บทที่ 6 รอยร้าวใต้เงาร้าย
"ที่เธอเพียรขอโทษฉันอยู่เนี่ย เธอขอโทษฉัน หรือขอโทษพี่ชายฉันกันแน่!"
น้ำเสียงเข้มที่กดต่ำของ ไทเกอร์ เต็มไปด้วยความเดือดดาลที่พยายามระงับไว้ สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสั่นระริกของหญิงสาวตรงหน้า ราวกับจะเผาไหม้ร่างของเธอให้เป็นจุน
"คือ.. ฉัน.." ไออุ่น พูดไม่ออก ลำคอแห้งผากเหมือนมีก้อนแข็ง ๆ มาจุกไว้ เธอไม่ได้อยากตกอยู่ในสภาพสะใภ้กำมะลอแบบนี้ แต่วังวนแห่งบุญคุณและความกตัญญูที่ค้ำคอทำให้เธอกลายเป็นคนขี้ขลาดที่ตกกระไดพลอยโจนจนหาทางออกไม่เจอ
"เดินดี ๆ นะลูก ระวังบันไดหน่อย" เสียงของนางพรพิมพ์ ที่ดังแว่วมาจากด้านนอกทำเอาคนทั้งสองสะดุ้งสุดตัว ไทเกอร์รีบปล่อยมือจากร่างบาง ส่วนไออุ่นก็รีบถอยกรูดไปอีกทาง ทั้งคู่หันขวับไปมองที่ประตูห้องนอนด้วยความตระหนกที่ปนเปไปกับความหวาดกลัวว่าความลับจะถูกเปิดโปงเร็วกว่าที่คิด
แกร่ก.. แอ๊ดดด!
"ขอบคุณค่ะคุณแม่" ไออุ่นพยายามบังคับน้ำเสียงไม่ให้สั่นขณะรีบเข้าไปรับช่วงต่อในการพยุงราชสีห์ เข้ามาในห้อง
"แม่ฝากดูแลพี่เขาด้วยนะลูก ตาสิงห์เพิ่งเปลี่ยนยา แม่กลัวเขาจะมึนหัว" พรพิมพ์ยิ้มให้สะใภ้ด้วยความเอ็นดู ก่อนจะเดินเลี่ยงออกจากห้องไปทิ้งไว้เพียงความเงียบที่น่าอึดอัด
"ไอจะอาบน้ำเหรอ?" ราชสีห์เอ่ยถามพลางใช้มือลูบคลำไปตามท่อนแขนและลำตัวของภรรยา สัมผัสจากเนื้อผ้าและอุณหภูมิผิวทำให้เขารับรู้ได้ทันทีว่าเธอกำลังเตรียมตัวจะเข้าห้องน้ำ
"ค่ะ.. พี่สิงห์นั่งรอไออยู่บนเตียงก่อนนะ ไออาบเสร็จแล้วพี่สิงห์ค่อยอาบต่อนะคะ" ไออุ่นประคองชายหนุ่มให้นั่งลงที่ขอบเตียงอย่างระมัดระวัง หัวใจของเธอเต้นรัวเหมือนกลองรบขณะที่เหลือบมองไปทางประตูห้องน้ำที่แง้มอยู่เล็กน้อย เธอรีบเดินตรงไปยังห้องน้ำทันที และเพียงแค่เปิดประตูออก ร่างสูงของไทเกอร์ที่หลบซ่อนอยู่ด้านในก็ก้าวออกมา ไออุ่นรีบทำสัญญาณมือไล่เขาออกไปจากห้องอย่างร้อนรน
ไทเกอร์จ้องหน้าพี่สะใภ้ตัวปลอมด้วยสายตาเหยียดหยาม ก่อนจะเดินผ่านหน้าพี่ชายผู้มืดบอดไปที่ประตูห้องนอนอย่างเงียบเชียบ จังหวะที่เขาเปิดประตูออกไปไออุ่นก็จงใจเปิดประตูห้องน้ำสะบัดให้เกิดเสียงดังพร้อมกันเพื่อกลบเกลื่อนร่องรอยการมีอยู่ของบุคคลที่สาม
เธอแอบชำเลืองมองราชสีห์ที่นั่งนิ่งอยู่บนเตียง ใบหน้าคมคายนั้นนิ่งสนิทและเย็นชาจนเธอรู้สึกเสียวสันหลัง... เขาจะรู้อะไรไหม? หรือเขากำลังคิดอะไรอยู่กันแน่?
ครู่ใหญ่ต่อมาไออุ่นเดินออกมาจากห้องน้ำในชุดลำลองหลังจากจัดการตัวเองเสร็จเรียบร้อย
"ไออาบเสร็จแล้วค่ะ พี่สิงห์ถอดเสื้อผ้าก่อนนะ เดี๋ยวไอช่วย"
"ฉันทำเองได้" น้ำเสียงเรียบนิ่งที่ตัดบททันควันทำให้มือที่กำลังจะยื่นไปช่วยของไออุ่นชะงักค้าง ราชสีห์ลุกขึ้นยืนแล้วเริ่มก้าวเดินไปทางห้องน้ำด้วยท่าทางเก้ ๆ กัง ๆ
"เดี๋ยวก็สะดุดล้มหรอกค่ะ ให้ไอช่วยดีกว่า" หญิงสาวเป็นห่วงรีบเดินตามไปพยุง
"บอกว่าไม่ต้องไง!" ชายหนุ่มสะบัดมือออกอย่างแรงโดยไม่ทันระวัง แรงสะบัดนั้นทำให้ไออุ่นเสียหลักล้มลงกระแทกพื้นอย่างจัง
"โอ๊ย!" เธอนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด ข้อมือบางกระแทกพื้นจนขึ้นรอยแดงเถือก แต่ราชสีห์กลับไม่ได้หันมามองหรือเอ่ยคำขอโทษเลยสักคำ เขาขยับเข้าห้องน้ำไปแล้วปิดประตูล็อกเสียงดัง ปัง!
ก๊อก! ก๊อก!
"พี่สิงห์! ล็อกประตูทำไมคะ เปิดเถอะ เดี๋ยวก็ลื่นล้มในอ่างอีกหรอก!" ไออุ่นเคาะประตูเรียกอย่างร้อนรน ใจหนึ่งก็เจ็บที่ถูกเมิน แต่อีกใจก็กลัวอุบัติเหตุ เธอไม่รู้เลยว่าเบื้องหลังบานประตูนั้น ชายหนุ่มผู้มืดบอดกำลังยืนพิงประตูด้วยลมหายใจที่สั่นพร่า ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความสับสนและเจ็บปวด
เสียงน้ำจากฝักบัวดังขึ้นกลบเสียงเรียกของเธอ ไออุ่นไม่ได้เดินหนีไปไหน เธอยังคงแนบหูกับบานประตู ฟังทุกการเคลื่อนไหวของเขาด้วยความห่วงใย จนกระทั่งเสียงน้ำสงบลงและประตูถูกเปิดออก
"ไอช่วยค่ะ.." เธอรีบถลันเข้าไปจะหยิบผ้าเช็ดตัวมาซับน้ำให้ เพราะเขายืนอยู่ตรงหน้าในสภาพเปลือยเปล่าไร้สิ่งปกปิด
"ฉันทำเองได้" น้ำเสียงเข้มที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดทำเอาไออุ่นหน้าเสีย ราชสีห์กระชากผ้าเช็ดตัวจากมือเธอไปพันรอบกายไว้เอง ก่อนจะคลำทางไปที่ตู้เสื้อผ้าอย่างทุลักทุเล
"พี่สิงห์เป็นอะไรไปคะ ให้ไอช่วยเถอะ" เธอไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ ๆ เขาถึงเปลี่ยนไปเป็นคนละคน จะว่าเขามองเห็นไทเกอร์ก็เป็นไปไม่ได้ หรือเขาจะได้ยินความผิดปกติอะไรตอนที่อยู่ข้างล่าง?
แต่ราชสีห์ไม่ตอบคำถาม เขาจัดการใส่เสื้อผ้าด้วยตัวเองจนเสร็จแล้วเดินไปทิ้งตัวลงนอนบนเตียงพร้อมดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมกาย ไออุ่นทำได้เพียงยืนมองแผ่นหลังของสามีด้วยหัวใจที่บอบช้ำและเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม
เช้าวันต่อมา... บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยเมฆหมอกแห่งความอึดอัด
ไออุ่นพยายามทำหน้าที่ของเธอเหมือนทุกวัน ร่างบางขยับเข้าไปใกล้หวังจะป้อนข้าวให้สามีเหมือนอย่างที่เคยทำ
"ทานข้าวนะคะพี่สิงห์ เดี๋ยวไอ.."
"ไม่เป็นไร ฉันตักกินเองได้" ราชสีห์เบี่ยงหน้าหนี มือหนาคว้าช้อนแล้วเริ่มตักข้าวเข้าปากอย่างทุลักทุเลจนเมล็ดข้าวร่วงเลอะเปรอะเปื้อนไปหมด
"ให้แม่ป้อนดีกว่าลูก เลอะหมดแล้วเนี่ย" พรพิมพ์รีบเข้ามาแทรกและบอกให้ไออุ่นขยับออกไป เธอเข้าไปนั่งแทนที่สะใภ้แล้วจัดการป้อนลูกชายด้วยตัวเอง
เมื่อเห็นกิริยาที่เหินห่างของราชสีห์ ประกอบกับสายตาคมกริบของไทเกอร์ที่จ้องมองมาราวกับจะฉีกร่างเธอเป็นชิ้น ๆ ไออุ่นก็ไม่สามารถทนอยู่ตรงนั้นได้อีกต่อไป
"ถ้างั้นไอขอตัวขึ้นไปจัดการของข้างบนก่อนนะคะ"
"ผมก็ขอขึ้นไปหยิบของบนห้องเหมือนกันครับ" ไทเกอร์รีบลุกขึ้นเดินตามหลังไออุ่นไปทันที โดยไม่มีใครทันสังเกตเห็นสายตาของราชสีห์ที่แม้จะมืดบอด แต่มันกลับวาวโรจน์ขึ้นมาวูบหนึ่งอย่างน่ากลัว
ภายในห้องนอน..
ไออุ่นทิ้งตัวลงนั่งข้างเตียงด้วยความเหนื่อยล้าทั้งกายและใจ แต่แล้วเสียงประตูที่ถูกเปิดออกช้า ๆ ก็ทำให้เธอขวัญผวา
"คุณเข้ามาอีกทำไม! ออกไปนะ!" เธอรีบถลันตัวจะลุกหนี แต่ไทเกอร์ไวกว่า เขาปรี่เข้ามากระชากร่างบางลงไปกดกับที่นอนนุ่มทันทีด้วยพละกำลังที่เหนือกว่า
"ปล่อยฉันนะคุณเสือ!! คุณจะบ้าไปแล้วเหรอ!"
"ถ้าวันนี้เธอไม่ให้คำตอบที่ฉันพอใจ อย่าหวังว่าฉันจะปล่อยให้เธอไปหาพี่ชายฉันอีก!" ไทเกอร์โน้มใบหน้าลงมาหาจนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจร้อนผ่าวของเขาเป่ารดผิวแก้มเนียน
"ฉันขอโทษคุณอย่าบอกเรื่องนี้กับพี่ชายของคุณเลยนะ ได้โปรด..." เสียงของเธอสั่นเครือและเต็มไปด้วยความอ้อนวอน
"หึ! ที่ขอโทษเนี่ย เพราะกลัวจะอดตำแหน่งสะใภ้เศรษฐี หรือกลัวว่าพี่ชายฉันที่ตาบอดจะรู้ว่าเขากำลังถูกหลอกใช้กันแน่!"
"ฉันมีเหตุผลที่ต้องทำแบบนี้.. และฉันก็ไม่รู้จะอธิบายยังไงให้คุณเข้าใจ"
"งั้นก็ไม่ต้องอธิบาย! เพราะฉันไม่ฟังคำโกหกจากปากผู้หญิงอย่างเธอ!" ไทเกอร์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของไออุ่น แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดในอดีตที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความโกรธ "เธอคิดว่าพี่ชายฉันตาบอดแล้วเธอจะปั่นหัวเขายังไงก็ได้งั้นเหรอ?"
"ฉันไม่เคยคิดจะหลอกพี่ชายคุณเลยนะ!"
"ไม่หลอกพี่ชาย.. ถ้างั้นก็แปลว่าเธอกะจะหลอกแค่ฉันคนเดียวงั้นสิ!"
"คุณเสือ!! อื้อ!!" ไออุ่นรีบใช้มือปิดปากตัวเองไว้แน่น เพราะใบหน้าของชายหนุ่มขยับเข้ามาใกล้จนเหลือเพียงไม่กี่มิลลิเมตรริมฝีปากก็จะสัมผัสกัน "คุณจะทำแบบนี้กับฉันไม่ได้นะ.. ฉันเป็นพี่สะใภ้ของคุณ!"
"พี่สะใภ้เหรอ? หึ!! พูดมาได้เต็มปาก" ไทเกอร์แค่นยิ้มเหี้ยม "ถ้าพี่ชายฉันรู้ความจริงขึ้นมาเธอคิดว่าเขาจะยังเก็บเธอไว้ในตำแหน่งนี้ไหม? เธอรู้ไหมว่าราชสีห์เวลาที่เขารู้ตัวว่าถูกหักหลัง... เขาจะจัดการกับคนโกหกได้เลือดเย็นแค่ไหน!"
คำขู่นั้นทำเอาไออุ่นสั่นไปทั้งตัว ความกลัวจับใจจนหายใจแทบไม่ออก เธอรู้ดีว่าสิ่งที่เธอกำลังทำอยู่มันผิดมหันต์ แต่เธอก็ไม่มีทางเลือกอื่น
"เอ่อ.."
"เธอจะโกหกอะไรฉันอีก คิดให้ดีก่อนจะพูดออกมาแล้วกัน อย่าให้คำพูดโง่ ๆ ของเธอมาเป็นเชือกรัดคอตัวเองตายไปเสียก่อน!" ไทเกอร์กระซิบชิดริมฝีปาก ทิ้งคำพูดที่แสนกดดันไว้ท่ามกลางเสียงหัวใจของไออุ่นที่เต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมาจากหน้าอก... ความลับที่เธอพยายามปกปิดบัดนี้มันกำลังแตกร้าว และเธอก็ไม่รู้เลยว่ามันจะพังทลายลงมาทับร่างเธอเมื่อไร
🖋ชะนีติดมันส์ @มัดหมี่
