บทที่ 6 จะไม่มีการถอนหมั้น
“จะไม่เชื่อฟังคำพูดของคู่หมั้นตัวเองเลยเหรอไอริส ผมแค่เป็นห่วงไอริสนะ เชื่อฟังหมอหน่อยสิ”
“ฉันไม่ใช่คู่หมั้นของคุณ ทำไมฉันต้องนอนที่นี่อีกคืนด้วย”
เอมิเกลียดโรงพยาบาลทีแรก เกลียดต้องถูกคุณหมอจับฉีดยารักษาอาการติดต่อกันทุกปี เกลียดพ่อแม่หันไปเอาอกเอาใจพี่สาว ทั้งที่เธอเกือบนอนเหงาตาย น้ำตาคลอหน่วยห้ามไว้ไม่อยู่ไหลออกมา ทำเอาหัวใจพ่อเลี้ยงมาเฟียอ่อนยวบลง
มิคาเอลยอมตามใจคู่หมั้นสาว เพราะแพ้น้ำตาของหล่อน
“ได้ ผมจะไม่ให้ไอริสนอนโรง’บาลนี้อีกคืน แต่ไอริสต้องกินยา ดูแลตัวเองตามที่คุณหมอบอกนะครับ ให้ถึงวันงาน ผมไม่อยากให้งานแต่งล่มเพราะอาการหอบหืดของเจ้าสาวกำเริบเป็นลมกลางงานหรอกนะครับ”
“ค่ะ รับรองว่าในงานแต่งของคุณอาเบล จะไม่มีเจ้าสาวเป็นลมล้มกลางงานให้คุณอับอายขายขี้หน้า เสียชื่อเสียงเด็ดขาด”
เอมิพูดอย่างมั่นอกมั่นใจ เพราะภายในงานแต่งคนที่จะได้แต่งงานแทนไม่ใช่ตัวแทนอย่างเธอ พี่ไอริสไม่มีทางเป็นโรคประจำตัว
สายตาคู่นั้นแหละมองเขาทำเอามุมปากหนายกยิ้มขึ้น มิคาเอลชอบคนท้าทาย อะดรีนาลีนภายในตัวกำลังเดือดดาลพุ่งพล่าน
“ได้ยินคู่หมั้นของผมพูดแบบนี้ก็ค่อยสบายใจหน่อย คุณหมอครับ คู่หมั้นของผมไม่เป็นอะไรแล้ว ผมจะพาเธอกลับบ้านเองครับ”
มิคาเอลขอเป็นคนดูแลคู่หมั้นเอง ในเมื่อคุณหมอยอมอนุญาตปล่อยเอมิกลับบ้าน พ่อเลี้ยงหนุ่มหยิบเอาชุดเดรสกระโปรงตัวเดิมมาให้ แต่สิ่งที่เอมิต้องการซึ่งก็คือ...
“ไอริสต้องการมือถือของไอริสคืนค่ะ”
“แต่ผมว่าให้ไอริสไปเปลี่ยนชุดก่อนไหม มือถือของไอริสมันไม่หายหรอก ผมจะรักษามันไว้อย่างดี”
ไอริสตัวปลอมเม้มปากไว้แน่น เขาช่างเป็นหมาป่าช่างกัดเธอไม่ปล่อย มือถือของเธอคืออวัยวะสิบสามที่ขาดไปไม่ได้ ยังไม่ได้แต่งงานกันเขาเจ้าข้าวเจ้าของ ครอบครองสิ่งของของเธอทั้งหมด
จอมเผด็จการเกินไป เอมิไม่ชอบเลย
“ถ้าไอริสต้องการเดี๋ยวนี้ คุณอาเบลคงไม่ขัดข้องหรอกนะคะ”
“ก็ได้ครับ”
มิคาเอลยอมจำนนส่งมือถือส่วนตัวให้คนป่วยยืนอยู่หน้าห้องน้ำ เมื่อได้สิ่งของที่ต้องการ เอมิรีบปิดประตูห้องน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ยกเว้นเขายืนมือยื่นค้างอยู่
สัมผัสมือนุ่มละมุนเมื่อสักครู่ช่างติดตราตรึง แปลกใจว่าคุณหนูไอริสชอบพกมือถือรุ่นเก่าเหรอ หรือเพราะสถานะการเงินครอบครัวตกอับ ลูกคุณหนูตกอับจึงเปลี่ยนมือถือไว้ใช้พอดีตัว
สิ่งที่มิคาเอลคิดผิดถนัด เอมิเปลี่ยนชุดเสร็จ รีบกดมือถือโทรหาพี่สาวก่อนเป็นลำดับแรก ปัญหาคือโทรหาไอริสไม่ติด เอมิเลยเปลี่ยนเป้าหมายโทรหาแฟนหนุ่มแทน
“พี่ทีปต์ ทำไมไม่รับสาย เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า จะทำยังไงดีเอมิ ถ้าความแตกขึ้นมาเขาคงโกรธเอมิมากแน่ ๆ เอมิยังไม่อยากถูกผู้ชายคนนั้นเชือดทิ้งหรอกนะ”
“เสร็จหรือยัง จะเปลี่ยนชุดเสร็จไปเป็นชาติหรือยังไงกัน”
เสียงของปีศาจร้ายกาจตามตัวมาเร็ว เอมิกดปิดมือถือเก็บไว้ในกระเป๋าด้านใน อย่างไรกลับถึงบ้านแล้ว เธอกับเขาต้องไม่มีความจำเป็นต้องเจอหน้ากัน
และในงานแต่งของพี่สาว เธอคงไม่มีหน้าไปเสนอหน้าร่วมแสดงความยินดี พ่อแม่คงไม่ยอมให้กาฝากอยู่นั่น
ดีแล้ว เธอเองก็ไม่อยากเจอหน้าปีศาจร้ายตลอดชีวิต เอมิยอมเพราะคำขอร้องของพี่สาว ตัวแทนนัดดูตัวพี่สาวเท่านั้น
“คุณอาเบลไม่เข้าใจผู้หญิงอย่างไอริสหรอก ต้องทำธุระส่วนตัวบ้างสิ รีบพาไอริสกลับบ้านได้แล้ว เมื่อกี้คุณแม่โทรตามแล้ว”
“เหรอ ทำไมผมไม่เห็นเสียงมือถือดังล่ะ คุณแม่ของคุณโทรมาจริงเหรอ”
มิคาเอลเงี่ยหูฟังอยู่หน้าห้องน้ำ เมื่อสักครู่เขาโทรหาพ่อแม่เรื่องการนัดเจรจาสู่ขอสินสอดคู่หมั้นภายในวันพรุ่งนี้ และจะไม่มีการถอนหมั้นเกิดขึ้น
หล่อนเลิกคิดไปได้เลย
“จะโทรมาหรือไม่โทร คุณอาเบลไม่มีสิทธิ์มาจับผิดคู่หมั้นตัวเอง ถ้ากลัวว่าไอริสมีผู้ชายอื่นจริง ไอริสบอกตรงนี้ว่าไม่มีใคร”
ยกเว้นน้องสาวชื่อเอมิมีแฟนเป็นตัวเป็นตน และเอมิรักแฟนหนุ่มคนนั้นมาก ส่วนผู้ชายตรงหน้าคือของพี่สาว เธอไม่แย่งของพี่สาวไปได้หรอก
“ผมไม่สนในอดีตว่าไอริสจะคุยกับใคร แต่ต่อจากนี้คุณคือคู่หมั้นของผม ไอริสต้องคิดถึงผมแต่เพียงคนเดียว”
ขนลุกชะมัด เอมินึกสงสารพี่สาวตัวเอง ใครดวงซวยพลาดตกเป็นเจ้าสาวของพ่อเลี้ยงมาเฟียโรคจิตตรงหน้า แต่ผู้หญิงคนนั้นต้องไม่ใช่เธอ ความรู้สึกมีต่อพ่อเลี้ยงมิคาเอล เอมิกลับขยะแขยงกับการกระทำคุกคามของเขาต่างหาก
“กลับตัวทันไหมคะเนี่ย” เธอยิ้มล้อเลียน พอเห็นสายตาคนมาดขรึม เอมิหุบยิ้มแทบไม่ทัน
“ไม่ต้องประคองก็ได้ ไอริสหายดีแล้ว”
“ถ้าอย่างนั้นผมจะตามใจไอริสแล้วกัน จะไปส่งไอริสที่บ้าน ถือโอกาสอธิบายให้พ่อแม่ไอริสเข้าใจว่าไอริสอาการป่วยกำเริบ”
“ไม่ต้องค่ะ ไอริสไม่อยากให้พวกท่านไม่สบายใจ เรื่องโรค ไอริสจะบอกคุณพ่อคุณแม่เอง” เอมิส่ายหัวพัลวัน เจอคู่หมั้นพี่สาวครั้งเดียวก็มีเรื่องมากมาย เพราะเขาคนเดียวทำให้เธอกลายเป็นคนโกหก
พวกท่านอาจโกรธเอมิกล้าสวมรอยเป็นพี่สาวเพื่อไปดูตัวคู่หมั้นแทน และความลับอาจถูกเปิดเผยต่อหน้า ซึ่งตอนนี้เอมิยังติดต่อพี่สาวไม่ได้อีกเลย
“เอางั้นก็ได้ครับ”
มือหนากำลังโอบเอวคอดกิ่วเล็กจะโอบประคองคู่หมั้นสาว กลัวอีกฝ่ายเป็นลมเป็นแล้งเพียงโรคหอบหืดกำเริบกลับหยุดชะงัก
มิคาเอลหลีกทางให้สาวน้อยเดินนำหน้าออกจากห้องน้ำ เฝ้ามองดูด้วยสายตาไม่ห่าง หากเธอเป็นลมเป็นแล้งขึ้นมา เขาจะได้รับเอาไว้ทันท่วงที
“เลฟเอารถมาจอดรอหน้าโรงพยาบาลแล้ว ไอริสขึ้นรอผมก่อนก็ได้นะ เดี๋ยวผมไปเอายาให้ไอริสก่อน”
“ค่ะ”
เอมิพยักหน้ารับส่ง ๆ ไป นั่งรอเขาอยู่บนรถ หลุบตาต่ำไม่กล้าสบตาอีกฝ่าย สักพักเสียงแจ้งเตือนมือถือดังสั่น เสมือนมีน้ำทิพย์รดตรงหัวใจแห้งกระด้าง พี่ทีปต์ส่งข้อความตอบกลับมา
พี่ทีปต์ : ขอโทษนะที่พี่ตอบเอมิช้า วันนี้พี่ยุ่งกับงาน ไว้วันพรุ่งนี้พี่จะรีบไปหาเอมิที่บ้านแต่เช้า อย่าโกรธพี่เลยนะครับ
‘พี่ทีปต์’
แค่แฟนหนุ่มส่งตอบกลับมา หัวใจดวงน้อยของเอมิก็ถูกน้ำรดจนชุ่มชื่น แววตาประกายยามมองหน้าจอมือถือไม่อาจหลุดรอดพ้นสายตาของเลฟแอบมองคู่หมั้นเจ้านายหนุ่มผ่านกระจกด้านหลัง เก็บข้อมูลเงียบ ๆ
“มาแล้ว นี่ยาของไอริส”
“ขอบคุณมากค่ะคุณอาเบล”
เอมิรับถุงยาจากมือหนาไว้กับตัวให้มันจบ ๆ หลังจากถึงบ้านสารัชมินท์ เธอกับเขาจะไม่มีวันได้เจอหน้ากัน พอถึงงานแต่งชายหนุ่มคงรู้ว่าเธอโกหก แต่กว่าจะถึงวันแต่ง เธอคงไม่อยู่บ้านนรกหลังนั้นอีกแล้ว
บรรยากาศระหว่างทางเงียบ มิคาเอลลอบสังเกตพฤติกรรมของคู่หมั้นสาว ดูเหมือนวันนี้ไอริสของเขาจะดูเงียบ พูดน้อยผิดปกติ แตกต่างจากบุคลิกนิสัยลูกคุณหนูชอบชวนคนอื่นคุยเก่ง จนบางครั้งแอบรำคาญ
ดูเหมือนเธอจะไม่อยากคุยกับเขามากนักนะ
จนกระทั่งรถของมิคาเอลกำลังเข้าไปบ้านสารัชมินท์ วินาทีนั้นเองเอมิยอมเปิดปากหันมาเอ่ยขอร้องเขาด้วยสีหน้าจริงจัง
“คุณอาเบลช่วยพาไปส่งไอริสที่ประตูหลังบ้านได้ไหม คือไอริสยังไม่อยากให้คุณพ่อคุณแม่รู้”
“ถ้าไอริสไม่อยากให้พวกเขาไม่สบายใจ เดี๋ยวผมจะไปบอกพวกเขาเองครับ ว่าไอริสอยู่กับคู่หมั้นตัวเองทั้งคืน ไอริสจะได้สบายใจ”
เอมิส่ายหน้ารัวเร็ว ใบหน้าขาวซีดเผือด มันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ หากพ่อแม่เห็นหน้าเธอนั่งรถเคียงข้างกันกับคู่หมั้นพี่สาวตัวเอง หายหน้าหายตาไปด้วยกันทั้งคืน ยิ่งพ่อแม่เกลียดลูกสาวคนเล็กเป็นทุนเดิม ความลับจะเปิดออก
พ่อแม่ยิ่งเพิ่มพูนความเกลียดชังต่อลูกที่พวกเขาไม่เคยต้องการมาก ทั้งที่ทุกอย่างเป็นความคิดของลูกสาวสุดที่รักเอง ใจเธอเต้นแรงกระหน่ำ กลัวเจอหน้าพ่อแม่แล้วถูกจับได้
ไม่มีทางหลบหนีไปได้ เพราะมีสายตาจอมมารดำคนนี้ต่างจับจ้องมองตลอดทุกฝีก้าว
กระทั่งรถจอดลงตรงหน้าบ้านตระกูลสารัชมินท์ มิคาเอลเห็นว่าอีกฝ่ายจงใจไม่ลงจากรถ เขาจึงเอ่ยถาม
“ถึงบ้านของไอริสแล้ว ไม่ลงไปหน่อยเหรอ”
มิคาเอลแสยะยิ้มมุมปากหลังจากมองหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่โต เรียกเข้าขั้นว่าเป็นเศรษฐีอันดับต้นของจังหวัดเชียงราย กลับถูกฟ้องธุรกิจล้มละลาย ก็นะ คนเคยอยู่สุขสบาย ต้องแสวงหาลูกสาวแต่งงานกับลูกชายเพื่อนเพื่อพยุงธุรกิจต่อ หน้าด้านหมดทั้งตระกูล
เอมิไม่ทันคิดหาข้ออ้างแก้ตัว ที่จะลงมาเสนอหน้าให้บุพการีเห็นเสียตอนนี้ เอลล่าเดินออกจากบ้านมายังหน้าประตูรถของมิคาเอล ราวกับรู้อยู่ก่อนหน้านั้น
“คุณแม่”
“ฉันโทรบอกพ่อแม่ของไอริสไว้ก่อนจะมาที่นี่นะ”
มิคาเอลคว้าจับมือเล็กเอมิให้ก้าวเดินลงจากรถด้วยกัน เอมิกลัวความลับโป๊ะแตกเลยหลุบตาต่ำ
เปล่าเลย เอลล่าขยับเดินมาหาลูกสาวและว่าที่ลูกเขยด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ทำเหมือนจำเอมิ ลูกสาวอีกคนไม่ได้
“ขอบคุณคุณมิคาเอลมากนะคะที่พาไอริสมาส่งที่บ้าน”
“ยินดีครับ ยังไงผมต้องส่งคู่หมั้นของผมแล้ว ผมมาเพื่อจะคุยกับพ่อแม่ไอริสเรื่องที่ผมจะพาคุณพ่อคุณแม่ของผมมาเจรจาสู่ขอไอริสในวันพรุ่งนี้”
นี่มันวันบ้าบออะไรกัน เอมิงงไปหมดแล้ว
