บทที่ 4 ประทับใจแรก

“ดูคุณไอริสแปลกใจมากเลยนะครับ หรือสิ่งที่คุณคิดไว้ก่อนหน้าจะไม่ใช่แบบนั้น?”

สายตาคู่คมสำรวจเรือนร่างเพรียวระหงยืนท่าทางเก้กั้ง หน้าแดงเขินอายหลุบตาก้มมองต่ำไม่กล้าเงยหน้าสบตาเขา ดูเหมือนข้อมูลที่อ่านมาจากเลฟตอนบ่ายจะแตกต่างจากที่เห็นตรงหน้าพอสมควร

คุณหนูไอริส ลูกสาวคนเดียวของศรันย์และเอลล่า ลูกสาวเพื่อนพ่อ คู่หมั้นคู่หมายตามพันธะสัญญาธุรกิจ นิสัยเสียชอบเอาแต่ใจตัวเอง เขาไม่เคยเห็นหน้าคู่หมั้นสาวมาก่อน ทว่าพอรู้ว่าหล่อนต้องมีความมั่นใจสมควร ไม่ใช่เขินอายมองหน้าคู่หมั้นหนุ่มครั้งแรก

ความรู้สึกข้างในใจเขาขัดแย้งแปลก ๆ

เกิดอะไรขึ้นกัน มิคาเอลยังหาคำตอบให้กับตัวเองไม่ได้

“มะ ไม่ใช่นะคะ คือเอ...ไอริสแค่ตื่นเต้นมากเกินไปหน่อยที่จะได้เจอคู่หมั้น ได้ยินแต่ชื่อพ่อเลี้ยงมิคาเอลมานาน พอเจอตัวจริงนี่หล่อมากเลยนะคะ คิดว่าจะ...”

“คิดว่าผมแก่เหรอ?”

เอมิรีบตะครุบปิดปากเอาไว้ไม่ทัน เขารู้ความคิดภายในใจเธอได้อย่างไรกัน แอบด่าเขาในใจว่าพ่อเลี้ยงแก่รุ่นลุง

“ใช่! ไม่ใช่ค่ะ คุณมิคาเอลหล่อ คนที่เป็นคู่หมั้นคงดีใจที่จะได้แต่งงานกับว่าที่เจ้าบ่าวรูปหล่อ เป็นถึงเจ้าของรีสอร์ทชื่อดังทางภาคเหนือ คนนั้นคงโชคดีมาก” เธอสวมรอยบทบาทเป็นไอริส พี่สาวได้แนบเนียนไหมนะ

อยากให้พี่สาวเธอได้มาเห็นหน้าคู่หมั้นคู่หมายหนุ่มคนยืนอยู่ตรงหน้า หากไอริสเห็นหน้าพ่อเลี้ยงมิคาเอลตัวเป็น ๆ ไม่แน่อาจเปลี่ยนใจตกลงแต่งงานกับคู่หมั้นตัวเองเลยก็ได้

“แล้วเธอไม่ใช่คู่หมั้นของผมเหรอ ชมตัวเองก็เป็นด้วย ผมไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหน ไอริสเป็นผู้หญิงคนแรกเลยนะที่ทำให้ผมแปลกใจ”

“หาว่าไอริสแปลกกว่าผู้หญิงคนอื่น คุณมิคาเอลเลยสนใจไอริสเหรอคะ คุณช่างเป็นผู้ชายที่แปลกจริง”

“เรียกผมว่าอาเบลเฉย ๆ ก็ได้ เรามานั่งกินข้าวดีกว่า ขืนให้คุณสุภาพสตรียืนคุยกันนาน ๆ แบบนี้ ขาของไอริสคงแข็งพอดี”

เอมิเบี่ยงเบนหันหน้าทางอื่น เข้ามานั่งเก้าอี้ เธอไม่รู้ว่าพ่อเลี้ยงมาเฟียตรงหน้าไม่เคยให้ใครเรียกชื่อเล่นของเขา เว้นแต่คนคนนั้นคือคนสำคัญจริง ๆ

มีผู้หญิงสองคนเรียกชื่อเล่นว่าอาเบลได้คือแม่ของเขาและหญิงสาวนั่งฝั่งตรงข้าม

จากตอนแรกคิดว่ามาดูตัวแป๊บเดียวก็กลับบ้านไปบอกคุณพ่อคุณแม่ฝ่ายเขาว่าคุยกันไม่ถูกคอ เข้ากันไม่ได้ จะขอยกเลิกการหมั้นและไม่มีวันแต่งงาน

พอเจอหน้าผู้หญิงตรงหน้า ภาพในหัวคุณหนูไอริสเอาแต่ใจกลับมลายหายไป กลายเป็นหญิงสาวอ่อนหวาน หน้าตาน่ารัก ท่าทางเหมือนลูกกวางน้อยแสนซื่อไร้เดียงสา มันทำให้เขานึกอยากไล่ต้อนเธอเข้ามาในกรงขังวิวาห์ของตนตลอดไป

มิคาเอลเปลี่ยนใจ อยากกลับไปเร่งรัดพ่อแม่จัดงานแต่งงานกับคู่หมั้นสาวให้เร็ว จัดงานแต่งวันพรุ่งนี้เลยได้ก็ยิ่งดี ความรู้สึกแปลก ๆ บังเกิดเกล้า หรือเขาชอบคู่หมั้นตัวเองแต่แรกเจอโดยไม่รู้ตัว

“ผมสั่งอาหารมากินดีกว่า ไอริสกินอะไรมาหรือยังครับ”

“ไอริสยังไม่หิวค่ะ”

ความจริงเอมิหิวมากต่างหาก ถูกพี่สาวลากมานั่งจับแต่งตัวสวมรอยแทนแล้วเรียกแท็กซี่พามายังสถานที่นัดดูตัวคู่หมั้น แต่เล่นละครเป็นพี่สาว เพราะไอริสเป็นคนชอบกินน้อย เลือกกินของดี ๆ ซึ่งต่างจากน้องสาว ยามโมโหหิว ของกินอะไรที่อยู่ตรงหน้าก็กินได้หมด

“งั้นผมสั่งให้ไอริสด้วยดีกว่าครับ”

มิคาเอลเปิดเมนูสั่งอาหาร คิดว่านิสัยคุณหนูเกิดมาจากตระกูลดี ชอบกินอาหารมีรสนิยมอย่างเช่นสเต็กเนื้อ ทว่าผิดคาดเมื่อคู่หมั้นสาวตรงหน้ามองเมนูอาหารทางภาคเหนือด้วยแววตาประกายวาบวับ

“เอ่อ ไอริสอยากกินน้ำพริกแอ่ว คุณอาเบลจะไม่ว่าอะไรใช่ไหมคะ”

“น้ำพริกแอ่วเหนือ?”

“ใช่ค่ะ ถ้ากินกับลาบหมูก็จะอร่อยมาก ไอริสกินทุกวันเลยค่ะ โดยเฉพาะกินกับไข่ต้ม”

หากเป็นพี่สาวไม่ชอบอาหารพื้นบ้าน รายนั้นชอบกินสเต็กเนื้อและยำสลัดผัก ไวน์องุ่น แต่เอมิชอบกินน้ำพริกแอ่วเหนือมาก ที่บอกว่ากินกับไข่ต้มทุกวันไม่โกหก

เพราะเธอทำขนมขาย ไม่มีเวลากินข้าว และไข่ต้มกับน้ำพริกแอ่ว ลาบหมูก็เป็นของเหลือจากบ้านหลังใหญ่ทั้งหมด

ในสายตามิคาเอลคิดว่าหล่อนอาจกินคลีน รักษาสุขภาพไม่อ้วน สวยดูดีตลอด เอมิขาดสารอาหาร ได้กินแต่ของเหลือเพื่อประทังชีวิต ร่างกายซูบผอมลงอย่างที่เห็น

“ไอริสชอบรักษาหุ่นมากเลยนะถึงชอบกินไข่ต้มกับน้ำพริกทุกวัน แต่ผมไม่ชอบคนผอมจัดเกินไป เวลาเอามันจะไม่ถึงใจ ผมหมายถึงชอบคนอวบขึ้นมานิดหน่อย มีน้ำมีนวลกำลังดีเลยละ”

“มะ ไม่เป็นไรค่ะ ไอริสชอบลดหุ่นอยู่แล้ว”

เอมิส่งยิ้มอ่อนทางคู่หมั้นพี่สาวแทน ทำไมกลายเป็นแบบนี้ ไหนว่ามาดูตัวให้เห็นหน้ากันเฉย ๆ แล้วต่างคนต่างกลับ เธออยากหนีกลับบ้าน แค่เห็นแววตาคู่นั้น ร่างกายรู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ วูบวาบเสียวทั่วท้องน้อย

เธอยิ่งเล่นละครไม่เก่งเท่าพี่สาว ต้องคอยหลบสายตาเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายจับพิรุธได้ว่าเธอคือไอริสตัวปลอม

“มื้อนี้ผมเลี้ยงเองครับ เอาตามตรง ๆ ผมรู้สึกเริ่มสนใจไอริสมาซะแล้ว มื้อนี้จะเป็นทำความรู้จักกันกับคู่หมั้น ผมจะให้พ่อแม่จัดสินสอดไปสู่ขอไอริสที่บ้านพ่อแม่ ดีไหม”

สนใจ? เอมิตกตะลึง ไม่ตรงกับคำพูดของพี่สาวเอ่ยก่อนหน้า ไอริสบอกว่าทางฝั่งนั้นก็ไม่ยินดีแต่งงานกับคู่หมั้น แล้วทำไมเขาสนใจพี่สาวเธอขึ้นมา ดินเนอร์มื้อนี้เอมิต้องหาทางหลีกเลี่ยงกลับบ้านโดยเร็ว

มิคาเอลเฝ้าจับสังเกตอาการลุกลี้ลุกลนแปลก ๆ ของคู่หมั้นตัวเอง คล้ายกับสนใจมือถือตัวเอง หรือไอริสมีคนรู้ใจอยู่ก่อนแล้ว แววตาคมเข้มประกายวาบวับไม่พอใจทันที

“คู่หมั้นนั่งหัวโด่อยู่ตรงหน้าแต่ตัวเองสนใจกับมือถือ หรือว่าที่มือถือของไอริสมีอะไรน่าสนใจกว่าผมหรือเปล่าล่ะ”

เอมิกำลังกดส่งข้อความไปหาแฟนหนุ่มขอความช่วยเหลือกลับสะดุ้งรีบกดปิดหน้าจอไม่ให้อีกฝ่ายรับรู้ แปลกใจเวลาสองทุ่มจิรทีปต์ว่างตอบตลอด แต่ทำไมวันนี้ถึงกลับไม่ออน ส่งไปแล้วไม่มีการตอบรับ

‘พี่ทีปต์เขาทำอะไรกัน หรือยังทำงานไม่เสร็จ?’

“ใจเหม่อลอยคิดถึงชายอื่นต่อหน้าคู่หมั้นมันไม่ดีนะครับ”

“เปล่านี่ค่ะ ไอริสแค่ตรวจเช็คดูข่าวไปเรื่อยค่ะ ไม่มีคนคุยหรอกค่ะคุณอาเบล”

“นึกว่าไอริสจะมีคนคุยเสียอีก แต่ไม่เป็นไรผมจะทำให้ไอริสลืมคนคุยทั้งหมดทุกคนเลย”

เอมิแอบหวาดกลัวกับสายตาแปลกตรงหน้าจ้องมองเธออย่างไม่กะพริบตา สักพักมีเสียงเพลงคลาสสิกลอยมาจากร้านอาหาร เธอเพิ่งสังเกตว่าภายในร้านอาหารไม่มีคนมานอกจากพวกเราสองคน

มิคาเอลตอบกลับว่า “ผมจองไพรเวท สำหรับให้แก่คู่หมั้นของผมประทับใจแรกเห็นนะ เราจะได้มีเวลาส่วนตัวเพิ่มมากขึ้น”

เธอย่นจมูก แอบคิดในใจ

‘เวอร์เกินไปไหม แค่นัดดูตัวคู่หมั้นที่ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนครั้งแรก ต้องทำขนาดนี้เลยเหรอ ไหนว่าทางฝั่งโน้นไม่ชอบการจับคู่ไง แล้วเอมิไม่ใช่คู่หมั้นตัวจริงของเขาสักหน่อย เธอมานี่แค่ตัวแทนพี่ไอริสเท่านั้น อย่าไปหลงใหลเสน่ห์คารมของเขาให้มันมาก เธอมีพี่ทีปต์อยู่แล้วทั้งคนนะเอมิ’

“เรามาลองเต้นรำสักเพลงผ่อนคลายบรรยากาศดูไหม เหมือนไอริสยังจะเกร็ง ๆ นะ แต่ก็นะ เราสองคนเพิ่งมาดูตัวครั้งแรก ทำตัวให้สบายเถอะครับ ผมไม่ใช่หมา ที่จะกลัวผมกัดนะ”

ไม่ใช่หมาธรรมดา แต่เป็นหมาป่าตัวอันตรายห้ามเข้าใกล้สุดขีด ความรู้สึกของเอมิสัมผัสได้แบบนั้น มิคาเอลคือผู้ชายอันตรายเท่าที่เคยเห็น หากเข้าใกล้อีกนิด เขาอาจกัดเธอลึกจมเขี้ยวแน่นอน เธอมั่นใจ

“แต่ไอริสเต้นรำไม่เป็นนะคะ”

เขาเลิกคิ้วสูงเล็กน้อย “เดี๋ยวผมจะสอนการเต้นรำให้ไอริสเอง”

มิคาเอลพลาดข้อมูลอะไรไปหรือเปล่า ลูกสาวของศรันย์ เคยเรียนการเต้นรำสมัยมัธยมมาก่อน ทว่ามันผ่านมาหลายปี เธอคงจำท่าการเต้นรำไม่ได้

“ตะ แต่ว่าไอริสไม่...”

“การเต้นรำไม่ยาก แค่ปล่อยใจเข้ากับจังหวะเพลง ทำตามที่ผมบอก ทุกอย่างก็ง่ายขึ้นราวกับปอกกล้วยเข้าปาก คุณผู้หญิงสนใจเต้นรำกับผมมั้ย?”

เอมิมอง ‘มารดำร้าย’ ลุกขึ้นยืนระหว่างรออาหารมาเสิร์ฟ ยืนมือออกมาตรงหน้าขยับแข้งขยับขาเรียกน้ำย่อย เธอชั่งใจลังเลอยู่นาน ก่อนสะดุ้งเมื่อเขาเอื้อมมือจับแขนลุกจากโต๊ะ

โอ๊ะ!

แรงกระชากมหาศาล ร่างกายของเอมิเผลอชนเข้ากับอกแกร่ง โดยมีคู่หมั้นพี่สาวโอบกอดรับรัดเอาไว้แนบแน่น เธอไม่รู้ว่าตอนนี้แก้มกำลังแดงระเรื่อเพราะความเขินอาย ครั้งแรกใกล้ชิดผู้ชายแนบเนื้อ ขนาดแฟนหนุ่มแค่จับมือก็ไม่กล้าทำ

“เป็นอะไรหรือเปล่า”

“เปล่าค่ะ ไอริสไม่ถนัดการเต้นรำ ขอตัวเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ”

“ไม่ครับ ผมยังไม่ให้ไอริสไปไหนจนกว่าจนยอมให้ผมสอนไอริสเต้นรำกับผมสักท่อนหนึ่ง”

เอมิเพิ่งรู้นะเนี่ย...ว่าแท้จริงแล้วมิคาเอลคือจอมบงการ ปีศาจร้ายในร่างคน เขาร้ายและบงการคนที่ตนถูกใจ เธออยากจะหนีกลับบ้านเสียตอนนี้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป