บทที่ 15 นกน้อยในกำมือ

ด้านคนถูกมารดาบังเกิดเกล้าผู้ให้กำเนิดตบใบหน้าของเธอ จงใจสร้างความอับอายต่อหน้าแขกคนงานแต่ง ร่างเล็กอยู่ชุดเจ้าสาวชีฟองนิ่ม เดรสกระโปรงยาวลายลูกไม้สีขาวบริสุทธิ์ แอบนั่งหลบมุมร้องห่มร้องไห้อยู่ตามลำพัง

เธออยากหนีออกจากที่นี่ ไม่ต้องการแต่งงานกับพ่อเลี้ยงป่าเถื่อนบ้าอำนาจ

เป็นแบบนี้แหละดี เอมิสูดน้ำมูกเข้าไป ใช้หลังมือปาดเช็ดน้ำตาเลอะเครื่องสำอาง หมดความสวย ทว่าเธอช่างสนใจปะไรกัน ไม่คิดแต่งงานกับใครอยู่แล้ว เธอชินกับชีวิตอาภัพรักแต่เกิด ลุกเฮือกกำลังวิ่งออกจากที่นี่

แต่กลับมีฝ่ามือหนาคู่ใหญ่คว้าจับข้อมือเรียวเล็ก หันหน้ามามองสีหน้าหวานซีดขาว เมื่อเจอคนที่เธอเกลียดชิงชัง ไม่อยากเจอหน้าสุดในชีวิต

“คิดจะหนีหน้าผัวไปไหน เธอต้องรีบกลับมาเข้าพิธีแต่งงานกับฉัน เอมิ”

สรรพนามเรียกเธอเปลี่ยนไป จากเรียกแทนตัวเองว่า ‘ไอริส’ ยอมเรียกชื่อแทน ‘เอมิ’ แสดงว่าเขารู้เรื่องหมดทุกอย่างแล้วสิ

“คุณอาเบล ปล่อยเอมิสิ ในเมื่อคุณรู้ความจริงหมด ว่าฉันไม่ใช่คนที่คุณต้องเข้าพิธีแต่งงานด้วย คุณก็ควรปล่อยฉันไปสิ อีกไม่นานพี่ไอริสคงยอมกลับมาเข้าพิธีแต่งงานกับคุณในแบบที่มันควรจะเป็นแต่แรก”

มุมปากเคยโค้งคว่ำของเจ้าบ่าวยกแสยะรอยยิ้มขึ้นอย่างน่ากลัว มิคาเอลไม่ยอมให้ตัวเองถูกเสียเปรียบฝ่ายเดียว สองพี่น้องตระกูลสารัชมินท์รวมหัวกันหลอก พี่สาวไม่อยู่ น้องสาวต้องชดใช้แทน คิดมาถึงตรงนี้ เอมิอยากวิ่งหนีไกลโดยเร็ว

“งั้นเหรอ แต่ฉันเปลี่ยนใจแล้ว อยากเข้าพิธีแต่งงานกับเธอ ทีแรกฉันไม่รู้นี่ว่ามีลูกสาวสวยอีกคน รู้อย่างนี้ขอพ่อแม่หมั้นกับคนน้องเสียดีกว่า”

“ทำไมคุณถึงเห็นแก่ตัวขนาดนี้”

“คนที่เห็นแก่ตัวน่าจะเป็นพี่สาวที่เธอรักนักรักหนามากกว่า อ่านจดหมายของพี่สาวเธอซะ แล้วจะได้รู้ว่าพี่สาวเธอมันสารเลวชั่วช้าขนาดไหน โชคดีของฉันที่ไม่ต้องแต่งงานกับพี่สาวของหล่อน”

เอมิรับจดหมายจากพี่สาวเปิดอ่าน อ่านเพียงบรรทัดแรก ร่างเจ้าสาวตัวแทนก็เกือบแทบล้มทั้งยืน น้ำตานองหน้า ไม่จำเป็นต้องอ่านจนจบหมดบรรทัดให้เสียเวลา

ทุกอย่างคือแผนแต่ต้น พี่สาวกับอดีตแฟนหนุ่มแอบลักลอบคบหากันหลายเดือน ที่ไอริสหลอกเธอไปดูตัวแทน เพราะเธอไปบอกจิรทีปต์เรื่องท้องนี่เอง

ที่ไอริสไม่อยากแต่งงานกับคู่หมั้นที่ไม่ได้รัก เพราะตอนนี้พี่สาวของเอมิกำลังตั้งครรภ์อ่อน ๆ หอบข้าวของหนีตามไปอยู่กับจิรทีปต์ อดีตแฟนเคยบอกรักเธอ ที่แท้แค่ลมปากของผู้ชายเจ้าชู้หลายใจ

“ไม่จริง พี่ไอริสไม่ใช่คนแบบนั้น”

ใบหน้าหวานขาดซีด พี่สาวตัวร้ายไม่เคยหวังดีกับน้องสาวคิดส่งเอมิเป็นเจ้าสาวของปีศาจร้ายกาจตรงหน้า เธอไม่แต่งงานกับคนที่หล่อนเกลียดชิงชังยืนแสยะยิ้มด้วยความสะใจ

“จนถึงป่านนี้เธอยังไม่เชื่อเหรอ เธอนี่มันโง่สิ้นดี เพราะแบบนั้นถึงโดนพี่สาวตัวเองหลอกเอาง่าย ๆ ใกล้ถึงพิธีแล้ว เธอต้องกลับไปพร้อมกับฉัน”

พ่อแม่ผู้ให้กำเนิดด่าทอทุบตีอยู่ไม่เว้นแต่ละวันยังไม่เจ็บปวดเท่าคำด่าของผู้ชายปากหมาว่าเธอโง่ ให้พี่สาวตัวร้ายหลอกใช้เป็นเครื่องมือ

“กลับไปทำไม ในเมื่อทุกคนรู้ความจริงหมด เอมิไม่จำเป็นต้องแต่งงานกับคุณอาเบลแทนพี่ไอริส คิดว่าเอมิอยากแต่งกับคุณนักหรือไง”

“ไม่อยากแต่งก็ต้องแต่ง พี่สาวเธอทำครอบครัวฉันเจ็บแสบ เธอต้องรับผิดชอบแทนพี่สาวตัวเอง เป็นเจ้าสาวตัวแทนแก้ขัดรอที่ฉันจะส่งคนไปตามล่าพี่สาวเธอกลับมาลงโทษให้จงได้”

แววตาโหดเหี้ยมดำอำมหิตยามที่พ่อเลี้ยงมาเฟียโกรธจัด เอมิหนาว ๆ ร้อน ๆ ใจสั่นวูบวาบ เพิ่งเคยเห็นอีกฝ่ายโมโหเดือดดาล หน้าดุครั้งนี้ครั้งแรก

เขามันปีศาจร้ายในคราบคน ไร้ความปราณี

“เอมิไม่ไป!”

“ผู้หญิงดื้อรั้นแบบเธอฉันปราบพยศมานับครั้งไม่ถ้วน ไม่อยากแต่ง แต่อย่าลืมว่าเธอคือเมียฉัน เธอต้องทำหน้าที่เป็นแม่ของลูก อุ้มท้องลูกให้ฉันแทนพี่สาวที่หนีหายไปกับชู้ อดีตแฟนเก่าเธอ”

เอมิส่ายหน้ารัว ไม่อยากตกไปเป็นนกน้อยในกำมือของผู้ชายเอาแต่ใจ มิคาเอลช้อนอุ้มร่างเล็กขึ้นท่าเจ้าหญิง ก้าวเดินฉับ ๆ เข้าพิธีวิวาห์ หญิงสาวจำใจเป็นเจ้าสาวตัวแทนพี่สาวตัวเองด้วยความไม่เต็มใจ

ถึงแม้ศรันย์กับเอลล่าไม่พอใจกับการแต่งงานครั้งนี้ ทว่าคัดค้านอะไรไม่ได้ มิคาเอลเสนอเงินค่าสินสอดและเพิ่มวงเงินการกู้ยืมเงินให้พ่อสามีเอาเงินก้อนใหญ่หมุนเวียนต่อยอดกับธุรกิจ โดยไม่คิดดอกเบี้ยสักบาท

เอมิทำหน้าเศร้า หลังพิธีงานแต่งช่วงเช้าจบ พ่อแม่ของเธอรีบกลับบ้าน ไม่อยากเข้ามาอวยพรแสดงความยินดี ก็นะ เธอไม่ใช่คนที่พวกท่านอยากให้แต่งงานกับพ่อเลี้ยงมิคาเอลแล้วนี่น่า

“ทำหน้าซังกะตาย ไม่อยากแต่งงานกับผัวนักล่ะ”

“ก็ใช่นะสิ ฉันไม่อยากแต่งงานกับคุณแต่แรก ที่คุณยอมแต่งก็เพราะกลัวเสียหน้าล่ะสิ”

เอมิทำหน้ากลืนยาขม นั่งนิ่ง ๆ เป็นตุ๊กตาจับจูงตามคำสั่งของสามีถูกต้องตามกฎหมาย หญิงสาวถ่วงเวลาเซ็นใบทะเบียนสมรส มองแหวนเพชรแต่งงานสวมประดับนิ้วนางข้างซ้ายบนมือ รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังก้าวขาเข้าสู่ขุมนรก

ภาวนาให้พี่สาวกลับมา ตัวแทนอย่างเธอคงจะหมดหน้าที่ ทว่าเอมิไม่ยอมเป็นแม่พันธุ์ผลิตลูกให้กับผู้ชายป่าเถื่อนเสียเด็ดขาด

“เสียแต่ข้อแรก ความจริงฉันแต่งกับเธอเพื่อแก้แค้นเธอต่างหาก รู้มั้ยว่าฉันไม่ชอบคนโกหกหลอกลวง โดยเฉพาะผู้หญิงอย่างเธอ” เจ้าสาวแสนสวยยืนตัวแข็งทื่อ เพียงใบหน้าคมสันโน้มกระซิบข้างใบหู

“คืนนี้เธอไม่รอดแน่ เอมิของฉัน”

จากสรรพนามเรียกชื่อทีแรกคือ ‘ไอริสที่รัก’ พอรู้ความจริงว่าเขาประทับใจเอมิในชื่อไอริส มิคาเอลเรียกสรรพนามชื่อแท้จริง ‘เอมิของฉัน’ ต่อท้าย ทำไมน้ำเสียงกระเส่านั่นทำเอาร่างเล็กหวามวาบ

“แล้วอาการหอบหืดกำเริบหรือเปล่า ตอนเย็นจะมีงานเลี้ยงต้อนรับแขกและตัดเค้กแต่งงาน ฉันไม่อยากให้เจ้าสาวเกิดเป็นลมกลางงานหรอก” ที่มิคาเอลเอ่ยถามน้ำเสียงเจือปนห่วงใยภรรยาป้ายแดง เขาโอบไหล่มนลอบดูอาการหญิงสาวตลอดงาน

“กลัวจะเป็นหม้ายขันหมากเหรอคะ เอมิพกยาประจำติดตัวประจำตลอด ไม่กลัวว่างานแต่งจะล่ม เอมิชินแล้วกับการมีโรคประจำตัวแต่เกิด”

“แล้วรักษาไม่ขาดหายเหรอ”

“โรคนี้รักษาไม่หายหรอกค่ะ แค่ควบคุมอาการไม่ให้เครียดหรือทำงานหนักเท่านั้น”

“ในเมื่อเธอกลายเป็นเมียของฉันแล้ว ฉันจะดูแลเธอเอง เป็นคุณนายเจ้าของรีสอร์ทแค่นั่งกินนอนกินสบาย ๆ นั่งนับเงินก็พอ”

“อื้อ คุณอาเบล”

พวงแก้มขาวอมชมพูแดงระเรื่อกับสัมผัสรสจูบจากสามีพ่อเลี้ยงหนุ่ม มิคาเอลบรรจบจูบนุ่มนวล ไม่ดุดันร้อนแรงเหมือนครั้งแรก สอดลิ้นหนาเกี่ยวกระหวัดรัดหยอกเย้าลิ้นหวานจากข้างในโพรงปากนุ่ม ก่อนเขาถอนจูบออกมา กลัวยับยั้งอารมณ์บางอย่างจะเริ่มไปต่อไม่ไหว

เอมิหน้าแดงเมื่อสามีพุ่งประกบแนบริมฝีปากบดจูบเคล้าหนักหน่วงดุดันท่ามกลางต่อหน้าครอบครัวของเขา มิลเลอร์ปิดตาไข่หวานเอาไว้ เด็กห้ามมองดูฉากเขาจูบกัน

“ห้ามดู”

“พี่มานพปิดตาหนูทำไม หนูอายุโตพอแล้วนะ ทำไมจะมาดูฉากเจ้าบ่าวเจ้าสาวจูบกันไม่ได้ โรแมนติกดีออก เวลาหนูแต่งงานกับพี่ ไม่เห็นมีฉากจูบแบบนี้เลย”

“ถ้างั้นเราจัดงานแต่งใหม่อีกรอบไหม คราวนี้พี่จะจูบหนูจนปากเปื่อยเลย จูบตอนนี้ก็ได้นะ”

“พี่มานพ” ไข่หวานยกมือบังหน้าคมสันของสามีจอมขี้แกล้ง วิ่งเข้ามาหลบหลังเอมิ “คุณเอมิคะ ช่วยไข่หวานสิค่ะ พี่มานพเป็นบ้าอะไรก็ไม่รู้”

“ตัวแสบ กลับมาหาพี่นี่แล้ว ไปรบกวนเจ้าบ่าวเจ้าสาวของเขาได้ยังไง”

“ใจเย็น ๆ ก่อนนะคะคุณมานพ เอมิขอตัวพาภรรยาของคุณไปหาอะไรกินก่อน คุณมานพอยู่กับคุณอาเบลนะคะ ไปกันเถอะค่ะคุณไข่หวาน”

สถานะบรรดาลูกสะใภ้ตระกูลมนัสวิวัฒนาธา เอมิดูสนิทสนมพูดจาถูกคอกับไข่หวาน ภรรยาของมิลเลอร์ พี่ชายฝาแฝดเพราะอายุทั้งคู่ไล่เลี่ยกัน ไข่หวานเข้ากับคนง่าย เอมิหลุดยิ้มออกหลังเศร้ามาทั้งวัน

หลังสองสาวเหล่าเมียพวกเขาฝาแฝดเดินไปหาของกิน รองานเลี้ยงตอนเย็น มิลเลอร์รู้เรื่องทั้งหมดแล้ว หันมาเอ่ยแสดงความยินดีกับน้องชายแฝด

“หมดสิ้นคราบลายพ่อเลี้ยงเพลย์บอยเจ้าชู้แล้วสินะ พอมาเห็นหน้าเมียมึง กูรู้ทันทีว่าทำไมมึงถึงอยากแต่งงานมีเมียจนตัวสั่นขนาดนี้ ไหนบอกว่าแต่งคนพี่ไม่ใช่เหรอคะ ทำไมถึงยอมแต่งกับคนน้อง?”

“ใครบอกว่ากูจะยอมแต่งกับคนพี่เหรอมานพ กูเจอหน้าคู่หมั้นในวันนัดดูตัวกูก็ปิ๊งแล้ว กูแต่งงานกับคนน้องที่สวมรวยเป็นคนพี่แต่แรกต่างหาก”

“ไอ้นี่ มันเจ้าเล่ห์จอมวางแผนการร้ายลึก หรือการที่คนพี่หนีการแต่งงานไปอยู่กับชายชู้ก็เป็นแผนของมึงด้วยหรือเปล่า มึงเหลี่ยมจัดเยอะจนกูไม่รู้จะเชื่อเรื่องไหน” แฝดพี่มิลเลอร์เอ่ยถามเจ้าบ่าวป้ายแดง สายใยของสองพี่น้องย่อมรู้ทันแฝดอีกฝ่าย

“เปล่า เรื่องนั้นกูยังไม่ได้ทำอะไร คนพี่ไม่อยากแต่งงานกับกูเอง กูเองก็ไม่อยากได้หล่อนมาทำเมียหรอก”

“ล็อคมงไว้แต่แรกแล้วสินะ งั้นกูขออวยพรให้มึงมีความสุขกับชีวิตคู่ ไม่ขอให้ถูกเมียทิ้งแล้วกัน”

“นี่เป็นพี่กูจริงหรือเปล่า”

“จริงสิ อีกไม่นานมึงก็จะเป็นคนยอมเมียทุกอย่างเหมือนกู อยู่ใต้โอวาทของเมีย งั้นกูขอตัวไปหาไข่หวานกับลูกก่อนละน้องชาย”

แฝดพี่ตบบ่าไหล่แสดงความยินดีต่อเจ้าบ่าว ในฐานะคนผ่านการแต่งงานอาบน้ำร้อนมีเมียมีลูกมาก่อน เดินออกไปจากหน้างาน

มิคาเอลดันลิ้นเข้ากระพุงแก้ม ยกยิ้มมุมปากหนาแสยะยิ้ม เขาไม่ใช่คนที่จะกลัวเมีย เมียต่างหากที่จะกลัวอำนาจของสามี

บทก่อนหน้า
บทถัดไป