บทที่ 1 เลิกกันเถอะค่ะ

ท่ามกลางร้านชาบูแบบบุฟเฟต์ที่แทนคุณพาม่านดาวมาเลี้ยงฉลองที่เธอสอบใบประกอบวิชาชีพพยาบาลผ่าน หมอหนุ่มพยายามเอาใจแฟนสาวที่เอาแต่นิ่งเงียบมาตลอดทาง แม้จะพามาร้านโปรดก็ไม่อาจเรียกรอยยิ้มจากม่านดาวได้เลยสักนิด

“ดาวเป็นอะไรคะ วันนี้ดาวดูไม่สดใสเลย” แทนคุณเอื้อมหวังจะไปจับมือนุ่มนิ่มของม่านดาว แต่อีกฝ่ายกลับชักมือหนี

ม่านดาวเงยหน้ามองแทนคุณครู่หนึ่งก่อนจะรีบก้มหน้าลงมองตะเกียบบนจานของตนเองราวกับว่ามันน่าสนใจเสียเหลือเกิน

เมื่อหลายวันก่อน เธอกลับไปบ้านตระกูลอาทิตยวงศ์ หลังจากการสอบใบประกอบวิชาชีพเสร็จสิ้น ความตั้งใจในการอ่านทบทวนทำให้ม่านดาวมั่นใจเต็มร้อยว่าจะต้องผ่านทั้งแปดรายวิชา โดยเฉพาะการพยาบาลผู้สูงอายุที่เธอตั้งมั่นว่าจะนำมาดูแลคุณผู้ชายที่มีบุญคุณให้งานและที่ชุกหัวนอนมาเกือบยี่สิบปี 

เมื่อคุณท่านในบ้านเห็นว่าเธอเรียนเก่งจึงสนับสนุนให้เรียนม่านดาวย่อมต้องเลือกวิชาความรู้ที่จะได้อยู่รับใช้ตอบแทนบุญคุณได้เป็นอย่างดี

ทว่าเมื่อไปหาแม่ในเรือนครัวกลับไม่พบแม่หรือคนงานคนอื่นเลย ม่านดาวจึงได้เปลี่ยนทิศทางมุ่งหน้าไปตึกใหญ่ของคฤหาสน์อาทิตยวงศ์ เสียงโวยวายทะเลาะเบาะแว้งดังลั่นออกมาถึงทางเชื่อม

“ไม่ค่ะ แคนดี้ไม่มีวันยอม รูปร่างหน้าตาอย่างกับปีศาจหมู คุณพ่อไปแต่งเองสิคะ เรื่องอะไรมาขายลูกสาวกิน” เสียงโวยวายของแคนดี้ คณิฏฐา อาทิตยวงศ์ แสบจี๊ดจนม่านดาวต้องยกมือปิดหูเอาไว้ เมื่อเข้าไปใกล้ก็เห็นคนงานทั้งบ้านยืนมุงกันอยู่จนครบคน

“ที่แท้พวกลุงกับป้าก็มาแอบดูเจ้านายนี่เอง”

“มาแล้วเหรอนังดาว ทำเป็นมาว่าป้า เอ็งน่ะก็สนใจอยากจะรู้เรื่องเหมือนกันแหละหน่า ไม่อย่างนั้นจะมายืนอยู่หลังป้ารึไง” ป้าส้มหัวหน้าแม่บ้านที่ขอบสาระแนเป็นชีวิตจิตใจกล่าวยิ้มๆ ไม่ได้โกรธเคืองอะไรม่านดาวเพราะเห็นมาแต่เล็ก จึงรู้ว่าเธอไม่ได้ว่าให้ร้ายอะไร แต่เพียงแค่พูดไปตามที่เห็น

“หนูมาหาแม่นภาต่างหาก จะมาบอกว่าวันนี้น่ะ หนูสอบผ่านทุกตัวแน่นอน คนครัวบ้านนี้มีลูกหลานได้เป็นพยาบาลแล้วนะจ๊ะ” ม่านดาวกระซิบแทรกเสียงตะคอกด่าของคุณคณิตา อาทิตยวงศ์ ผู้เป็นคุณผู้หญิงของบ้าน

ยังไม่ทันจะได้แสดงความยินดี คุณผู้ชายของบ้านก็ล้มลงกลางบ้าน ม่านดาวรีบสับขาวิ่งเข้าไปคนแรก “คุณผู้ชาย!” 

“แกทำอะไรน่ะ รีบช่วยคุณพ่อของฉันขึ้นมาสิ! นังโง่ พ่อฉันส่งแกเรียนถึงพยาบาล ทำไมทำตัวไร้ประโยชน์แบบนี้” แคนดี้ที่แม้จะยังโกรธกับบิดา แต่เมื่อเห็นคนเป็นพ่อล้มลงต่อหน้าก็ควบคุมความเป็นห่วงเอาไว้ไม่ได้ เธอพยายามที่จะเอื้อมไปดึงให้พ่อขึ้นมานอนบนโซฟา

“อย่าจับตัวคุณผู้ชายค่ะ!” ม่านดาวร้องลั่น 

แคนดี้กระชากผมม่านดาวที่กำลังตรวจอาการเบื้องต้นของรุ่งโรจน์ไว้แน่น “แกกล้าดียังไงมาขึ้นเสียงใส่ฉัน แค่ลูกแม่ครัวสำนึกตัวเองบ้าง” แคนดี้เขย่ามือที่จิกหัวม่านดาวซ้ำๆ

ม่านดาวไม่ขัดขืน เธอปล่อยหัวให้โยกไปตามแรงมือของแคนดี้ เธอเรียนรู้มาเสียนานแล้วว่ายิ่งต้านก็จะยิ่งเจ็บ “คุณผู้ชายล้มลงมาแบบนี้ ดาวต้องดูให้แน่ใจว่าไม่มีส่วนไหนหัก ถ้าขยับแล้วมีส่วนไหนเคลื่อนคุณผู้ชายอาจเป็นอัมพาตได้ค่ะ” น้ำตาของม่านดาวเริ่มรื้นเพราะความเจ็บที่ศีรษะ

“คุณหนูปล่อยดาวเถอะนะคะ ให้ดาวได้ดูแลคุณผู้ชายเถอะค่ะ” นภาที่ถือตระกร้าจ่ายตลาดเข้ามารีบวิ่งมาขอร้องไม่ให้แคนดี้ไม่ลงไม้ลงมือกับบุตรสาวไปมากกว่านี้

“นั่นสิลูก…ให้นังดาวมันดูคุณพ่อตามที่สิ้นเปลืองส่งเสียมันเถอะนะลูก เสร็จแล้วลูกดี้จะตบตีระบายอารมณ์ก็ยังไม่สายค่ะ เชื่อแม่นะคะ”

“ก็ได้” แคนดี้ปล่อยมือที่จิกผมของม่านดาวออก แล้วใช้นิ้วจิ้มย้ำๆ ไปที่ขมับของคนที่อยู่ในฐานะเด็กรับใช้ของบ้าน “ถ้าพ่อฉันตาย ฉันจะเอาให้แกตายตามไปด้วย”

ม่านดาวไม่สนใจตอบโต้ มือหนึ่งดูอาการของรุ่งโรจน์ อีกมือหนึ่งกดโทรหาพยาบาลรุ่นพี่ที่รู้จักกันในทันที เมื่อดูแล้วว่าที่ล้มฟาดพื้นไม่ได้มีส่วนใดแตกหัก จึงให้คนงานชายอุ้มคุณผู้ชายไปโรงพยาบาล และโชคดีที่มีม่านดาวอยู่ด้วยจึงทำให้ห้องฉุกเฉินเตรียมทุกอย่างไว้พร้อมสรรพ จนรักษาชีวิตของรุ่งโรจน์เอาไว้ได้ เหลือเพียงนอนรอผ่าตัดใส่เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจก็จะกลับบ้านได้

แคนดี้และมารดาเมื่อเห็นว่ารอดพ้นขีดอันตรายแล้วก็ไม่คิดจะอยู่เฝ้า เพราะถือว่ามีพยาบาลประจำบ้านคอยทำหน้าที่อยู่แล้ว

“แกก็เฝ้าคุณพ่อไปสิ เรียนจบมาด้านนี้ เรื่องอะไรจะให้ฉันกับคุณแม่มานอนโซฟาแข็งๆ ทั้งวันทั้งคืน” แคนดี้กลอกตาอย่างเบื่อหน่าย

“แต่…มันไม่เหมือนกันนะ…” แคนดี้เดินจากไปแล้ว เธอไม่ได้อยู่ฟังด้วยซ้ำว่าคนอื่นดูแลกับลูกหลานดูแลในความรู้สึกของผู้ป่วยมันไม่เหมือนกัน ยิ่งเพิ่งทะเลาะกันจนบ้านแตกมาเช่นนั้น มันอาจยิ่งทำให้คุณผู้ชายคิดมาก ม่านดาวได้แต่ถอนหายใจ นั่งข้างเตียงเพียงลำพัง

“ไม่เป็นอะไรแล้วนะคะคุณผู้ชาย หนูจะดูแลคุณอย่างดีให้เหมือนที่ดูแลญาติตัวเองเลยค่ะ” เธอกล่าวออกไปแม้รู้ว่าคนป่วยจะไม่ได้ยินสิ่งใด 

เมื่อไม่มีอะไรให้ทำม่านดาวจึงนักเล่นโทรศัพท์รอเวลา นั่นทำให้เธอพบข่าวแวดวงธุรกิจ แม้จะไม่ได้ระบุชื่อ แต่จากข้อมูลที่มีในข่าวก็ชัดเจนพอทำให้คนที่คลุกคลีเดาได้ว่านักธุรกิจใหญ่ที่พัวพันกับคดีฟอกเงินแชร์ลูกโซ่ครั้งนี้คือคุณรุ่งโรจน์

“ผมขอโทษครับคุณพ่อ” เสียงคุณผู้ชายละเมอดังขึ้น “ผมมันไม่ได้เรื่อง…ผมรักษาสมบัติไว้ไม่ได้” น้ำตาของรุ่งโรจน์ไหลพรากแม้จะยังหลับสนิท

ม่านดาวปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทันที สาเหตุที่แคนดี้โวยวายจนส่งพ่อเข้าโรงพยาบาล คงเพราะคุณผู้ชายคนคิดจะส่งลูกสาวไปแต่งงานเพื่อช่วยเรื่องหนี้สินและคดีความเป็นแน่

.

.

.

ม่านดาวสติกลับมาอยู่กับปัจจุบัน เธอตัดสินมาอย่างดีแล้วว่าอย่างไรก็จะชดใช้บุญคุณให้กับตระกูลอาทิตยวงศ์ เธอต้องสละความสุขส่วนตัว และทำร้ายแทนคุณอย่างไม่น่าให้อภัย

“พี่แทน…เราเลิกกันเถอะค่ะ” ม่านดาวเอ่ยออกไปด้วยเสียงเบาหวิว เธอไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นสบตาของแทนคุณ กลัวเหลือเกินว่าหากเงยหน้าขึ้นไปสบตาเขาในตอนนี้ มันจะทำให้ตัวเธอใจอ่อนไม่กล้าตัดสัมพันธ์อย่างที่ตั้งใจ

บทถัดไป