บทที่ 11 เจ้าสาวตัวแทน

ขณะเดียวกัน บ้านสารัชมินท์

สถานการณ์ตอนนี้ยิ่งไม่ต่างอะไรเอาเปลวเพลิงขนาดใหญ่สุมรอบล้อมทั่วคฤหาสน์หลังใหญ่ ประมุขของบ้านสองคนนั่งกลัดกลุ้มใจ เมื่อติดต่อลูกสาวสุดที่รักไม่ได้มาสองวันตั้งแต่สลับตัวน้องสาวตนไปดูตัวคู่หมั้นแทน

วันนี้เพื่อนรักส่งข้อความติดต่อมา จะพาลูกชายมานัดเจรจาสู่ขอสินสอด วางฤกษ์แต่งงานอีกสองวันข้างหน้า เผอิญมิคาเอลเป็นคนใจร้อน รอไม่ได้ อยากมีเมียเป็นของตัวเองใจจะขาด

“พี่ศรันย์ เราจะเอายังไงกันดีคะ ฉันติดต่อลูกไอริสไม่ได้ ถ้าหากคุณมิคาเอลรู้ว่าว่าที่เจ้าสาวหายตัวไป บ้านเราจะถูกพวกเขายึดไหมคะ”

ศรันย์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ พันธะสัญญาของสองครอบครัวเหนียวแน่นเฟ้นมาสมัยรุ่นพ่อรุ่นแม่ หากฝ่ายเขาผิดคำสัญญา อาจทำเอาถูกตัดเพื่อน มนัสคงโกรธทวงเงินที่ให้กู้ยืมไป เขาไม่มีปัญญาหาเงินใช้หนี้ร้อยล้านทันตามเวลา

มีวิธีเดียวเท่านั้นต้องตามตัวลูกสาวคนโตกลับมาให้ทันงานแต่งใกล้จะมาถึง

“ใครก็ได้ไปเรียกป้าหนิงมาทีสิ” สั่งสาวใช้ใกล้ตัว เอลล่าผู้เป็นภรรยาหันมองหน้าสามีด้วยความสงสัย

“เรียกแม่นมนั่นมาทำไมกัน พี่คิดจะทำอะไรกัน”

“ถ้าเกิดว่ายังติดต่อไอริสไม่ได้ คุณอย่าลืมว่าเราไม่ได้มีลูกสาวคนเดียว ในสัญญาไม่ได้ระบุว่าจะต้องแต่งกับลูกสาวคนโตนี่น่า ระหว่างรอไอริสกลับมา เราจำเป็นต้องหาตัวแทนเข้าพิธีแต่งงานแก้ขัดไปก่อน ใช้เอมิสวมรอยเป็นคู่หมั้นของคุณมิคาเอลแทนแล้วกัน”

“ทำแบบนั้นไม่ได้ พวกเขาไม่รู้ว่าเรามีนังลูกกาฝากอีกคน จะให้มันไปแต่งงานแทนลูกสาวของเราได้ยังไงกัน ฉันไม่ยอมให้มันเป็นคุณนายรีสอร์ท ได้ดีไปกว่ายัยไอริสแน่”

ความจริงเอลล่าอยากให้ลูกสาวคนเล็กสุดแสนชิงชังอยู่รับใช้พวกเธอ เป็นทาสภายในบ้านสารัชมินท์จนตาย ไม่มีวันให้เอมิได้แต่งงานกับผู้ชายดี ๆ ย้ายออกไปอยู่ด้านนอก ลูกกาฝากต้องอยู่ในสายตาเธอเท่านั้น

“แล้วคุณมีวิธีอื่นที่ดีกว่านี้ไหมล่ะเอลล่า อีกไม่กี่ชั่วโมงพวกเขาก็จะมาแล้ว หรือคุณจะปล่อยให้บ้านหลังนี้ถูกยึด ไม่มีที่ซุกหัวนอนกันจริง ๆ”

ทางด้านภรรยาอึกอัก จนตรอกคิดทางหาออกไม่ได้เช่นกัน ก่อนศรันย์พูดเตือนสติคู่ชีวิตมากกว่านี้ สาวใช้นำพาป้าหนิง อดีตแม่นมคอยดูแลลูกสาวคนเล็กมานั่งพับเพียบลงกับพื้น ท่าทางนอบน้อม

“คุณท่านเรียกดิฉันมามีอะไรเหรอคะ”

“ฉันแค่อยากจะสอบถามสักหน่อย เธอสนิทสนมดูแลเอมิมากกว่าพวกฉัน พอจะรู้ไหมว่าเอมิอยู่ที่ไหน ตามตัวเอมิมาหาพวกเราสองคนตอนนี้ ไม่มีเวลาเหลือแล้ว”

“ดิฉันไม่ทราบค่ะว่าคุณหนูเอมิหายไปไหน ติดต่อก็ไม่ได้ ดิฉันกลุ้มใจอยู่เลย คุณหนูเอมิหายไปตั้งแต่เมื่อวาน ไม่มีทีท่าจะกลับมาเลยค่ะ ป้าเป็นห่วงคุณหนูน้อย”

“นังเด็กนั่นก็หายตัวไปพร้อมกันเหรอ ติดต่อก็ไม่ได้เหมือนลูกไอริส นี่มันเกิดเรื่องบ้าบออะไรกัน นังเด็กใจแตก คงจะเก็บเสื้อผ้าหอบข้าวหอบผ่อนแรดร่านวิ่งไปอยู่บ้านผู้ชายอีกคน ถ้าเจอตัวเมื่อไหร่ฉันจะ...”

“จะทำไมเหรอครับ เมื่อกี้คุณเอลล่าพูดอะไรนะครับ ใครใจแตกหอบเสื้อผ้าย้ายไปอยู่กับผู้ชาย?”

“คุณมิคาเอล!”

พวกเขาต่างตะลึงไม่คาดฝันว่าทางฝ่ายนั้นจะเข้ามาเร็วกว่าเวลานัดครึ่งชั่วโมง ศรันย์หน้าเคร่งเครียดจู่ ๆ ลูกสาวสองคนก็หายตัวไปพร้อมกัน

คนถูกว่าที่แม่เมียนินทาลับหลังกระหยิ่มยิ้มอ่อน หลังจากจัดการปราบเมียเด็กให้หายซ่านอนสลบบนห้อง มิคาเอลมาหาผู้เป็นพ่อ ช่วยเป็นผู้ใหญ่ไปเจรจาสินสอดสู่ขอเมียให้กับเขาอย่างทางการ เขาให้เกียรติเห็นแก่เพื่อนพ่อ

หากเป็นผู้หญิงอื่น มิคาเอลฉุดปล้ำทำเมียเถื่อน ๆ เรียบร้อย จัดงานแต่งเงียบ ๆ ไม่สิ้นเปลืองแทน

“เชิญนั่งก่อนค่ะทั้งสองคน ป้าหนิงช่วยไปเอาน้ำชามาต้อนรับแขกที แล้วคุณเพชรพริ้งไม่ได้มาด้วยกันเหรอคะคุณมนัส”

เอลล่าเปลี่ยนเสียงอ่อนหวานต้อนรับแขก มิคาเอลไม่ต้องพิธีรีตอง เพราะคุยธุระไม่นานก็ขอตัวกลับรีสอร์ท

“เธอไม่ค่อยสบายนิดหน่อย ผมให้เธออยู่ดูแลบ้าน ผมมากับลูกชายคนที่สี่ของผมมาคุยธุระก็พอครับคุณเอลล่า” มนัสส่งยิ้มทางเมียเพื่อนสนิทตามมารยาท

เขารู้จากปากลูกชายคนที่สี่ว่าอยากแต่งงานมีเมีย บังคับพาเขามาสู่ขอคู่หมั้นตัวเองโดยเร็ว ในฐานะพ่อย่อมยินดีที่เห็นลูกชายอีกคน จะได้แต่งงาน เป็นฝั่งเป็นฝา มีคนดูแลแทนเสียที

“พวกเราไม่อ้อมค้อมเลยนะศรันย์ พวกคุณอยากได้เท่าไหร่ก็บอกมา ฉันยินดีจ่ายเต็มที่ไม่อั้นให้ลูกอาเบลอยู่แล้ว ขอแค่พวกคุณยกลูกสาวกับลูกชายคนนี้ของผม” มนัสมาในสถานะผู้ใหญ่เจรจาสู่ขอแทนมิคาเอล แอบค่อนขอดแก่ลูกชายอยากมีเมียจนตัวสั่น

ทั้งที่พ่อแม่นัดดูตัวลูกครั้งแรกกลับมีทีท่าอิดออด พอเจอหน้าคู่หมั้นตัวเอง ตกหลุมรักเธอทันท่วงที เช้าวันต่อมาก็บอกเขากับภรรยาว่าอยากมีเมียเป็นตัวเป็นตน

“ในฐานะที่เราคบหาเป็นเพื่อนกันมายาวนาน ความจริงค่าสินสอด ฉันเห็นว่าแล้วแต่มนัสกับลูกชายนายแล้วแต่สมควรสถานะของครอบครัวเราสองคน ฉันกับเอลล่าไม่เกี่ยงอยู่ดี แต่ตอนนี้ไอริส ลูกสาวของเราไม่รู้ไปไหน รอไอริสหน่อยแล้วกันนะครับ”

“ไม่ต้องออกไปตามหาไกลหรอก เพราะไอริส คู่หมั้นของผมอยู่กับผมที่รีสอร์ท เตรียมตัวเข้าพิธีแต่งงานในอีกสองวันข้างหน้า”

“ว่ายังไงนะ ลูกไอริสเหรอ”

เอลล่าคล้ายเป็นลมเมื่อรู้จากปากว่าที่ลูกเขย ที่ไอริสหายหน้าหายตาติดต่อก็ไม่ได้สองวันนี้เพราะอยู่กับคู่หมั้นตัวเองหรอกเหรอ

เธอสอนลูกสาวสุดแสนรักให้รู้จักรักนวลสงวนตัว ไม่ให้ชิงสุกก่อนห่ามก่อนแต่ง ไม่คิดว่าถูกว่าที่ลูกเขยนำพาตัวไปโดยไม่ปรึกษาใจของคนเป็นพ่อแม่ว่ารู้สึกทรมานแค่ไหน

“คุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วง ผมไม่ทำอะไรกับว่าที่เจ้าสาวก่อนถึงวันแต่งงานหรอก เธอค่อนข้างดื้อกับผมสักหน่อย แต่ก็ถือว่าจัดการได้อยู่ดี”

“ไอริสนั่นน่ะเหรอจะยอมไปอยู่กับคุณอาเบล?” ศรันย์ทวงคำถามเอ่ยซ้ำ ทำไมในใจเขาแอบคิดมุมมองกลับกัน คนที่อยู่กับพ่อเลี้ยงมิคาเอลหรืออาจจะเป็นเอมิ

“ทีแรกก็ดื้อดึง แต่ผมจัดการเธอแล้ว พวกท่านไม่ต้องเป็นห่วง ไว้รอเจอหน้าลูกสาวของพวกคุณตอนงานแต่งนะครับ”

มิคาเอลหยิบเช็คเงินสดค่าสินสอดครึ่งหนึ่งมอบให้แก่พ่อแม่ของเมีย ยังไม่อยากจะพูดตอนนี้ว่าเขากับเธอได้เสียตัวเป็นผัวเมีย ซ้อมเข้าห้องหอแล้ว ไม่ว่าไอริสจะคิดอย่างไรก็ขึ้นชื่อว่าเป็นเมียพ่อเลี้ยงไปเรียบร้อย

“ส่วนค่าสินสอดที่เหลือ จะจ่ายให้คุณศรันย์และคุณเอลล่าในงานแต่งนะครับ”

รอยยิ้มแสนน่ากลัวของผู้ชายอันตราย ศรันย์กับเอลล่าเสียวสันหลังวาบ เขาทำเหมือนลูกสาวตนซื้อขายเหมือนสิ่งของ จ่ายเงินมาก็จบ แถมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทั้งสองไปรู้จักมักจี่กันตอนไหน

แต่เอลล่ายิ้มดีใจที่ลูกสาวคนนี้ได้แต่งงานกับลูกชายเพื่อนสามีเป็นไปตามพันธะสัญญาธุรกิจ เห็นจำนวนค่าสินสอดครึ่งหนึ่ง จำนวนห้าล้านบาท ผิดกับลูกกาฝาก ไม่เห็นแฟนหนุ่มทายาทนักธุรกิจมาให้ค่าสินสอดแบบนี้เลย

“ถ้างั้นผมกับเมียขอเจอหน้าไอริสก่อนจะได้ไหม”

“เรื่องนั้นทำไมจะไม่ได้ล่ะศรันย์”

“ตอนนี้ยังครับ ผมกับไอริสขอเวลาส่วนตัวก่อน ไว้งานแต่งอีกสองวันข้างหน้า คุณพ่อกับคุณแม่ก็จะได้เจอหน้าลูกสาวของพวกคุณวันนั้น ผมกับคุณพ่อขอตัวก่อนนะครับ”

มิคาเอลไม่อยากอยู่นาน เมื่อคุยธุระจบชวนคุณพ่อมนัสลุกจากโซฟาโดยไม่รับน้ำชาจากบ้านหลังนี้ มุมปากหนาแสยะยิ้มกับครอบครัวเห็นแก่เงิน ขายลูกสาวกินแลกกับหนี้ธุรกิจ

ขากำลังจะก้าวออกจากประตูหน้าบ้าน เสียงเรียกของป้าหนิงทักหยุดเสียก่อน ป้าหนิงเคยเห็นหน้าผู้ชายยืนอยู่ตรงหน้าที่มากับคุณหนูเอมิ บางทีเขาอาจรู้อะไรก็ได้เรื่องที่เอมิหายตัวไป

“คุณ...เหมือนเคยเห็นหน้าตอนอยู่กับไอริสนี่น่า คุณมีอะไรหรือเปล่าครับ”

“ไอริส? ผู้หญิงที่คุณเห็นอยู่กับป้าไม่ใช่คุณหนูไอริส คนที่คุณพามาส่งนั้นคือคุณหนูเอมิของป้าเองค่ะ คุณพอจะรู้ไหมคะ ว่าคุณหนูเอมิหายไปไหน ป้าติดต่อคุณหนูเอมิไม่ได้เลยคะ”

“คุณหนูเอมิ หมายความว่ายังไง”

มิคาเอลจะปิดหูปิดตาข้างเดียวก็ได้ แค่ชื่อโพล่งออกมาจากอดีตแม่นมมันเหมือนกับชื่อที่เมียเขาทางพฤตินัยเรียกแทนตัวเอง ไม่ได้เรียกแทนตัวเองว่าไอริส เขาเองเก็บงำความสงสัยใคร่รู้ไว้อยู่

“ป้าหนิง คุณท่านกับคุณหญิงเรียกไปพบค่ะ”

สาวใช้ทำตามคำสั่งพวกคุณ ๆ ท่าน กลัวความลับจะถูกเปิดเผย มิคาเอลหันมองหน้าบิดา จวบจนกระทั่งพาตัวเองขึ้นรถยนต์ทั้งคู่

“พ่อ! พ่อคิดว่าเรื่องนี้มันแปลกไปไหม”

“อืม พ่อก็ไม่รู้สิ รอดูสถานการณ์ไปก่อน ว่าแต่แกแน่ใจแล้วใช่ไหม ไม่ได้ถูกบังคับแต่งงานกับลูกเพื่อนพ่อตามสัญญาการใช้หนี้นั่นนะลูก”

“ผมไม่ได้ถูกใครบังคับ ผมเต็มใจมากที่อยากแต่งงานกับไอริสมากต่างหาก แต่ไอริสคงไม่อยากแต่งกับผม”

คิดหรือว่ามนัสรู้ไม่เท่าทันลูกชายคนที่สี่จอมเจ้าเล่ห์ วางแผนการพาคู่หมั้นตัวเองมาไว้ยังบ้านของตน การกระทำบงการแบบนี้ ผู้หญิงคนไหนเขาอยากแต่งงานกับมันด้วย

ผิดกับลูกชายยิ้มอ่อนนึกถึงสาวน้อยอยู่บนห้องของเขา ‘ไม่อยากแต่งแต่เธอก็ตกเป็นเมียของฉันไปแล้วเรียบร้อย เธอหนีจากฉันไม่พ้นหรอก ไอริสที่รัก’

บทก่อนหน้า
บทถัดไป