บทที่ 16 ปั๊มหลานให้พ่อ

 ถึงช่วงพิธีสำคัญคือการส่งคู่บ่าวสาวป้ายแดงเข้าห้องหอ ก่อนทั้งคู่กลับมายังบ้านรีสอร์ทภูแมกไม้ของฝั่งเจ้าบ่าว ครอบครัวของมิคาเอลต่างอวยพรแสดงความยินดี รวมไปเหล่าบรรดาพี่น้องและสะใภ้

ไม่เว้นแม้แต่น้องสาวคนเดียวอย่างพริ้งพิไลควงแขนพ่อเลี้ยงตรัย คู่หมั้นหนุ่มมาร่วมงานแต่งพี่ชายทันงานเลี้ยงช่วงเย็น

มีคำพูดนั้นของพ่อแม่สามีเปรยปรายอวยพรลูกชายคนที่สี่และต้อนรับลูกสะใภ้คนใหม่ พวกท่านใจดีมาก ทำเอาหัวใจเอมิอบอุ่น เพราะพ่อแม่แท้ ๆ ไม่เคยพูดหรือหันมองหน้าลูกกาฝากไม่เคยต้องการ

‘อะไรที่มันผ่านมาก็ขอให้มันผ่านไป แม่ไม่ได้รังเกียจลูกสะใภ้จน ๆ หรือมีฐานะรวยกว่าลูกชายแม่หรอก แม่ขอแค่พวกลูกสองคนมีความรักต่อกัน ประคับประคองความรักที่มีต่อกันให้ถึงตลอดรอดฝั่ง ขอแค่หนูเอมิดูแลอาเบลก็เพียงพอ แม่ก็ดีใจมากแล้วละ’

‘คุณแม่ ไม่โกรธเอมิเหรอคะที่กล้าหลอกว่าตัวเองคือพี่ไอริส ทำให้เรื่องทุกอย่างวุ่นวาย เกือบทำให้งานแต่งวันนี้เกือบล่ม เอมิรู้สึกผิดจริงค่ะ’

‘แม่ไม่คิดโกรธหรอกจ้ะ ยังไงหนูเอมิก็จะมาเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวของพวกเรา แม่รอวันอุ้มหลานตัวน้อยจากพวกลูกอยู่นะ’

‘เอ่อ ค่ะคุณแม่’

เอมิหน้าแดงซ่าน เขินหลุบตาต่ำก้มมองกับพื้น ขณะที่มนัสเอ่ยอวยพรลูกชายคนที่สี่ ต่อจากนี้เขาไม่ต้องห่วงอะไร เพราะลูกสี่คนแต่งงานแล้ว เหลือแต่ลูกสาวคนเดียวที่มีคู่หมั้นดูแลอยู่แล้ว

‘มีหลานให้พ่อเร็ว ๆ คืนนี้ปั๊มหลานให้พ่อเลยสิ พ่อรอเลี้ยงหลานจากลูกอาเบลเพียงแค่คนเดียว ทะนุถนอมลูกสะใภ้พ่อบ้าง อย่าให้ลูกสะใภ้ต้องเสียใจล่ะ’

‘ครับ ผมไม่มีวันทำให้ลูกสะใภ้คนนี้ของพ่อต้องพบกับความเสียใจ ผมจะทะนุถนอมภรรยาของผมให้ดีที่สุด’

‘พูดแล้วนะไอ้เจ้าลูกชาย พ่อไม่คิดเลยว่าจะทันอยู่เห็นพวกลูก ๆ ทั้งห้าต่างก็มีคู่ครองเป็นของตัวเองหมดแล้ว ยังมีหลาน ๆ มาให้ชื่นใจอีก ยังไงพ่อก็ขอให้พวกลูกมีแต่ความสุขก็แล้วกัน’

‘คืนนี้ผมจะรีบปั๊มหลานให้คุณพ่อคุณแม่เลย อีกไม่กี่เดือนคุณพ่อเตรียมตัวรับขวัญหลานป้ายแดงคนใหม่ได้เลยครับ’

เพราะคำพูดนั้นนั่นแหละ ทำเอาร่างเล็กอยู่ในชุดเจ้าสาวนั่งบนเตียงหอตัวแข็งทื่อ มือเย็นเฉียบกลัวการเข้าห้องหอกับสามีตัวแทน คำว่าปั๊มหลาน หมายความว่าเขาจะทำแบบคืนนั้นกับเธอ

หญิงสาวกลัวไม่ทันสังเกตว่าร่างสูงใหญ่เปิดประตูเข้ามาพร้อมกับเอ่ยทักภรรยาสาวหน้าขาวซีดตรงหน้า

“เป็นอะไร ทำไมไม่เปลี่ยนชุดเจ้าสาวล่ะ หรือว่ารอให้ผัวเปลี่ยนชุดให้”

“เอ่อ เอมิขอแยกห้องนอนได้ไหม ในเมื่อเราแต่งงานกันเพราะความจำเป็น คุณอาเบลต้องการแก้แค้นเอมิ คุณคงไม่ต้องการศัตรูนอนบนเตียงเดียวกันหรอกใช่ไหม”

คำขอร้องนั้นทำเอาคนฟังอยู่ถึงกับหูผึ่ง เขาแต่งงานมาเข้าห้องหอครั้งแรกกลับถูกเมียขอแยกห้องนอนในคืนแรกของวันแต่งงาน เริ่มต้นใหม่กับชีวิตคู่สถานะสามีภรรยา

แยกห้องนอนกับเมียเนี่ยนะ ไม่มีทาง และเขาไม่มีวันทำแบบนั้นกับเธอด้วยละ

“เธอคิดบ้าอะไรอยู่ที่จะแยกห้องนอน ผัวต้องนอนกับเมียสิ”

“แต่เอมิไม่คิดเต็มใจแต่งงานกับคุณอาเบล เราสองคนตกสถานการณ์บีบบังคับเท่านั้น”

“แล้วเธอรู้เหรอว่าฉันเต็มใจหรือไม่เต็มใจแต่งงานกับเธอ และฉันก็จะไม่มีวัน ‘หย่า’ กับเธอจนกว่าพี่สาวของเธอจะกลับมารับโทษจากฉัน ระหว่างนี้เธอก็ทำหน้าที่เมียตัวแทนพี่สาวเธอแล้วกัน”

“แต่เอมิไม่เต็มใจ”

“ดื้อแบบนี้แหละดี ผัวชอบปราบพยศเมีย ไปอาบน้ำแล้วนอนได้แล้ว วันนี้เหนื่อยกับการงานแต่งเต็มทน”

เอมิทำหน้าเหลอเหลา คำพูดของเขาตกคำรับปากกับพ่อสามีว่าคืนนี้จะปั๊มหลานคนแรกให้ หญิงสาวกลัว กลัวการเข้าห้องหอกับสามีทั้งทางนิตินัยและพฤตินัย ตั้งแต่เสียความสาวกับเขาในคืนเมาเหล้า เธอเข็ดขยาดไม่แตะต้องเครื่องดื่มมึนเมา

“ละ แล้วคุณอาเบลจะทำอะไรเอมิ”

มิคาเอลเลิกคิ้วสูงเล็กน้อย ก่อนหลุดหัวเราะขำออกมาเอ็นดูกับแม่เมียใช้มือสองข้างบังหน้าอกอวบอิ่มขาวผ่อง ยามเขาลดสายตาก้มมองต่ำลำคอขาวระหงลง ปิดแค่นี้ไม่รอดพ้นเขาหรอก

แค่หวงหน้าอกใหญ่เกินตัว เวลางานแต่งคนมาดดุแกล้งตีหน้าเคร่งขรึมหึงหวง ตอนแขกผู้ชายหันมองเมียเขาตกตะลึงกับความสวยอย่างไม่วางตา

“นี่ คิดว่าฉันจะทำอะไรเธอหรือไง ยัยบื้อเอ๋ย! หน้าอกแบน ๆ แบบนั้น ไม่ดึงดูดความสนใจจากฉันหรอก ฉันชอบหน้าอกใหญ่เหมือนแม่นมวัวต่างหากล่ะ”

“ลามก โรคจิต”

“ด่าผัวว่าโรคจิต แล้วรู้ดีเหรอว่าผัวตัวเองเป็นคนโรคจิต หรือเมียจ๋าพิสูจน์มาแล้วว่าผัวลามก โรคจิต คิดแต่เรื่องใต้สะดือ”

ยื่นใบหน้าคมสันขยับเข้าใกล้เรื่อย ๆ เอมิเบี่ยงตัวหลบไม่ทัน ร่างเล็กนอนแบนราบติดเตียง หญิงสาวหลับตาปี๋เมื่อเขากำลังโน้มตัวมาใกล้จะ...แตะขอบริมฝีปากสีแดงสดของเธอ

แต่...เอมิลืมตามองขึ้นพบว่าเขาไปยืนตรงนั้นแล้ว สาวน้อยหน้าแดงมโนเองคิดว่าอีกฝ่ายจะจูบเธอ มันช่างน่าอายมาก

“รีบไปเปลี่ยนชุดอาบน้ำแล้วเข้านอน หรือรอให้ผัวอาบน้ำพร้อมกัน ผัวก็ไม่ติดหรอก นี่เธอคิดว่าฉันจะทำตามที่ฉันพูดกับพ่อหรือไง ว่าคืนนี้จะปั๊มหลานให้ เด็กโง่เอ๋ย! ท่าทางแบบนั้น ฉันเอาไม่ลงหรอก”

“คุณอาเบล”

“อย่าเพิ่งเชื่อใจคิดว่าฉันเป็นสุภาพบุรุษนัก ฉันแค่ไม่ต้องการมีอะไรกับผู้หญิงที่ไม่เต็มใจ มันไม่เร้าอารมณ์นะ ยังไงเธอก็เป็นเมียฉันแล้ว รอให้เธอพร้อม เต็มใจมาขอร้องให้ผัวเอาตอนนั้นก็ได้ เรามีเวลาอยู่ด้วยกันตลอดทั้งชีวิต”

“เอมิไม่คิดจะอยู่กับสามีป่าเถื่อนตลอด ถ้าหากพี่ไอริสกลับมา เอมิก็จะได้เป็นอิสระจากคุณสักที”

พูดจบไม่วายแลบลิ้นออกจากปากให้สามีจำเป็นทางด้านหลัง เจ้าสาวตัวแทนเขยิบตัวออกไกลเขาด้วยความหวาดกลัว หยิบเอาชุดสำรองวางไว้บนปลายเตียงหลบเข้าห้องน้ำ ล็อคประตูห้องรวดเร็ว

“หึ! คิดว่าจะขังตัวเองไว้ในห้องน้ำนั้นทั้งคืนเลยหรือไง ยัยเด็กน้อยอ่อนไม่ทันโลกคิดมาต่อกรคนที่เจนจัดมากประสบการณ์มากมายจะเอาชนะฉันได้ยังไง”

มุมปากหนาแสยะยิ้มยกขึ้น ชอบกับการปราบพยศเมียเด็กหัวดื้อรั้นแล้วสนุกไปอีกแบบ ใบหน้าเรียบนิ่งมองหน้าห้องน้ำภายในห้อง จากนั้นเสียงมือถือดังกลับกลายเป็นเลฟโทรมารายงาน

“ได้เรื่องอะไรกันบ้างไหมเลฟ”

(ได้ที่อยู่ของคุณไอริสตัวจริงแล้วครับ เท่าที่นายเดา คุณไอริสย้ายมาอยู่กับคุณจิรทีปต์ อดีตแฟนของนายหญิงเอมิ ดูเหมือนสองคนแอบลักลอบคบหากันลับหลังนายหญิงเอมิมาหลายเดือน นายจะให้ผมไปตามตัวคุณไอริสกลับมาไหมครับ)

“ไม่ต้อง ปล่อยไปแบบนั้นแหละ”

(ทำไมล่ะครับ ก็ในเมื่อนายต้องการพาตัวคุณไอริสกลับมารับผิดชอบที่หนีการแต่งงานของนายไป)

“ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา ไว้รอฉันจัดการปราบพยศเมียฉันก่อน แล้วค่อยจัดการสองคนนั้นก็ยังไม่สาย พวกมันทำให้เมียฉันเสียใจ ฉันไม่คิดปล่อยพวกมันไว้ให้มีความสุขกันหรอก ขอบใจนายมากที่บอก”

(แหม ที่รีบตัดบทคุยกับผมก็เพราะอยากไปเข้าหอกับนายหญิงใช่ไหมครับ ผมขอแสดงด้วยที่เห็นนายมีเมีย มีคนมาคอยปราบควบคุมชีวิตนายแล้ว)

“พูดมาก ฉันไม่มีทางให้เมียมากุมบังเทียน ควบคุมชีวิตฉันตลอด ฉันนี่แหละจะเป็นข่มเมียให้อยู่ภายใต้โอวาทของฉันเอง”

คุยกับนายเลฟทีไหร่ต้องพาลหงุดหงิดอารมณ์เสียตลอด มิคาเอลได้ยินเสียงน้ำไหลหยุดตั้งนาน ทว่าแม่เจ้าคุณยังลีลาไม่ยอมออกมาจากห้องน้ำ คนต่อรอคิวอาบน้ำเปลี่ยนชุดเจ้าบ่าวคือเขา จะให้นั่งรอเป็นชาติหรือไง

ตัดสินใจเดินหยุดหน้าประตูห้องน้ำ ลองเคาะประตูเรียกสามครั้งก่อนแล้วค่อยเงี่ยหูฟัง ไร้เสียงการตอบรับ หรืออาการหอบหืดของเอมิกำเริบขึ้น ใจแกร่งร้อนรนเพิ่มแรงเคาะประตูเร่งแรงเรื่อย ๆ

“เอมิ ได้ยินฉันไหม เปิดประตูให้ฉันหน่อย”

“คนกำลังเพลินกับอาบน้ำจะเคาะอะไรหนักหนาคุณอาเบล เดี๋ยวประตูห้องของคุณก็พัง...”

เอมิกลืนคำต่อไปลงในลำคอสัมผัสกับแรงอ้อมกอดโผล่เข้ามากอดร่างเล็กแน่น เธอประมวลสมองไม่ทันถึงกับไปไม่เป็น

“ไม่เป็นอะไรมากใช่ไหม” มิคาเอลผละออกจากตัวแล้วสำรวจเนื้อตัวของภรรยาพบว่ามีร่องรอยอะไรหรือเปล่า พอไม่มีร่องรอยก็เบาใจ “ฉันนึกว่าเธอจะเกิดอาการหอบหืดกำเริบในห้องน้ำแล้วเป็นลมเสียอีก”

“เอมิไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้นสักหน่อย คุณน่ะทำเวอร์เกิน เอมิแค่ตกใจที่คุณอาเบลทุบประตูราวกับจะพังมันนั่นแหละ และก็อาบน้ำเพลินไปหน่อย”

“แค่เห็นเธอไม่เป็นอะไรฉันก็โล่งใจแล้ว”

“คุณเข้าไปอาบน้ำต่อสิค่ะ เดี๋ยวเอมิจะได้ออกไปนอนที่โซฟา”

“เป็นผัวเมียกันต้องนอนบนเตียงสิ คืนนี้ฉันไม่คิดทำอะไรเธอหรอก วันนี้เราเหนื่อยจากงานแต่งต้อนรับแขกมาทั้งวัน ฉันไม่มีแรงต่อจะเอากับเธอหรอกนะ สบายใจได้”

สบายใจกับผีนะสิ!

“หรือเธอจะให้ฉันปั๊มหลานแก่พ่อคืนนี้เลยไหมล่ะ”

“คุณอาเบล อย่าพูดอะไรบ้า ๆ ออกมานะ”

มิคาเอลอดไม่ได้หลุดหัวเราะกลั่นแกล้งเมียเด็กหน้าซีดตัวสั่นวิ่งหนีกระเจิง หญิงสาวกลัวการเข้าหอกับเขามากขนาดนั้นเหรอ ตอนครั้งแรกเธอเองใจกล้าบุกมายั่วยวน ขอร้องให้เขาทำแรง มีอะไรกันร้อนแรงสุดติ่ง

เอ...หรือว่าจะมอมเหล้าเอมิอีกดี เวลาเหล้าเข้าปากเมียเขาจะได้ยั่วยวนสามีแล้วเข้าห้องหอด้วยความเต็มใจ

กลัวทำไมกับการนอนเตียงเดียวกัน เราเป็นสามีภรรยากันไม่ใช่คนอื่นคนไกล จดทะเบียนสมรส สวมแหวนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ในเมื่อเราสองคนมีอะไรกันก่อนหน้านั้นแล้ว

“กลัวการมีผัวขนาดนี้เชียวเหรอ เพิ่งเคยพบเคยเห็น ดี! จะได้แกล้งหนัก ๆ เอาให้หลอนหัวไปเลย”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป