทรกกายเข้าไปในห้องของเขาตามคำสั่ง เห็นใบหน้าแดงก่ำกับรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ตรงหน้าก็ถึงกับขุนลุกเกรียวไปทั้งตัว

หญิงสาวเดินตามเข้ามายืนก้มหน้าประสานมือมองส้นรองเท้าหนังสีดำมันวาวไม่กะพริบตา

“จะยืนทำไม นั่งสิ!” คำสั่งของเขาห้วนสั้นเหมือนคนกำลังควันออกหูทำให้ปาริมาขยับเดินไปเลียบๆ เคียงๆ นั่งลงบนโซฟาตัวเล็กตรงข้ามกับเขา แม้จะนั่งลงไปแล้วแต่ดวงตากลมมนก็ไม่ได้เงยขึ้นมองสบคนตัวสูงที่เพิ่งจะเดินไปทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาตัวใหญ่ที่อยู่ถัดไป

“ฉันสั่งเธอให้ขึ้นมากี่โมง แล้วนี่มันกี่โมงแล้ว!”

“อะ เอ่อ”

ปาริมาเม้มปากแน่น จนใจด้วยคำพูดของเขาเมื่อตนเองมาสายอย่างที่กำลังถูกบ่นจริงๆ

“มาช้ายังพอ ยังมาพร้อมไอ้รวิศอีก” เสียงบ่นงึมงำเหมือนกำลังพูดกับตัวเองทำให้คนนั่งฟังเหลือบตาขึ้นมองใบหน้าคนพูด ทว่าเพียงเหลือบตายังไม่ทันได้มองคนขี้บ่น สายตาดุกร้าวมีไฟลุกก็เบิกกว้างจ้องเขม็งเอาเรื่องเสียก่อน

“เฮ้อ” ปาริมาถอนหายใจแรง นึกโทษตัวเองที่วันนั้นกลับบ้านช้าจนต้องพาตัวเองเข้าไปในดงกระสุนเป็นเพื่อนเขา มิหนำซ้ำยังต้องถูกเขาลากไปไหนมาไหน จับจูงเหมือนเธอเป็นสัตว์เลี้ยงตัวเล็กจ้อยที่ลากถูไปไหนง่ายดาย

คเณศร์นั่งกอดอกมองคนตัวลีบเล็กก้มหน้าประสานมือนิ่ง มองจนกระทั่งแอบเห็นยัยตัวดีเหลือบตาขึ้นมองเขาแว๊บนึงก่อนเสหลบ อาการกรุ่นๆ ในอก คันยุบยิบในหัวใจเมื่อครู่ตอนที่เห็นภาพบางอย่างจากกล้องวงจรปิดเหมือนจะจางหายไปแล้ว แต่คำถามมากมายจากใจตัวเองกลับผุดพรายขึ้นมาไม่ขาด

ทำไมเขาต้องหงุดหงิด!

บรรยากาศเงียบแสนอึดอัดเหมือนจะก่อกำเนิดขึ้นอีกครั้ง หลังจากเขาสั่งให้นั่ง ปาริมาเองก็ทำตัวไม่ถูกไม่รู้ว่าจะพูดอะไรกับเขา ที่สำคัญหล่อนไม่รู้ว่าอารมณ์ของเจ้านายขึ้นๆ ลงๆ เป็นเรื่องปกติหรือ… วันดีคืนดีเขาถึงได้ตะคอกไล่ชาวบ้านเขาไปทั่ว ไหนล่ะผู้ชายมาดอบอุ่นที่นักข่าวทุกสำนักตั้งฉายาให้ว่า 'สามีแห่งชาติ' หล่อนไม่เห็นเขาจะอบอุ่นตรงไหนเลย ออกจะร้อนเสียมากกว่าด้วยซ้ำ

“พรุ่งนี้” เขาเอ่ยสั้นๆ ก่อนจะขยับกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง “7 โมงเช้า ฉันจะให้ธเณศไปรับเธอ”

“คะ?” ใบหน้าของปาริมากลายเป็นเครื่องหมายคำถามไปเรียบร้อยแล้ว คำสั่งกึ่งคำขู่จากเจ้านายสร้างความมึนงงจนถึงขีดสุด หญิงสาวเงยหน้ากะพริบตาปริบๆ มองคนตัวสูงที่ยืนขยับยิ้มมุมปากจ้องมองมาเหมือนเห็นเธอเป็นหนูที่กำลังจะถูกแมวขย้ำ

“เธอไม่มีธุระที่ไหนใช่ไหม” เขาถามเหมือนไม่ได้ใส่ใจคำถาม เพราะถามทั้งๆ ที่เดินไปนั่งทำงานต่อ ไม่ได้สนใจรอคำตอบหรืออยากได้ยินคำตอบมากกว่า

จะถามทำไมในเมื่อไม่อยากได้ยินคำตอบ! ปาริมาบิดปากคว่ำทำหน้าไม่ชอบใจอยู่เงียบๆ อยากจะบ่นอะไรออกไปดังๆ ก็เกรงใจในคำว่า ‘เจ้านาย’ ของเขาจึงทำได้แค่แอบปั้นปากเหลือบตามองบนอยู่คนเดียว

ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานของคเณศร์อีกครั้ง เมื่อหลังจากเจ้าของห้องกลับไปนั่งทำงานเงียบๆ แล้ว คนถูกสั่งให้ขึ้นมาพบก็กลายเป็นอากาศไปโดยปริยาย ไม่มีคำถาม ไม่มีคำสั่ง ไม่มีกระทั่งคำพูดอื่นใดอีก หญิงสาวผู้อยากกลับบ้านใจแทบขาดนั่งถอดถอนหายใจครั้งแล้วครั้งเล่าอยู่เพียงลำพัง อยากจะร้องขอกลับบ้านก็อยาก แต่ความกลัวในอารมณ์วัยทองของเจ้านายก็กลัว สุดท้ายความกลัวก็ชนะทุกสิ่งจึงทำเพียงนั่งถอนหายใจไปมา แล้วเหลือบตามองคนตั้งหน้าตั้งตาทำงานต่อไป

“หิวไหม?”

หลังจากถูกทิ้งให้ร่างเกือบสลายเป็นอากาศไปนาน คำถามแรกในรอบสองชั่วโมงก็หลุดออกมาจากริมฝีปากหนา ปาริมาเงยขึ้นก่อนส่ายหน้าเบาๆ แม้ความจริงจะหิวจนไส้แทบขาด แต่ความอยากกลับบ้านมันทำลายความหิวไปหมดแล้ว เกือบสองทุ่มแล้วแต่เขายังไม่มีท่าทีจะขยับตัวไปไหนเลย เอาแต่ก้มหน้าทำงานจนแทบจะสิงลงไปในแฟ้มมากมายที่ก่ายกองอยู่บนโต๊ะ

“แต่ฉันหิว!” เขาบอกก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวสองสามก้าวเข้ามาหาแล้วพยักพเยิดไปทางประตูห้องเป็นการออกคำสั่ง

ปาริมาถอนหายใจยาวเหยียดก่อนจะก้มหน้าเดินตามหลังคนออกคำสั่งต้อยๆ โดยไร้ข้อโต้แย้ง

ร้านอาหารกึ่งผับหรูหราชื่อดังพลุกพล่านไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตาที่ล้วนแต่งตัวงดงามหรูหราเข้ากับบรรยากาศและสถานที่จะมีเพียงปาริมาผู้หญิงธรรมดาในชุดเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงยีนส์สีซีด และรองเท้าผ้าใบคู่เก่าเท่านั้นที่ดูแปลกแยก หญิงสาวหยุดยืนตรงทางเข้าร้านที่มีพนักงานชายหน้าตาดียืนค้อมกายส่งยิ้มเปิดประตูต้อนรับอยู่แล้วลอบถอนหายใจอีกครั้ง

“อะ เอ่อ คะ คุณ เอ่อ เจ้านายคะ” ชื่อเสียงเรียงนามของเขาถูกกลืนหายลงไปในลำคอ ก่อนจะกลับกลายเป็นตำแหน่งอันสูงส่งของเขาแทน

ปาริมาอึกอักก้มหน้าอยู่ครู่เดียวก่อนตัดสินใจเอ่ยบอกความต้องการของตัวเองออกไปในที่สุด

“คือดิฉันรอในรถกับคนอื่นๆ ก็ได้ค่ะ เอ่อ มันคงไม่เหมาะถ้ามีใครมาเห็น”

โดยเฉพาะภรรยาของเขา!

“ใคร?” ใครที่เขาถามหมายถึงใครกันที่ปาริมาอยากจะรอในรถด้วย!

ไอ้รวิศหรือไอ้ธเนศ!

“เอ่อ ดิฉันเกรงว่าคุณเพชรลดาอาจเข้าใจผิด หรือเกิดนักข่าวมาเห็นอาจจะเป็นเรื่องได้”

ชายหนุ่มไม่ได้ตอบคำถามแต่กลับล้วงหยิบโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทออกมา กดสองสามทีก่อนจะยกหู

“ไสหัวไป จะไปตายที่ไหนก็ไป!”

คำสั่งห้วนสั้น และน้ำเสียงตะคอกตะคั้นแบบไม่มีความเกรงใจใครทำให้คนตัวเล็กที่เพิ่งจะรวบรวมความกล้าแสดงความคิดเห็นถึงกับ… กลืนน้ำลายลงคอ

คเณศร์ชักสีหน้าก่อนตัดสายไอ้ลูกน้องสองคนที่ไม่ยอมไสหัวไปไหนหลังจากสั่งงานจบ ชายหนุ่มไม่ชี้แจ้งสิ่งใดอีก แต่ดึงรั้งข้อมือเล็กของคนตัวลีบให้เดินตามหลังไปทันที ไม่มีการชี้แจ้ง ไม่มีคำตอบหรือคำพูดใดให้คนที่ลากไปไหนมาไหนได้หายแคลงใจ

ปาริมาเดินหน้างอตามแรงลากจูงของคนตัวสูงเข้ามาจนถึงส่วนในของร้าน เจ้านายผู้เอาใจลากจูงไปตามแต่ใจจนกระทั่งถึงโต๊ะมุมในสุดของร้าน บรรยากาศจากที่พลุกพล่านเงียบสงบลง รอบกายมีเพียงโต๊ะรับประทานอาหารหรูหราเพียงสองสามโต๊ะ ทุกโต๊ะล้วนมีคู่รักไฮโซนั่งทานอาหารกันเงียบๆ มีบริกรแต่งกายด้วยทักสิโด้คอยบริการเติมนั่นเติมนี้ให้

“เชิญครับคุณคเณศร์” ชายหนุ่มปล่อยข้อมือเล็กเมื่อถึงจุดหมาย ก่อนขยับเก้าอี้ตรงหน้าออกเล็กน้อยแล้วดันร่างบอบบางที่กำลังยืนเคว้งคว้างมองรอบกายลงนั่ง แล้วตนเองจึงเดินอ้อมมานั่งลงที่เก้าอี้อีกตัวฝั่งตรงข้าม

“เสิร์ฟอาหารได้เลย”

บริกรหนุ่มหน้าตาดีค้อมกายด้วยรอยยิ้มก่อนเดินจากไป ปาริมาจับจ้องมองทุกอย่างด้วยความตื่นเต้นระคมแปลกตา บรรยากาศส่วนนี้ของร้านนอกจากจะเป็นส่วนตัวแล้ว ทุกคนที่มาทานอาหาร และนั่งกันเป็นคู่ๆ ก็ไม่มีใครสนใจการมาของใคร เหมือนกับว่าโลกใบนี้พวกเขามีเพียงกัน และกันเท่านั้น

“คุณพาหนะ เอ่อ พาดิฉันมาด้วยทำไมคะ”

แฟนก็ไม่ใช่ ภรรยายิ่งไม่ใช่ใหญ่ หรือว่า… เขาจะเห็นหล่อนเป็นแม่บ้านส่วนตัว!

คเณศร์ไม่ได้ตอบคำถามอีกแล้ว เขาทำเหมือนคำถามของเธอเป็นลมพัดผ่านมาแล้วเลยผ่านไป ไม่ได้สลักสำคัญอะไร ทว่าการกระทำของเขากับสิ่งที่กำลังสงสัยมันค่อนช้างสวนทางกัน ทำไมเขาต้องลากตัวเธอไปไหนมาไหนด้วย ทำไมต้องไปรับไปส่ง ทำไมต้องให้ธเนศคนของเขาคอยจับตามองตลอดเวลาด้วย!

“คุณคเณศร์คะ”

“หืม” คราวนี้คนนั่งเงียบๆ ปรายตามองแล้วขานรับในลำคออย่างขอไปที

ปาริมาถอนหายใจแรง ก่อนสูดลมหายใจเข้าปอดแล้วกลั้นใจถามต่อ “คุณพาดิฉันมาด้วยทำไม แล้วทำไมต้องคอยลากไปโน้นมานี่ด้วยตลอดเวลา!”

คเณศร์เลิกคิ้วจ้องมองใบหน้าหวานละมุนที่กำลังบิดปากคว่ำแล้วแค่นยิ้ม

“เธอชื่อปาริมา”

คิ้วคนถูกทวนชื่อเลิกสูง ก่อนอ้ำอึ้งตอบ “อะ เอ่อ ค่ะ”

“เธอทำงานเป็นแม่บ้านในบริษัทของฉัน”

“อะ เอ่อ ก็ใช่อีกค่ะ” ตอนนี้ใบหน้าของปาริมากลายเป็นเครื่องหมายคำถามไปเรียบร้อยแล้ว คิ้วที่เคยเลิกสูงม้วนจนชิดกันเป็นเกรียวเพราะเจ้าตัวขมวดแน่นจนเกือบเป็นปม

“ดังนั้นเธอก็เป็นลูกน้องของฉัน เพราะฉะนั้นฉันจะพาไปไหน ทำอะไร หรือสั่งอะไรเธอก็ต้องทำ… ถูกไหม?” ท้ายประโยคเหมือนเป็นคำถาม แต่สีหน้าแววตาของคนพูด เหมือนจะเป็นคำสั่งมากกว่า

“ตะ แต่หนะ เอ่อ แต่ดิฉันสมัครงานเป็นแม่บ้านนะคะ ไม่ได้สมัครงานเป็นเลขาของคุณสักหน่อย”

“ฉันก็ไม่ได้บอกว่าเธอเป็นเลขา” เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แววตากลับมีเลศนัยจนน่าสงสัย

“แล้วทำไมคุณต้องลากหนะ เอ่อ ลากดิฉันไปไหนมาไหนด้วยล่ะคะ”

ใบหน้าของคเณศร์มีรอยยิ้มที่มุมปากปรากฏขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคู่ดุที่เคยแข็งกร้าวมีบางอย่างซุกซ่อนอยู่ ทว่าเพียงชั่วพริบตาร่องรอยของบางอย่างที่ว่าก็เลือนหายไป ชายหนุ่มขยับกายนั่งตัวตรงมือสองข้างยกขึ้นประสานกันตรงหน้าก่อนขยับมุมปากให้แย้มกว้างขึ้นแล้วเอ่ย

“ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป เธอจะต้องขึ้นมาประจำที่ชั้นผู้บริหารในห้องทำงานของฉันเท่านั้น หน้าที่ของเธอต่อจากนี้เป็นต้นไปคือการทำงานเป็นแม่บ้านส่วนตัวของฉัน!”

ใบหน้าของคนฟังจากเครื่องหมายคำถามกลายเป็นเครื่องหมายตกใจก่อนจะกลายเป็นเครื่องหมายกตกตะลึง

“มะ แม่บ้านส่วนตัว”

“ใช่ นอกจากงานทำความสะอาดทั่วไป เธอต้องทำหน้าที่ชงกาแฟ บีบนวด ดูแลฉันตามที่ได้รับคำสั่ง และ”

มาถึงตรงนี้ใบหน้าของปาริมากลายเป็นอิโมติคอนหน้าตกใจอย่างในไลน์ไปเรียบร้อยแล้ว ดวงตากลมโตเบิกกว้าง ริมฝีปากอิ่มอ้าค้าง ใบหน้าผงะหงายหลังจนร่างเกือบจะหงายเงิบไปหลายรอบ ทว่าแววตาและใบหน้าของเจ้านายกลับมีแต่ความเจ้าเล่ห์แสนร้าย และมีเลศนัยจนคนไม่ค่อยฉลาดสุดจะคาดเดา

“ละ และ?”

“และทุกวันเสาร์-อาทิตย์ฉันจะให้ธเนศไปรับไปส่งเธอ”

“ระ รับส่ง ทะ ทำไมคะ”

ใบหน้าหล่อเหลายกยิ้มที่มุมปากกว่าจนคนมองเบิกตาโตจนแทบจะหลุดจากเบ้า

เขามันจอมปีศาจมหาอำนาจชัดๆ !

“เธอ” นิ้วชี้เรียวยาวยกขึ้นจิ้มลงบนหน้าผากเกลี้ยงแรงๆ หนึ่งทีก่อนเอ่ยต่อ “ต้องมาทำงานที่บ้านของฉันยังไงล่ะ”

“หา!!?”

ไม่ต้องหา! ชายหนุ่มผู้สั่งงานยิกๆ ไร้ความปราณีต่อสตรีใบหน้าอ่อนหวานโดยสิ้นเชิง มิหนำซ้ำเขายังจะออกคำสั่งอีกอย่างที่อาจเรียกตาที่เบิกกว้างอยู่แล้วให้ถลนออกมากองตรงหน้าในอีกไม่กี่นาที

“อ่อ นับตั้งแต่วันพรุ่งนี้ ไม่สิ วันนี้เป็นต้นไป เธอ… ” นิ้วชีเรียวยาวจิ้มจึกลงมาบนหน้าผากเกลี้ยงอีกครั้ง ก่อนริมฝีปากหนาจะขยับฉีกยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างไม่ปิดบัง “ต้องทำตามคำสั่งของฉันทุกอย่าง และธเนศจะไปรับไปส่งเธอทุกวัน!”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป