บทที่ 6 ตีราคา

“เรียกเสี่ยโตได้ไหมคะ” ม่านดาวถามออกไปแบบกล้าๆ กลัวๆ คุณโอฬารคนนี้อายุมากกว่าแม่ของเธอหลายปี หากจะให้เรียกพี่คงไม่ไหว

“จ้ะ ไว้เราคุ้นเคยกันมากกว่านี้ ค่อยเปลี่ยนมาเรียกพี่โตด้วยเสียงหวานๆ ก็ยังไม่สาย” โอฬารเอื้อมมือออกไปลูบไล้ใบหน้าของม่านดาว ก่อนจะชักมือกลับไปสูดดมจนเต็มปอด 

ม่านดาวเกือบกลั้นอาเจียนไว้ไม่ไหว ไม่รู้ว่าเสี่ยโตคนนี้ต้องเป็นคนแบบใดจึงได้ทำท่าทางหื่นกามออกนอกหน้ามาได้ถึงขนาดนี้ นภาที่ยืนรอรับใช้อยู่ใกล้ๆ รีบเดินเข้าไปเติมน้ำให้คนบนโต๊ะ ก่อนจะแอบมาลูบหลังปลอบใจม่านดาวอย่างแผ่วเบา

รุ่งโรจน์กระแอมออกมาเล็กน้อย “ลูกดาวเป็นเด็กกตัญญู เป็นเด็กเรียบร้อย ก่อนจะถึงวันแต่งงานผมขอให้คุณให้เกียรติลูกสาวผมคนนี้ด้วย”

“คุณรุ่งโรจน์ล่ะก็ พูดอย่างกับว่าผมเป็นคนหยาบคายไปได้ อย่างที่เราตกลงกัน ถ้าแต่งครบสามปีผมจะโอนทรัพย์สินที่ซื้อไป กลับมาไว้ในชื่อของหนูดาว ส่วนเงิน…คุณรุ่งโรจน์จะจัดการวิ่งเต้นทางคดี คืนผู้เสียหาย หรือจะใช้หนีหนี้ก็สุดแล้วแต่นะ”

“แหม…แล้วเงินเดือนที่จะให้ทางนี้ล่ะคะ คุณโรจน์สุขภาพไม่เหมือนเดิม ขาดลูกดาวไป เราคงจะต้องจ้างคนอื่นมาดูแลแทน”

“น่าเกลียด คุณถามอะไรอย่างนั้น” รุ่งโรจน์หันไปปรามภรรยา

“เงียบไปเลยนะคุณ” คณิตากัดฟันสั่งสามี

“ไม่เป็นไรๆ ถึงขั้นจะดองกัน แม่ยายจะเรียกร้องการดูแลจากลูกเขยอย่างผมก็ไม่ได้น่าเกลียดอะไร หลังแต่งก็เบิกเอากับหนูดาวแล้วกัน”

“บ้านเรากำลังมีปัญหา คุณโอฬารคงเข้าใจนะคะ ถ้าดิฉันจะต้องหยุมหยิมทุกเรื่องแบบนี้” คณิตายกยิ้ม “สินสอดกับบ้านและบริษัทก็ควรจะแยกส่วนกันด้วยนะคะ”

“แหม ถ้าให้คุณคณิตาเป็นคนบริหารกิจการ ผมคงไม่ต้องสอดมือเข้ามาช่วยแบบนี้” เสี่ยโตแขวะแม่ยายในวัยไล่เลี่ยกันที่ดูเหมือนว่าจะไม่ยอมปล่อยให้เสียช่องทางการขูดรีดเงินจากเขาแม้แต่สตางค์แดงเดียว

“ดีค่ะ ถ้าอย่างนั้นเรามาตกลงราคาสินสอดกันเลยนะคะ”

“คุณ…พอแล้ว เท่านี้ก็มากมายแล้ว” รุ่งโรจน์พยายามรั้งภรรยาไว้อีกครั้ง

“คุณพ่อจะห้ามคุณแม่ไปทำไมคะ หรือคิดว่าเพราะคุณแม่ยังได้ปันผลจากบ้านเดิม เลยคิดจะให้คุณแม่เลี้ยงคนทั้งบ้าน แคนดี้ไม่ยอมหรอกนะคะ นั่นมันเงินฟุ่มเฟือยของแคนดี้กับคุณแม่ค่ะ ไม่ใช่เงินค่าน้ำค่าไฟของบ้านเรา”

“ใช่แล้ว ลูกดี้พูดถูกทุกอย่าง ถ้าต้องเอาเงินฉันมาเลี้ยงคนทั้งบ้าน มันก็ผิดคำสัญญาที่คุณโรจน์ให้ไว้กับคุณพ่อของดิฉันตอนไปสู่ขอมากเกินไปแล้ว” คณิตาแสร้งปาดน้ำตาที่ไม่มีให้เห็นแม้แต่หยดเดียว

ม่านดาวกำมือที่วางอยู่บนตักเอาไว้แน่น เธออายจนอยากจะแทรกแผ่นดินหนี ถูกจับมานั่งรอการคำนวณราคาค่าตัวไม่พอ เธอยังต้องมานั่งดูคุณผู้หญิงแกล้งร้องไห้ต่อหน้าแขก ต่อให้จากนี้เธอจะพยายามสักเพียงไหน คุณโอฬารก็คงฝังใจว่าอาทิตยวงศ์คือปลิงตัวอ้วนไม่มีวันเปลี่ยน ชีวิตการเป็นเมียขัดดอกครั้งนี้คงไร้เกียรติจนวันตาย

“เข้าใจแล้ว ผมยอมแล้วคุณ” รุ่งโรจน์กุมหน้าอกตัวเองเอาไว้ สีหน้าไม่สู้ดีนัก 

“มูลค่าของบริษัทถ้าประเมินกันตามจริงมันก็แค่สองร้อยล้าน ส่วนที่ดินและบ้านต่อให้ราคาขายจริงจะมากกว่าราคาประเมิน แต่เงินก้อนใหญ่แบบนี้คงไม่ใช่ว่าจะขายออกได้ง่ายๆ ผมขอแค่สองร้อยห้าสิบล้าน ก็คงเหลือแต่ลูกดาวที่คุณโอฬารอย่าให้ผมตีค่าเลย สำหรับผมลูกดาวมีค่าเกินกว่าจะประมาณได้”

“ผมเป็นคนซื้อให้ผมประเมินก็แล้วกันคุณโรจน์ ฮ่าๆๆ” เสี่ยโตหัวเราะลั่น ก่อนจะมองที่ม่านดาวด้วยสายตาที่ไม่ปิดบังความโรคจิตเอาไว้สักนิด

“พื้นฐานครอบครัวพี่ให้สิบล้าน”

“เหอะ!” แคนดี้แค่นเสียงกลอกตา ปากขยับยิ้มที่ลูกคนใช้ดันมีราคาค่าเชื้อสายตระกูลมากมายถึงสิบล้าน

“แหม แต่ถ้าเป็นแคนดี้พี่คงให้สักสามสิบล้าน เพราะถือว่าเป็นลูกสาวแท้ๆ” โอฬารลอบมองขาอ่อนของคณิฏฐา

“แคนดี้ไม่ใช่สินค้าค่ะคุณโอฬาร ไม่ได้อยากจะจับผัวรวยจนตัวสั่นเหมือน ‘น้องนอกใส้’ อย่างม่านดาว” แคนดี้สะบัดหน้าหนี มือคว้าหมอนอิงมาวางปิดขาไว้ทันที

“งั้นต่อเลยแล้วกันนะ ความสวยอีกสักสิบ รูปร่าง…หน้าอกหนูดาวขนาดเท่าไหร่”

“คะ” ม่านดาวตาโต เธอยกแขนขึ้นมาปิดหน้าอกไว้ทันที

“ดูตัวบางๆ ห้าก็แล้วกัน การศึกษาอีกห้า สุดท้าย…เคยมีแฟนมากี่คนแล้วล่ะ”

“คะ…คนเดียวค่ะ” ม่านดาวก้มหน้า ไม่ต้องการให้ใครเห็นว่าน้ำตาคลอเบ้าไปเสียแล้ว

“อืม น่าเสียดายที่ไม่ได้สด แต่เอาเถอะผู้หญิงสมัยนี้จะหาซิงๆ ก็คงจะหวังมากไป เห้อ” โอฬารถอนหายใจออกมาดังๆ

“แต่ดาว…ไม่ได้” ม่านดาวกำลังจะปฏิเสธว่าแทนคุณกับเธอไม่เคยที่จะเกินเลยกัน แต่กลับไม่กล้าพูดให้ชัดเจน เพราะกระดากปากจนพูดไม่ออก ไม่คิดว่าจะต้องมาพูดเรื่องใต้สะดือให้คนรับรู้จนทั่ว

“เอาเถอะยังไงมันก็ขาดนิดหน่อย ผมไม่คิดมากเรื่องแฟนเก่าของหนูดาวก็ได้ เอากลมๆ ห้าร้อยล้านก็แล้วกัน เงินรายเดือนห้าแสนคงจะพอ หวังว่าจะไม่เรียกร้องอะไรเพิ่มแล้วนะครับ”

“บ้านเรามี…” คณิฏฐากำลังจะแย้งว่าค่าใช้จ่ายภายในบ้านนั้นตกอยู่ที่ประมาณเดือนละหนึ่งล้านบาท แต่คนเป็นแม่หันมาส่งสายตาปรามเอาไว้ก่อน แคนดี้จึงหยุดปากตามสั่ง

โอฬารยกน้ำขึ้นดื่มหลายอึก ก่อนจะวางลง แล้วลุกขึ้นไปฉุดคว้าข้อมือม่านดาวให้ตามออกมา “ไปได้แล้วหนูดาว พี่จะพาไปดูกิจการเล็กๆ น้อยๆ ที่ต่อไปหนูดาวจะได้เป็นเจ้าของ”

“ดะ…ดาวเดินเองได้ค่ะ” ม่านดาวพยายามดึงข้อมือออกจากการเกาะกุมของเสี่ยโต แต่เขากลับบีบรัดไว้แน่นขึ้น

“จับนิดๆ หน่อยๆ แลกกับห้าร้อยล้าน หนูดาวอย่าทำให้พี่โมโหจะดีกว่า” เสี่ยเลื่อนมือไปวางบนสะโพกลูบไล้ช้าๆ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป