บทที่ 2 ดูตัวคู่หมั้น
สองวันที่แล้ว
บนภายในห้องโรงแรมหรูใจกลางเมืองเชียงราย เสียงแผดร้องมือถือข้างตัวดังสั่นปลุกคนนอนหลับสนิทสภาพเปลือยเปล่า มิคาเอลถึงกับสถบเบา ๆ อย่างหัวเสีย เขาตวัดขายาวแกร่งก้าวลงมาจากเตียง เดินไปรับสาย
ทว่าเพียงเห็นรายชื่อบนหน้าจอเท่านั้นแหละ
มิคาเอลกลับรู้สึกขนลุกขนพองฉิบหาย
‘แม่โทรมา!’
“หวัดดีครับแม่ทูนหัว”
(หวัดดีบ้าบอสิ ไอ้ลูกคนนี้ พูดจากับบุพการีห้วน ๆ แบบนั้นได้ยังไง)
เขาเกือบยกมือถือออกห่างจากหูแทบไม่ทัน โดนอดีตแม่เลี้ยงเพชรพริ้ง มารดาแท้จริงตวาดโกรธโมโหแต่เช้า รู้ชะตากรรมตัวเองว่ากลับไปโดนหมายหัวเชือดเละเป็นโจ๊กแน่ ๆ
“อย่าเพิ่งอารมณ์เสียแต่เช้าสิครับคุณแม่ ว่าแต่แม่โทรมาหาผมมีอะไรหรือเปล่า นี่ยังเช้าอยู่เลยนะครับ”
(เจ็ดโมงนี่เช้าแล้วเหรอ สายมากด้วยซ้ำ แกรีบกลับบ้านทันทีเลยนะอาเบล แม่กับพ่อมีเรื่องจะคุยด้วย)
“ร้อยวันพันปีไม่เคยอยากคุยกับผม นี่คิดจะหลอกล่อผมไปนัดดูตัวคู่หมั้น ลูกสาวเพื่อนพ่อใช่ไหมล่ะ ผมรู้ทันหรอกนะ”
เพราะเรื่องนี้ทำเอาเขาหงุดหงิด ออกมาเที่ยวผับตะวันแดง ผับของเพื่อนสนิท หอบหิ้วสาวบริการในผับขึ้นมาระบายอารมณ์อัดอั้นในใจทั้งหมดแล้วตื่นมานอนก่ายเกยเปลือยเปล่า เมื่อคืนเขารุนแรง อึด ทึก ทน สาวเจ้าจึงเพลียหนักยังไม่ตื่นเลยละ
หากแม่เขาไม่โทรมาปลุก มิคาเอลอาจยังนอนกกกอดสาวที่หิ้วจากผับต่อแล้ว
คู่หมงคู่หมั้นอะไรกัน เขาไม่ยักเห็นรู้เรื่อง
พ่อแม่เขากับพ่อแม่ของผู้หญิงคนนั้นเป็นเพื่อนสนิทกัน หัวโบราณคนแก่คิดจะจับคลุมถุงชนแต่งงานทั้งที่ไม่ได้รักกัน ไม่เคยเห็นหน้า เขาหัวเราะหึในลำคอ สมัยนี้หมดคลุมถุงชนแล้ว
คู่หมั้นที่มิคาเอลไม่เคยเห็นหน้าสักนิด แค่ลูกคุณหนูมากผู้ดีมีตระกูล ตกอับแต่งงานกับลูกเพื่อนพ่อเพื่อใช้หนี้ เขาพอรู้สาเหตุของการหมั้นหมายครั้งนี้
พ่อของหล่อนสร้างธุรกิจโรงแรมชื่อดังแต่บริการจัดการหมุนเงินไม่ดี สุดท้ายล้มละลายหมดตัว พ่อเขาใจดีให้ยืมเงิน โดยมีสัญญาเงินกู้ โดยมีเงื่อนไขว่าจะให้ลูกสองคนแต่งงานเพื่อพยุงธุรกิจ
และนี่คือพันธะสัญญาการหมั้นหมายที่มีธุรกิจของเพื่อนพ่อเป็นเดิมพัน ทว่ามิคาเอลไม่คิดใจดีเหมือนบิดา ใครทำอะไรไว้ก็รับผิดกรรมของตัวเองไป
คงจะเป็นลูกคุณหนูเอาแต่ใจ ซ้ำเป็นลูกสาวคนเดียว เขาไม่ถนัดเอาใจใคร เขาชอบให้ว่าที่ภรรยาเอาใจเขาเสียมากกว่า คนแบบนี้ไม่ต้องไปดูตัวก็ขอบาย
(อาเบล! นี่ลูกคิดจะฉีกพันธะสัญญาของสองครอบครัวเลยเหรอ เขาเป็นเพื่อนสนิทของพ่อเรานะ แม่เห็นว่าลูกสาวเขายังโสด ลูกยังโสด แค่ไปกินข้าวรู้จักกัน แม่ว่าก็ไม่เสียหายอะไร ถ้าลูกไม่พอใจจะไม่แต่งก็ได้ แม่ไม่ว่า)
“แม่ไม่ว่า แต่พ่อนี่สิอาจจะว่าผมได้นะครับ”
ว่าแล้วมิคาเอลถอนหายใจเฮือกใหญ่ บิดามารดาเร่งรัดให้เขาหาคู่ครองแต่งงานโดยเร็ว เพราะเหล่าพี่น้องสามคนแต่งงานสร้างครอบครัวเป็นของตัวเอง ส่วนน้องสาวคนเดียวมีคู่หมั้นคู่หมายตั้งแต่เด็ก ตอนนี้วิ่งไล่ตามติดพริ้งพิไลราวกับตังเม จนน้องสาวหวาดกลัวหมด
เหลือเพียงเขาคนเดียวยังไม่มีวี่แววจะหาแฟน ทำตัวเพลย์บอยโสดไปวัน ๆ พ่อแม่กลัวเขาถึงคานทอง เลยรีบหาคู่หมั้นที่เขาไม่ยินดียินร้ายมาดูตัว
แค่ไปดูตัวครั้งเดียว เขาแค่บอกพ่อแม่ว่าไม่ยินดี เรื่องทุกอย่างก็จบ พ่อเลี้ยงมาเฟียหนุ่มแสยะยิ้มร้ายจอมวางแผนการ ลืมไปเลยว่าแม่วางสายเสร็จเรียบร้อย
“ตื่นแล้วเหรอคุณอาเบล ทำไมไม่ปลุกหลินก่อนล่ะคะ”
มิคาเอลชักสีหน้าใส่หญิงสาวขายบริการกล้าเข้ามาสวมกอดเอวหนา เขาแกะมือเล็กออก ผลักหญิงสาวชื่อหลินไปให้ห่างตัว
“อย่าเอามือแตะเนื้อต้องตัวฉัน เอ๊ะ หรือว่าฉันยังไม่ทันได้จ่ายเงินค่าตัว”
หนุ่มใจโฉดตวัดขาแกร่งก้าวไปวางมือถือบนโต๊ะข้างหัวนอน แล้วหยิบเงินปึกใหญ่จากกระเป๋าสตางค์โยนมาทางสาวน้อย
“อะไรคะพ่อเลี้ยง”
“ค่าตัวของเธอไง แค่นี้ก็คงพอหรอกนะ เมื่อคืนเธอไม่ทำให้ฉันพอใจเลยสักนิด แข็งทื่อเป็นท่อนไม้ ไม่เร้าอารมณ์ฉิบหาย ถ้าอยากขอเพิ่มมากกว่านี้ ก็ไสหัวออกไป”
“พ่อเลี้ยงคะ คือหนูไม่อยากได้เงินหรอกค่ะ หนูชอบพ่อเลี้ยงมากเลยนะคะ ให้หนู...”
ปัง!
ประตูห้องกระชากเปิดออกรุนแรง มิคาเอลส่งสายตามาทางเลฟ บอดี้การ์ดคนสนิทที่รับใช้เขาตั้งแต่เข้ารับการดูแลรีสอร์ทภูแมกไม้ของพ่อ เลฟรีบนำตัวหลินออกจากห้องโดยยังไม่ทันใส่เสื้อผ้าอะไร
เขารำคาญกับเสียงร้องแหว ๆ สาวเอามานอนเมื่อสักครู่นี้
“น่ารำคาญ”
มิคาเอลพาร่างเปลือยเปล่าเต็มไปด้วยกายกำยำ ซิกซ์แพคเป็นลอน ๆ เข้าห้องน้ำชำระล้างทำความสะอาดคราบน้ำรักคั่งค้างบนตัวเจ้าลูกชายยังอ่อนตัวลง
“แค่ไปดูตัวครั้งเดียวก็จบ ลูกคุณหนูเอาแต่ใจไม่ใช่สเปกกูเลยสักนิด”
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
มิคาเอลขับรถกลับเข้ารีสอร์ทภูแมกไม้ ซึ่งตั้งออกห่างจากไร่มนัสวิวัฒนาธา ไร่ของพ่อเลี้ยงราเชนทร์ พี่ชายคนรองของเขา รีสอร์ทแห่งนี้เป็นมรดกตกทอดจากพ่อยกให้เขาหลังเรียนจบสานต่อธุรกิจแทน และเขาทำธุรกิจฟาร์มม้าเป็นของตัวเอง สร้างไว้เป็นอนาคตแก่ลูกหลาน
ถึงเขาจะยังไม่มีเมียตอนนี้ แต่ก็หาใช่ว่าอนาคตจะเป็นโสดขึ้นคาน อนาคตเขาอาจเจอคนที่ตรงสเปก ถูกใจ ทว่าไม่ใช่วันนี้อย่างแน่นอน
“จัดการแล้วใช่ไหม” พ่อเลี้ยงมาเฟียหันสั่งเลฟด้วยเสียงเรียบ เลฟพยักหน้ารับ เรื่องน้องหลินจัดการแทนนายใหญ่เสร็จสิ้น
“ครับนาย นายจะกินข้าวเช้าเลยไหมครับ ผมจะให้ป้าอวบอิ่มจัดเตรียมอาหารเช้าเอาไว้ให้”
ป้าอวบอิ่มคือแม่ครัวประจำที่พักเจ้าของรีสอร์ทชื่อดังทางภาคเหนือ ทำหน้าที่เตรียมอาหารทุกสามมื้อแก่พ่อเลี้ยงมิคาเอล
“ไม่ละ แม่เรียกฉันไปบ้านใหญ่ ไปฝากท้องสักมื้อหนึ่งก็ดีเหมือนกัน”
“ครับ” เขาพยักหน้ารับกำลังตามขึ้นรถ แต่ผู้เป็นนายยกมือห้าม “ไม่ต้อง ฉันไปคนเดียวได้ งานให้นายทำน่ะเสร็จหรือยัง”
“เดินทางปลอดภัยนะครับนายใหญ่”
ไม่ต้องกูก็รู้อยู่ก่อนหน้านั้นละน่า
มิคาเอลขับรถเข้าไร่มนัสวิวัฒนาธาคนเดียว สถานที่บ้านหลังใหญ่ตั้งใจกลางบ้านของพี่อีกสองหลัง ใบหน้าคมสันขมวดคิ้วเข้ม เซ็งเป็ดกับการจับคู่ของพ่อแม่ เขายอมไปเพราะคำขอร้องของพวกท่านต่างหาก
“กลับมาแล้วเหรอไอ้ลูกทรพี”
เดินเข้ามาด้านในก็เจอคำต้อนรับทักทายจากบิดา ได้อย่างเจ็บ ๆ แสบ ๆ คันยุบยิบในหัวใจ มิคาเอลยกยิ้มแก้เกมตอกกลับประโยคแทน
“ทรพีมันหมายถึงควายนะครับพ่อ พ่อน่าจะพูดผิด เพี้ยนมากกว่า ทรพีกลายเป็นลูกรักที่ดีนะครับ”
“ไม่ ฉันพูดถูก ไอ้ลูกทรพี ควายล้วน ๆ ไม่มีเผือกผสม นัดดูตัวหนูไอริสวันนี้ แกกลับแรดไปเที่ยวนอนเอาผู้หญิงมั่วซั่วกลับบ้านช้า จนให้แม่แกโทรปลุกตาม ไม่อย่างนั้นแกคงไม่โผล่หัวมาอยู่ตรงนี้หรอก”
“พ่อรู้ได้ยังไง?”
เมื่อคืนเขาสั่งเลฟปกปิดไว้เป็นความลับ ไม่คิดว่าจะมีคนของอดีตพ่อเลี้ยงมนัสคอยเป็นหูเป็นตาคอยรายงานพฤติกรรมลูกชายคนที่สี่ ให้ตายสิ แฝดพี่ก็มีครอบครัวไปก่อนแล้ว ไม่มีใครเข้าข้างเขาเหมือนแต่ก่อน
สภาพมิคาเอลเหมือนอยู่ตัวกระเทียมลีบเดียว
“ไม่มีเรื่องอะไรที่ฉันไม่รู้ อ้าว นั่งลงสิ จะยืนนั่งหัวโด่พ่อแม่หรือไงกัน”
“จะคุยกันตอนนี้เหรอครับพ่อ แม่ครับ มีอะไรกินบ้าง ผมหิวแล้ว”
มิคาเอลหันมาออดอ้อนมารดายังสาวยังสวย นายหญิงเพชรพริ้งส่งรอยยิ้มอ่อนหวานทางลูกชายคนที่สี่
“แม่เตรียมกับข้าวไว้ให้ลูกแล้ว เราไปกินข้าวกันดีกว่ามั้ยคะที่รัก กินข้าวไปคุยไป จะได้นัดลูกชายมาดูตัวกับหนูไอริส”
ไอริส? สงสัยจะเป็นชื่อลูกสาวเพื่อนพ่อ คู่หมั้นคู่หมายของเขา ชื่อก็เพราะ สวย แต่คงเป็นคุณหนูเอาแต่ใจ มิคาเอลแสยะยิ้ม ชักอยากเห็นหน้าลูกคุณหนูชื่อไอริสเสียแล้วสิ
“นัดดูตัว?”
ดูเวลาบนนาฬิกาข้อมือตัวเอง ว่ายังเพิ่งตอนเช้าเอง จะไปดูตัวตอนเย็นก็หลายชั่วโมงอยู่ เขาพอมีเวลาเตรียมตัวดูประวัติคู่หมั้นสาว
“ใช่จ้ะ สถานที่นัดดูตัวที่ร้านอาหารในตัวเมืองเชียงราย ครอบครัวทางนั้นหนูไอริสเขาโอเคจะมานั่งกินข้าว ลูกอย่าทำตัวไปขายหน้าเขานักล่ะ เห็นแก่หน้าพ่อแม่ด้วย”
“โอเค? สงสัยคงอยากแต่งงานกับผม อยากได้เงินไปใช้หนี้ครอบครัวจนเป็นตัวสั่น ผมชักอยากเจอหน้าคุณหนูไอริสคนนั้นซะแล้วสิ จะทำตัวเป็นลูกคุณหนู เสแสร้ง วางตัวเป็นลูกผู้มากรากดีจนน่าสะอิดสะเอียน ผมยิ่งอยากจะถอนหมั้นให้มันจบ!”
“อาเบล ทำไมลูกพูดแบบนั้น ให้เกียรติหนูไอริสด้วย”
“ผมไม่สน ยิ่งพ่อแม่อวยยศให้ลูกคุณหนูเอาแต่ใจนั่น ผมยิ่งกินข้าวไม่ลง”
“อาเบล!”
“พี่มนัส หยุดก่อนค่ะ อย่าทำลายบรรยากาศกินข้าว นาน ๆ ทีเราจะได้กินข้าวกับลูกอาเบลสักครั้งนะคะ”
มนัสเห็นแก่ภรรยาจึงยอมเงียบสงบปากสงบคำ
มิคาเอลสนใจตักข้าวกินตรงหน้าเพราะหิวจัด เมื่อคืนไม่ได้กินอะไรลงท้อง มีแต่เหล้าและผู้หญิงเท่านั้น ยิ่งใช้แรงเอวขยับเยอะเลยต้องการอาหารมากธรรมดา
ในหัวคิดชื่อคู่หมั้นสาวที่ไม่เคยเห็นหน้าไปพลาง ๆ
‘ไอริสเหรอ เหอะ! ชื่อลูกคุณหนูเอาแต่ใจชะมัด ลูกสาวคนเดียวของคุณศรันย์ นักธุรกิจหนุ่มชื่อดังในตัวเมืองเชียงราย เจอกันเมื่อไหร่ กูจะทำให้แม่นั่นกระเจิง ขอยกเลิกถอนหมั้นเอง แค่คิดกูก็สนุกแล้ว!’
