บทที่ 4 เครื่องเพชรประจำตระกูล
“อยู่บ้านเรา กินข้าวบ้านเรา แถมยังส่งเรียนจนจบปริญญาตรี ต่อให้ลำบากกว่านี้มันก็ต้องทำเพื่อตอบแทนให้คุ้มค่าค่ะ” แคนดี้กอดอก
“ขนาดไม่ลำบากลูกดี้ยังปฏิเสธ” รุ่งโรจน์ฝืนยิ้มบางออกมา เขาผิดหวังจนหัวใจชาหนึบ
“เอ๊ะคุณ! มันใช้ได้หรือคะ จะส่งลูกไปแต่งงานกับผู้ชายแก่คราวพ่อแบบนั้น คุณไม่สงสารลูกบ้างเลยรึไง ลูกดี้เป็นคนสวย ชาติตระกูลทั้งสองฝั่งไม่มีด่างพร้อย คู่ครองก็ควรจะสมน้ำสมเนื้อกันสักหน่อย”
คณิตารู้สึกไม่ยินยอม แค่ตอนที่สามีส่งรูปของคุณโอฬารอะไรนั่นมาให้ดูก็สุดจะคับแค้นใจแล้ว คนแบบนี้กล้าดีอย่างไรจะมายื่นเงื่อนไขขอคณิฏฐาของเธอไปเป็นภรรยา ไหนจะคำพูดคำจาที่แทนตัวเองกับสื่อว่าเสี่ยโตนั่นอีก ดูมุมไหนคุณโอฬารอะไรนี่ก็เป็นแค่พวกกุ๊ยที่บังเอิญมือขึ้นจับธุรกิจถูกตัวขึ้นมาก็เท่านั้น
“แต่เหมาะสมกับลูกสาวคนอื่นงั้นสิ”
“คุณกล้าเถียงฉันหรือคะ อย่าลืมนะคะว่าก่อนลูกดี้จะเกิดเงินของคุณพ่อฉันเป็นสิ่งที่ทำให้คุณรอดพ้นวิกฤติครั้งนั้นมาได้ ห้าปีก่อนก็เป็นฉันที่ดึงนายทุนเข้ามา” คณิตาแทรกสามีขึ้นมาทันที ทุกสิ่งทุกอย่างที่รุ่งโรจน์มีมันคือเงินของครอบครัวเธอทั้งนั้น ถ้าไม่ติดที่รุ่นหลานขึ้นมาบริหารแล้วทอดทิ้งญาติพี่น้อง ครั้งนี้ก็คงเป็นครอบครัวเธอมาพยุงเช่นเดิม
“นายทุนที่จะพาเราไปอยู่คุกตอนแก่มันน่าให้ผมชื่นชมขอบคุณมากนักรึไง” รุ่งโรจน์ที่กักเก็บความโมโหเอาไว้ตั้งแต่เกิดเรื่องเริ่มกล้าเถียงภรรยาที่ยกตัวกดข่มเขามาตลอดเวลาที่ใช้ชีวิตร่วมกันมา
“คุณอย่ามาโทษฉันนะ คุณเป็นนักธุรกิจทำไมไม่ตรวจสอบให้มันถี่ถ้วนล่ะ”
“ใช่ค่ะ คุณพ่ออย่าเอาแต่โทษคุณแม่ คุณพ่อทำบริษัทพังพินาศมาไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ แล้วจะให้ดี้ทิ้งศักดิ์ศรีมารับผิดชอบแทน ไม่เอาด้วยหรอกนะคะ ดี้ไม่ควรต้องมารับผิดชอบความล้มเหลวของคุณพ่อค่ะ”
“คุณหนู…!” ม่านดาวตกตะลึงเธอเบิกตาโพลง แม้คุณแคนดี้จะเอาแต่ใจตัวเองถึงขนาดไหน แต่ถึงขั้นซ้ำเติมพ่อตัวเอง เธอก็หมดคำพูดแล้วจริงๆ
“ไปกันเถอะค่ะคุณแม่ แค่จะชุบตัวให้มันเป็นลูกคุณพ่อ ไม่รู้จะบังคับให้เราอยู่ดูไปทำไม”
แคนดี้ควงแขนมารดาจากไป ทิ้งให้บิดาต้องนั่งเซื่องซึม จิตใจแตกสลายที่บุตรสาวเพียงคนเดียวไม่ได้มองว่าเขาคือคนที่เก่งที่สุดในโลกอีกต่อไปแล้ว
“คุณผู้ชายคะ” เมื่อเห็นว่ารุ่งโรจน์เหม่อลอยไปนานสองนาน ม่านดาวจึงเขย่าแขนของเขาเบาๆ เธอส่งรอยยิ้มแทนคำปลอบโยนไปให้ผู้มีพระคุณ
“เอาเถอะ ไม่อยู่ก็ดีแล้ว บ้านจะได้สงบลงบ้าง ลุงลงชื่อเอาไว้แล้ว ดาวลงชื่อตามลุงได้เลย”
ม่านดาวแอบมองรุ่งโรจน์ปาดน้ำตาของตนเองออกไปลวกๆ เธอลงชื่อตามจุดที่มีดินสอระบุไว้จนครบถ้วน ต่อให้เหตุผลที่เธอได้เป็นลูกสาวของคุณผู้ชายจะมีที่มาแบบไหน เธอก็ตอบได้เต็มหัวใจว่าไม่รู้สึกเสียใจเลยสักนิด
“นี่ค่ะ คุณผู้ชาย” เธอยื่นเอกสารกลับไปหารุ่งโรจน์
“ยังจะเรียกคุณผู้ชายอยู่อีก เรียกพ่อสิ ต่อไปลูกดาวคือลูกสาวคนเล็กที่พ่อภูมิใจที่สุด”
“คุณพ่อ ฮึก” ม่านดาวสะอื้นเบาๆ ก้มมองเอกสารที่ระบุว่าต่อแต่นี้ไปเมื่อมีคำว่าบิดาในเอกสารของเธอจะไม่ใช่ช่องว่างเปล่าอีกต่อไปแล้ว
รุ่งโรจน์เก็บเอกสารทั้งหมดมาเก็บลงซองจนเรียบร้อย รอมอบอำนาจให้ทนายและม่านดาวไปทำเรื่องก็ถือว่าเสร็จสิ้น
“พรุ่งนี้ไปเปลี่ยนชื่อทำบัตรใหม่ที่เขตให้เรียบร้อยด้วยเลย แต่ตอนนี้ลูกดาวตามพ่อขึ้นมาข้างบนก่อนเถอะ”
ม่านดาวเดินตามพ่อบุญธรรมของตัวเองไปเงียบๆ ถ้าไม่ได้มีธุระต้องมาทำความสะอาดก็ไม่ค่อยได้มีใครขึ้นมาด้านบนมากนัก ห้องที่รุ่งโรจน์มุ่งหน้าไปคือห้องทำงานที่มักจะถูกเรียกให้เข้าไปพบเพื่อแสดงผลสอบ และตรวจสมุดพกเมื่อจบปีการศึกษา
เธอก้มหน้าลงเล็กน้อยในตอนที่รุ่งโรจน์กดรหัสตู้เชฟ เขาหยิบเอากล่องกำมะหยี่ขนาดใหญ่พอๆ กับหนังสือออกมากล่องหนึ่ง และหยิบกล่องเล็กออกมาอีกกล่องหนึ่ง
“ชุดใหญ่นี้เป็นเครื่องเพชรของย่า แต่ปู่กับย่าไม่ได้มีลูกสาวมันเลยไม่มีเจ้าของมาตลอด พ่อเคยคิดว่าจะยกให้ลูกดี้เก็บรักษาไว้ แต่มาตอนนี้…คนที่เหมาะสมจะรับมันไว้คือลูกดาว”
“คุณผะ…พ่อ มันมีค่ามากเกินไป ดาวรับไว้ไม่ได้ค่ะ” ม่านดาวส่ายหน้า เธอทำเช่นนี้เพื่อตอบแทนบุญคุณ ไม่ใช่เพื่อมาขุดรีดสมบัติในวันที่อาทิตยวงศ์กำลังมีปัญหา
“ต้องรับ คุณโอฬารจะได้ไม่มีสิทธิ์กล่าวหาว่าเราเอาลูกบุญธรรมไปหลอกลวงเขา ลูกดาวมีเครื่องเพชรชุดนี้อยู่กับตัว จะมากล่าวหาว่าไม่ใช่ลูกหลานจริงๆ ก็คงจะฟังไม่ขึ้น”
ม่านดาวพยักหน้ารับรู้ สถานะของเธอคงไม่สามารถขายใช้หนี้หลักร้อยล้านได้เหมือนลูกผู้ดี เครื่องเพชรชุดสำคัญนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญช่วยตบตาผู้คน “แบบนี้ดาวเข้าใจค่ะ แต่กล่องเล็กคุณพ่อเอาออกมาทำไมคะ”
“กล่องเล็กที่จริงจะให้ตั้งแต่ลูกดาวสอบตัวสุดท้ายเสร็จ แต่พอได้ยินว่าต้องไปสอบใบประกอบวิชาชีพอีก พ่อเลยรอให้ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วค่อยให้” รุ่งโรจน์เปิดกล่องออกให้ม่านดาวดู
“ดูสิจี้เป็นรูปดาว ต่างหูก็เป็นดาว กำไลมีดาวห้อยสองดวง ดาวชอบไหมลูก”
“คุณพ่อให้อะไรดาวก็ชอบทั้งนั้นค่ะ” ม่านดาวยื่นมือออกไปรับเครื่องเพชรชุดเล็กที่แม้จะไม่ได้หรูหรา แต่มันก็เกินกำลังลูกคนครัวอย่างเธอไปหลายขั้น
“เป็นผู้หญิงไม่ควรจะคอเปล่าแขนเปล่า ชุดเล็กดาวก็เอาไว้ใส่ประจำวันแล้วกัน” รุ่งโรจน์ลูบหัวของม่านดาวเบาๆ ของที่เคลื่อนย้ายได้ เขาก็ทยอยโยกย้ายไปเก็บไว้กับบุตรสาวทั้งหมดแล้ว จะเหลือก็แต่บริษัทและอสังหาริมทรัพย์ที่ต่อให้โอนไปก็ไม่พ้นถูกสืบทรัพย์ตามไปยึดอีกอยู่ดี
