บทที่ 5 สายตาซนกับคนขี้เซา
หมออนันต์ตบไหล่ชายหนุ่มเบา ๆ พลางหรี่ตากวาดสายตามองไปรอบ ๆ บ้านที่เงียบเชียบผิดปกติ ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความสนิทสนมคุ้นเคย
“ไม่เป็นไรหรอก เรื่องเล็กน้อย แล้วนี่คุณแม่ไปไหนเสียล่ะ”
“คุณแม่กับน้องเดินทางไปต่างจังหวัดตั้งแต่ช่วงเย็นแล้วครับอาหมอ” ทิวัตถ์อธิบายพลางลอบกลืนน้ำลาย ผิวหน้าคมขึ้นสีเรื่อเล็กน้อยเมื่อนึกถึงสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก
“อ้าว!!... แล้วที่ว่ามีคนหมดสติอยู่นี่ เป็นใครกันล่ะ” หมออนันต์เลิกคิ้วถามด้วยความแปลกใจ
“เอ่อ... คือ ผมบังเอิญเจอเธอระหว่างทางน่ะครับ เธอตากฝนจนหมดสติ เธอตัวร้อนมากเลยครับอาหมอ” ทิวัตถ์เลี่ยงที่จะบอกความจริงเรื่องที่หญิงสาวปริศนาคิดสั้น
“เชิญทางนี้ครับอาหมอ” หมออนันต์มองท่าทางอึกอักและแววตาร้อนรนปิดไม่มิดของชายรุ่นลูกแล้วก็นึกขำในใจ น้ำเสียงและแววตาของทิวัตถ์ที่แสดงความเป็นห่วงหญิงสาวปริศนาคนนั้นอย่างจริงจัง ก็ทำให้คุณหมอใหญ่วัยกลางคนรีบก้าวเท้าตามขึ้นไปยังชั้นบนของบ้าน เพื่อตรวจรักษาคนไข้พิเศษรายนี้ทันที
**หนึ่งชั่วโมงต่อมา...**ภายในห้องนอนของทิวัตถ์ ยังคงมีร่างบอบบางที่บัดนี้ได้รับการเช็ดตัวและเปลี่ยนมาสวมชุดนอนคอปกขาสั้นลายการ์ตูนโดยฝีมือของแม่บ้านและสาวใช้ เธอถูกย้ายมานอนหลับสนิทอยู่บนเตียง ทิวัตถ์ทิ้งตัวลงนั่งบนขอบเตียงอย่างแผ่วเบา
“ตัวคุณไม่ร้อนแล้วนี่” ชายหนุ่มพึมพำเสียงแผ่ว กลืนน้ำลายเหนียวลงคอเมื่อจ้องมองร่างระหงที่นอนสลบไสล ความเงียบทำให้เสียงลมหายใจของคนสองคนดังเด่นชัด เขายื่นมืออันสั่นเทาออกไป ค่อย ๆ ทาบหลังมือสัมผัสลงบนพวงแก้มและหน้าผากเนียนขาวของเธออย่างเบามือที่สุดเพื่อวัดอุณหภูมิ
สายตาคมอดไม่ได้ที่จะเลื่อนต่ำลงมา จ้องมองกระดุมสองเม็ดบนของชุดนอนที่ถูกปลดออกเพื่อระบายความร้อน เผยให้เห็นทรวงอกอวบอิ่มชูชันที่เบียดชิดกันอยู่ด้านใน เขาไม่เคยพบเห็นผู้หญิงคนไหนที่สวยเซ็กซี่บาดตาบาดใจเขาได้เท่านี้มาก่อน ผิวเนื้อนวลเนียนขาวผ่องราวกับน้ำนมตัดกับบราเซียร์ลูกไม้สีดำสนิทที่โอบอุ้มเต้างามจนล้นทะลัก
สายตาของเขาจับจ้องส่วนเว้าส่วนโค้งและหน้าท้องแบนราบที่กระเพื่อมไหวตามจังหวะหายใจ หัวใจหนุ่มเต้นรัวแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนแทบทะลุอก ความขาวเนียนละเอียดลออที่ซ่อนอยู่ใต้ร่มผ้าทำลายสติสัมปชัญญะของเขาจนย่อยยับ
เขาไม่รู้ว่าทำไมตนเองถึงมีความคิดลึกล้ำฝักใฝ่เช่นนี้ แต่อาจเป็นเพราะความงดงามเย้ายวนตามธรรมชาติของเธอ ที่ตรึงตราจนไม่อาจละสายตาได้ ทิวัตถ์กำลังหลงใหลในเรือนร่างนี้อย่างถอนตัวไม่ขึ้น ฝ่ามือหนาที่เพิ่งผละจากหน้าผากมน ค้างเติ่งอยู่เหนือแผ่นอกอวบอย่างเผลอไผล
แต่ทันใดนั้นเอง!... เปลือกตาบางก็ขยับไหว หญิงสาวเบิกตาโพลงตื่นขึ้นมาจากภวังค์ ภาพแรกที่ปรากฏในกรอบสายตาคือชายร่างสูงใหญ่กำยำที่กำลังสัมผัสเรือนร่างของเธออย่างจาบจ้วง มือหนาของเขากำลังค้างอยู่เหนือกระดุมเสื้อชุดนอนที่ถูกปลดออกจนเห็นร่องอกลึก!
“นี่คุณ! คุณเปลี่ยนชุดให้ฉันเหรอคะ!”
เธอตวาดลั่น เสียงหวานแผดดังก้องห้องด้วยความตกใจและหวาดกลัว ทิวัตถ์สะดุ้งสุดตัวรีบชักมือกลับทันที ชายหนุ่มสูดลมหายใจก่อนจะรีบตั้งสติและชูมือขึ้นสองข้างเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ
“ผม... ผมเปล่านะ!” หญิงสาวตวัดสายตาจ้องมองเขาอย่างเอาเรื่อง แววตาร้ายกาจเต็มไปด้วยโทสะ
“ฉันไม่เชื่อ ก็เห็นอยู่ว่า กระดุมเสื้อชุดของฉันยังติดไม่ครบ ไม่ใช่คุณแล้วใครทำ!”
“ฟังผมก่อนครับ ผมไม่ได้เป็นคนเปลี่ยนชุดให้คุณนะ”
“ฉันนึกแล้วว่าคุณต้องเป็นพวกบ้ากาม แล้วพาฉันมาที่นี่ทำไม หื้อ ๆๆ”
“ใจเย็น ๆ คุณ นี่คุณจำอะไรไม่ได้เลยเหรอ”
กำปั้นน้อย ๆ รัวระเบิดทุบเข้าใส่แผงอกแกร่ง พลางออกแรงผลักเขาให้ออกห่างสุดกำลัง ชายหนุ่มได้แต่รับแรงกระแทกพลางนึกทึ่งในใจว่าเธอไปเอาเรี่ยวแรงมหาศาลมาจากไหน ทั้งที่เมื่อครู่นี้ยังนอนหมดสภาพไข้ขึ้นอยู่เลย
“เดี๋ยวก่อนสิคุณ! ฟังผมก่อน!” ทิวัตถ์รีบเอื้อมมือไปคว้าข้อมือเล็กทั้งสองข้างแล้วรวบไว้แน่นด้วยมือเดียว
“ผมไม่ได้ตั้งใจจะพาคุณมาทำมิดีมิร้ายอย่างที่คุณคิดเลยสักนิด! คุณใจเย็น ๆ แล้วฟังผมอธิบายก่อนได้มั้ย!”
“ไม่ต้องมาแตะต้องตัวฉัน!” หญิงสาวตวาดแว้ด พยายามสะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุมอย่างแรงจนหลุดออก
“ผมก็แค่เป็นห่วง กลัวว่าคุณจะไม่สบาย!” ทิวัตถ์รีบละล่ำละลักบอก
“แล้วเมื่อกี้ตอนที่มาถึง คุณก็หมดสติล้มพับลงมาเลย ดีนะที่ผมรับร่างคุณไว้ทันน่ะ!”
“คุณเจตนาพาฉันมาที่นี่ คุณก็ต้องตั้งใจทำอะไรสักอย่างอยู่แล้ว อย่ามาแก้ตัวเลย!”
เธอยังคงโกรธจัด ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความอายแกมโกรธ มือเรียวรีบยกขึ้นมารวบสาบเสื้อชุดนอนเพื่อบดบังและกุมเต้านมอวบอิ่มล้นทะลักที่โผล่พ้นบราสีดำวับ ๆ แวม ๆ ให้พ้นจากสายตาเขา
“ผมเปล่า ๆ ตอนที่อยู่ในรถผมถามอะไรคุณก็ไม่ตอบ ฝนตกหนักมาก ผมไม่รู้จะพาคุณไปส่งที่ไหน คุณหลับตลอดทางเลยนะ ผมก็ต้องพาคุณมาตั้งหลักที่บ้านผมสิ แล้วคุณที่เปลี่ยนชุดให้คุณก็ไม่ใช่ผมนะ”
“จริงเหรอ”
“อื้ม... ผมเห็นว่าชุดคุณมันเปียกน่ะ กลัวใข้สูง ก็เลยให้สาวใช้ช่วยกันเปลี่ยนชุดให้คุณ ผมไม่ได้เปลี่ยนเองนะครับ สาบานได้!” เขาอ้อนวอนด้วยสายตาจริงจัง
“แล้วเมื่อสักครู่ผมก็ไม่ได้มีเจตนาจะล่วงเกินคุณเลยจริง ๆ นะ... ผมแค่จะเข้ามาวัดไข้ดูเฉย ๆ”
“วัดไข้บ้าอะไร! แล้วไหนล่ะคะอุปกรณ์วัดไข้ของคุณ!” เธอสวนกลับทันควัน แววตาคู่สวยยังคงจับจ้องอย่างจับผิด
“ก็มือผมนี่ไง” ชายหนุ่มตอบหน้าซื่อ ทว่านัยน์ตากลับทอประกายระยับ
“แต่เมื่อกี้คุณกำลังจะจับหน้าอกฉัน!”
“เปล่านะครับ! คุณเข้าใจผิดไปใหญ่แล้ว” ทิวัตถ์รีบปฏิเสธพัลวันพลางหลุบสายตามองสาบเสื้อของเธอ
“ผมแค่จะช่วยติดกระดุมให้ต่างหาก เมื่อกี้ป้าอุ่นบอกว่ากลัวคุณจะอึดอัด พอช่วยกันเช็ดตัวเปลี่ยนชุดให้เสร็จ ก็เลยจงใจปลดกระดุมบนทิ้งไว้ อยากให้คุณนอนหลับสบายตัวก็แค่นั้นเอง”
