บทที่ 6 ไม่ได้เจตนา

“แต่ฉันเห็นคุณมอง! มองหน้าอกฉัน คุณกล้าสาบานมั้ยล่ะ ว่าไม่ได้มอง!” เธอเถียงคอเป็นเอ็น ใบหน้าหวานร้อนฉ่าจนขึ้นสีระเรื่อ ประท้วงสายตาโลมเลียอันร้อนแรงของเขาเมื่อครู่อย่างนึกโมโห

“ผมยอมรับว่ามองครับ แล้วผมก็ตั้งใจจะติดกระดุมให้คุณ แต่เหนือสิ่งอื่นใดผมแค่ต้องเข้ามาดูอาการคุณจริง ๆ” ชายหนุ่มอึกอักก่อนจะตัดสินใจแบ่งรับแบ่งสู้ และพยายามเบี่ยงประเด็นเอาตัวรอดจากข้อกล่าวหา

“แต่เมื่อกี้คนก็อยู่กันเต็มห้องตั้งหลายคน คุณหมอก็เพิ่งจะกลับไปก่อนหน้านี้เอง”

“หมอ? หมอมาด้วยเหรอคะ” หญิงสาวชะงัก คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน

“ครับ หมอฉีดยาลดไข้ให้คุณ แล้วผมก็เพิ่งลงไปส่งคุณหมอเมื่อกี้นี้เอง” ชายหนุ่มอธิบายอย่างรวดเร็ว เพราะไม่อยากให้คนตัวเล็กที่นอนอยู่บนเตียงโกรธเคืองเขาไปมากกว่านี้

ภายในใจของทิวัตถ์สั่นสะท้าน ความรู้สึกพลิกผันรวดเร็วราวหน้ามือเป็นหลังมือ ทั้งที่เมื่อครู่เขากำลังเคลิบเคลิ้มไปกับความเย้ายวนตรงหน้าแท้ ๆ

“สรุป... คุณไม่ได้เป็นคนเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ฉันใช่มั้ยคะ”

“ครับ ผมไม่ได้เป็นคนเปลี่ยน ป้าอุ่นที่เป็นหัวหน้าแม่บ้านของผมเป็นคนเปลี่ยนให้คุณ”

หญิงสาวหยุดโวยวาย แววตาแข็งกร้าวแปรเปลี่ยนเป็นความงุนงงสับสน ก่อนจะก้มลงมองสำรวจสภาพเสื้อผ้าชุดนอนลายการ์ตูนแปลกตาของตัวเองให้แน่ใจ

มือเรียวรีบติดกระดุมเม็ดบนอย่างรวดเร็ว น้ำเสียงที่เคยเกรี้ยวกราดอ่อนลงคล้ายเพิ่งตระหนักได้ และเริ่มรู้สึกผิดที่ต่อว่าเขาอย่างรุนแรงโดยไม่ยอมฟังเหตุผล

“คุณตัวไม่ร้อนแล้ว เดี๋ยวยังคุณอย่าลืมทานยานะ คุณหมอเตรียมเอาไว้ให้แล้ว” ทิวัตถ์ระบายยิ้มกว้างอย่างใจดี ส่งผลให้ใบหน้าคมคายดูอบอุ่นขึ้นมาทันตา หญิงสาวขยับตัวลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงอย่างระมัดระวัง รวบเสื้อคอปกเข้าหากันแน่นหนาขึ้น ก่อนจะช้อนสายตามองเขา

“ขอบคุณนะคะ แล้วต้องขอโทษด้วยที่โวยวาย” แล้วเอ่ยเสียงอ้อมแอ้มแผ่วเบาลงกว่าเดิมด้วยความสำนึกผิด

“ไม่เป็นไรครับ ผมเข้าใจ”

“กระเป๋าเดินทางคุณอยู่ตรงนี้นะ ผมให้นุ่มกับนิ่มสาวใช้เอาขึ้นมา”

“ขอบคุณค่ะ...”

“คุณต้องการอะไรก็บอกผมนะ คุณพักผ่อนเถอะ”

“เอ่อ!!.. เดี๋ยวค่ะ คุณชื่ออะไร”

“ผมทิวัตถ์ครับ คุณเรียกผมว่าวัตถ์เฉย ๆ ก็ได้ แล้วคุณล่ะ”

“ฉันชื่อเตยหอมค่ะ คุณจะเรียกว่าเตยก็ได้”

“นี่ห้องนอนของคุณหรือเปล่าคะ”

“ครับ”

“งั้นฉันนอนตรงโซฟาก็ได้”

“ผมให้คุณนอนบนเตียงนะครับ เดี๋ยวผมนอนที่โซฟาเอง” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงทุ้ม

อันที่จริงคฤหาสน์หลังนี้มีทั้งห้องนอนของมารดา ห้องของน้องสาว และห้องรับแขกอีกหลายห้อง แต่ลึก ๆ ในใจเขากลับปฏิเสธที่จะส่งเธอไปนอนห้องอื่น ความต้องการส่วนลึกประสงค์จะอยู่ใกล้ชิดเธอในระยะสายตา และเขาก็หาเหตุผลให้ตัวเองว่า แม่บ้านของที่นี่กลับเรือนพักกันไปหมดแล้ว คงไม่มีใครลุกขึ้นมาจัดเตรียมห้องหับใหม่ให้ไหวในยามวิกาลเช่นนี้

“ขอบคุณค่ะ...” หญิงสาวตอบรับแผ่วเบา ยอมรับความหวังดีโดยไม่เรียกร้องสิ่งใดเพิ่ม

“งั้นคืนนี้ผมจะดูแลคุณเอง” ทิวัตถ์บอก สายตาจับจ้องใบหน้าหวานเนียนที่บัดนี้ไร้เครื่องสำอาง แต่กลับดูหมดจดงดงามจนหัวใจหนุ่มแกว่งไกว

“ฉันดีขึ้นมากแล้วค่ะ” เธอตอบก่อนจะเหลือบมองโซฟาตัวยาวที่ดูแคบเกินไปสำหรับส่วนสูงและแผงอกกำยำของเขา

“ฉันว่า... คุณมานอนที่เตียงดีกว่าค่ะ เดี๋ยวฉันไปนอนที่โซฟาเอง” เธอเสนอด้วยความเกรงใจเจ้าบ้าน

“อ๋อ... ไม่เป็นไรหรอกครับ บางครั้งทำงานเหนื่อย ๆ ผมก็เผลอหลับตรงนี้บ่อย ๆ” ทิวัตถ์ยกมือปฏิเสธ นัยน์ตาคมปลาบแฝงกระแสลึกล้ำยามมองกิริยาท่าทางอึกอักของเธอ

“คุณวัตถ์คะ...” เสียงหวานเรียกชื่อเขาขึ้นมาหลังจากเงียบเสียงไปครู่หนึ่ง

“คุณอยู่กับใครบ้างคะที่บ้านหลังนี้” เธอถามชั่งใจ เผื่อว่าเขามีภรรยาหรือครอบครัวแล้ว เธอจะได้วางตัวได้ถูกต้องและรีบออกไปจากที่นี่

“บ้านหลังนี้มีแค่คุณแม่กับน้องสาวผมครับ ส่วนผมก็ไป ๆ มา ๆ ปกติแล้วผมจะอยู่โรงแรมเพราะมันเป็นที่ทำงานของผม”

“คุณทำธุรกิจโรงแรมเหรอคะ”

“ครับ”

“แล้วคุณล่ะ มาทำอะไรที่กรุงเทพฯ” ทิวัตถ์ถามพลางเอนหลังพิงพนักโซฟา สายตาคมยังคงโลมเลียผิวขาวจัดของคนบนเตียงอย่างเผลอไผล

“ฉันมาหางานทำค่ะ” น้ำเสียงแฝงความอัดอั้นสิ้นหวัง และไม่อยากจะเล่าถึงความจริงเธอจึงโกหกออกไป

“ที่นี่อะเหรอ...  อื้ม...จริง ๆ แล้วที่โรงแรมก็มีตำแหน่งว่างเยอะเลยนะ ถ้าคุณอยากทำจริง ๆ เดี๋ยวผมจัดการหาตำแหน่งที่เหมาะสมให้” เขาเสนอตัวอย่างรวดเร็ว

“ขอบคุณนะคะ ฉันโชคดีจังเลยที่เจอคุณ”

“แล้วก่อนหน้านี้ล่ะ คุณทำงานอะไรมา”

“ฉันทำธุรกิจขายเครื่องสำอางออนไลน์ค่ะ...”

“อ้าว แล้วทำไมจู่ ๆ ถึงคิดจะเลิกทำธุรกิจล่ะครับ ในเมื่อมันเป็นงานของคุณเอง”

“จริงๆ ก็ไม่ได้คิดอยากจะเลิกหรอกค่ะ...” เตยหอมก้มหน้าลงต่ำ ขอบตาเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาอีกระลอกเมื่อความทรงจำอัปยศแล่นริ้วเข้ามา

“แต่ฉันเพิ่งเลิกกับแฟน... และฉันไม่อยากเจอหน้าเขาอีกเลยในชีวิตนี้”

เธอเค้นเสียงพูดอย่างยากลำบาก อันที่จริงเรื่องราวมันเน่าเฟะและสาหัสกว่านั้นมากนัก

“เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ”

ใบหน้าหวานเศร้าสลดลงทันตา แผ่นอกอวบกระเพื่อมไหวแรงตามแรงสะอื้นที่พยายามกักเก็บ

“ธุรกิจของเราไปไม่รอดค่ะ... แต่ที่แย่ไปกว่านั้นคือมันยังไม่ทันคืนทุนเลยสักบาท และตอนนี้ฉันกำลังกลายเป็นหนี้สินท่วมหัวอยู่คนเดียว”

หยาดน้ำตาเม็ดโตที่กักกั้นไว้พังทลายลงมาอาบสองแก้มเนียน เสียงหวานสั่นเครือและอู้อี้ในลำคอจนคนฟังรับรู้ได้ถึงความระทมทุกข์อันแสนสาหัส ราวกับเธอถูกปลิงสูบเลือดตัวใหญ่สูบเอาชีวิตและอนาคตไปจนหมดสิ้น

ทิวัตถ์ใจหายวาบเมื่อเห็นหยาดน้ำตาของเธอ ชายหนุ่มผุดลุกขึ้นจากโซฟาทันที ร่างสูงใหญ่ก้าวเท้ายาว ๆ เข้าไปหาเธอที่ข้างเตียงอย่างไม่รีรอ เขาเอื้อมมือหนาไปประคองไหล่บางที่สั่นเทาเอาไว้ ไออุ่นจากฝ่ามือร้อนระอุแผ่ซ่านปลอบประโลมคนใต้ร่าง

“คุณร้องไห้อีกทำไม คุณเล่าให้ผมฟังได้มั้ย” เขาถามด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มอัดแน่นไปด้วยความห่วงใย นัยน์ตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่นองไปด้วยน้ำตาด้วยความรู้สึกอัดแน่นในอกอย่างที่ไม่เคยเป็นกับผู้หญิงคนไหนมาก่อน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป