บทที่ 4 ความลับที่เริ่มสั่นคลอน

เช้าวันต่อมา.. แสงแดดรำไรส่องผ่านผ้าม่านผืนบางเข้ามาในห้องหอ

​"เมื่อคืนทำไมพี่หลับเป็นตายเลยล่ะ" เสียงทุ้มพึมพำอย่างสงสัยขณะที่ยังอยู่บนเตียง

​"......"

​"ไอ? ไอ.. คุณอยู่ในห้องหรือเปล่า"

​"มีอะไรคะ" ไออุ่นที่ยืนอยู่อีกมุมห้องจำต้องขานรับ เธอจงใจเงียบในตอนแรกเพราะไม่อยากตอบคำถามเรื่องที่เขาหลับลึกผิดปกติ

​"คุณไปไหนมา"

​"พอดีไอออกไปข้างนอกมาค่ะ"

​"แต่พี่ไม่ได้ยินเสียงเปิดประตูเลยนะ" ราชสีห์ขมวดคิ้วทวนความจำ

​"ก็ประตูมันเปิดทิ้งไว้อยู่แล้ว พี่จะไปได้ยินได้ยังไงคะ" หญิงสาวปั้นน้ำเป็นตัวอย่างรวดเร็ว ในเมื่อเขามองไม่เห็น เธอจะแต่งเรื่องอย่างไรก็ได้เพื่อให้รอดพ้นจากการถูกสงสัย

​"วันนี้คุณพ่อคุณแม่จะมาหาที่บ้านนะ"

​"ค่ะ"

​"ท่านจะมาทานมื้อเย็น หรือบางทีอาจจะค้างที่นี่ด้วย"

​คฤหาสน์หลังนี้คือเรือนหอที่ราชสีห์ตั้งใจสร้างไว้เพื่อเริ่มต้นครอบครัวกับไอรดาโดยเฉพาะ มันจึงเต็มไปด้วยความทรงจำที่ไออุ่นไม่ได้มีส่วนร่วม.. เธอเพิ่งจะได้รู้จักพ่อแม่ของเขาเพียงไม่กี่วันก่อนงานแต่งเท่านั้น

​ครอบครัวอัครไพศาลไม่เคยเห็นหน้าไอรดามาก่อนเลยตลอดเวลาที่ทั้งคู่คบกันอยู่ต่างประเทศ พวกท่านรู้จักเธอเพียงแค่ชื่อ และเดิมทีก็ไม่สนับสนุนให้ลูกชายคว้าผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายเท้ามาเป็นสะใภ้ แต่เพราะอุบัติเหตุครั้งใหญ่ที่ทำให้ราชสีห์พิการและจำอะไรไม่ค่อยได้ เมื่อเห็นว่าไอรดายังคงซื่อสัตย์กลับมาดูแลลูกชาย พวกท่านจึงยอมใจอ่อน.. โดยหารู้ไม่ว่าคนที่เฝ้าดูแลราชสีห์มาตลอด ไม่ใช่ไอรดา แต่เป็นไออุ่นต่างหาก

​ช่วงเย็นของวันนั้น..

​"สวัสดีค่ะคุณพ่อ สวัสดีค่ะคุณแม่" ไออุ่นเดินออกมาต้อนรับผู้ใหญ่ทั้งสองด้วยรอยยิ้มเรียบง่าย

​"เป็นยังไงบ้างลูก อยู่ที่นี่ขาดเหลืออะไรไหม" นายไพศาล เจ้าของสายการบินยักษ์ใหญ่เอ่ยถามด้วยความเมตตา

​"แล้วตาสิงห์ไปไหนล่ะลูก" พรพิมพ์มารดาของราชสีห์ถามหาลูกชายคนโต

​"พี่สิงห์นั่งรออยู่ด้านในค่ะ" ​ไออุ่นเชื้อเชิญผู้ใหญ่ทั้งสองเข้าบ้าน แต่แล้วสายตาของเธอก็พลันไปสบเข้ากับใครบางคนที่กำลังก้าวเท้าเข้ามาในเขตบ้าน

​"คุณ?!" ​ชายหนุ่มตรงหน้าคือ ไทเกอร์ หรือ เสือ น้องชายคนเล็กของราชสีห์ เขาไม่ได้มาร่วมงานแต่งเพราะติดธุระด่วนที่ต่างประเทศ แต่ดูเหมือนวันนี้เขาจะถูกบังคับให้ต้องมา

​"เธอ?" ไทเกอร์พึมพำออกมาเบาๆ เมื่อเห็นหน้าไออุ่นชัดๆ

​"รีบเข้ามาสิลูก จะมัวยืนอยู่ตรงนั้นทำไม" พรพิมพ์ตะโกนเรียกลูกชายคนเล็ก

​"..เชิญด้านในก่อนค่ะ" ไออุ่นเริ่มรู้สึกว่าเหงื่อซึมที่ฝ่ามือ ความมั่นใจที่มีเริ่มสั่นคลอน

​"มากันแล้วเหรอครับ" ชายหนุ่มที่ตกอยู่ในความมืดมิดพยายามเอื้อมมือออกไปด้านหน้าเพื่อทักทาย

​"หน้าตาผ่องใสขึ้นเยอะเลยนะเรา" คนเป็นแม่เข้าไปสวมกอดและลูบแขนลูกชายด้วยความรัก

​"ช่วงนี้นอนหลับพักผ่อนเยอะครับ หัวถึงหมอนทีไรหลับเป็นตายทุกทีเลย"

​"คงจะเป็นเพราะยาตัวใหม่ที่คุณหมอจัดให้มั้งคะ" ไออุ่นรีบแทรกขึ้นเพื่อเปลี่ยนประเด็น เธอพยายามหลบสายตาคมกริบของไทเกอร์ที่จ้องมองมาอย่างกับจะรีดเค้นความจริง

​"เป็นอะไร..ทำไมมือเย็นแบบนี้" ราชสีห์ที่คว้ามือภรรยาไว้ได้ถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง

​"อาหารเตรียมพร้อมแล้วค่ะ" เสียงแม่บ้านเข้ามาขัดจังหวะได้ทันเวลาพอดี

​"เราไปทานข้าวกันเถอะค่ะ" ไออุ่นรีบพยุงสามีไปที่ห้องอาหาร

​บรรยากาศบนโต๊ะอาหารดูเหมือนจะราบรื่น ไออุ่นคอยตักอาหารและป้อนราชสีห์อย่างใกล้ชิดเหมือนที่ทำเป็นประจำ

​"ได้ยินพ่อกับแม่บอกว่า พี่เจอกับเมียพี่ที่ต่างประเทศใช่ไหม.." ไทเกอร์พูดขึ้นลอยๆ พร้อมกับตักข้าวเข้าปาก "แล้วคุณเรียนที่รัฐไหนล่ะ?"

​เพล้ง!! ​ช้อนในมือของไออุ่นร่วงลงกระทบจานจนเกิดเสียงดังสนั่น มือไม้ของเธอสั่นเทาจนแทบไม่มีแรงหยิบจับอะไร เมื่อได้ยินคำถามที่จงใจเล่นงานเธอนั้น

​"ไอ! เป็นอะไรหรือเปล่า?" ราชสีห์ตกใจรีบใช้มือควานหาภรรยา แต่จังหวะนั้นมือเขากลับไปปัดโดนจานข้าวบนโต๊ะจนตกลงไปแตกกระจายที่พื้น

​เพล้ง!!

​"อยู่นิ่งๆ ก่อนลูก! เดี๋ยวให้แม่บ้านมาจัดการ" พรพิมพ์รีบร้องห้ามลูกชายด้วยความตกใจ

​สถานการณ์บนโต๊ะอาหารชุลมุนวุ่นวายไปหมด แต่ชายหนุ่มตัวต้นเรื่องอย่างไทเกอร์กลับยังคงนั่งเคี้ยวข้าวอย่างใจเย็น สายตาคมกริบของเขาจับจ้องไปที่ใบหน้าซีดเผือดของพี่สะใภ้อย่างมีเลศนัย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป