บทที่ 7 เธอหนีฉันไม่พ้น

เอมิมองตามแผ่นหลังแกร่งของคู่หมั้นพี่สาวเดินตามหลังเอลล่า ผู้เป็นแม่แท้จริงของเธอ เครื่องหมายตั้งคำถามอยู่บนใบหน้าอ่อนหวานว่าเกิดอะไรขึ้น

“คุณหนูเอมิ เมื่อคืนคุณหนูหายไปไหนมา ป้าเป็นห่วง กลัวว่าคุณหนูจะเป็นอะไร แล้วทำไมถึงมากับใครคะ”

เอมิเห็นป้านมตรงปรี่เข้ามาหา โดยหารู้ไม่ว่ากลับมีสายตาคู่คมของมิคาเอลจับจ้องมองแผ่นหลังบอบบางคู่หมั้นตัวเองตลอดเวลา

“ป้าหนิงคะ ช่วยพาเอมิหลบออกไปจากตรงนี้ก่อน แล้วเอมิจะเล่าทุกอย่างให้ฟังเองค่ะ”

“จะไปไหนกันเหรอครับ?”

เอมิเสียวสันหลังวาบกับแววตาปีศาจร้ายกาจจับจ้องมองแผ่นหลังตัวเอง เธอนึกว่าพ่อเลี้ยงหนุ่มจะรอเข้าไปนั่งยังห้องรับรองแขก เขารู้เท่าทันคนคิดอยากหลบหนีจากตนไม่พ้นเลยจับจองดูทุกฝีก้าว

“คุณ...” ป้าหนิงไม่เคยเห็นหน้าคู่หมั้นลูกสาวคนโตของตระกูลสารัชมินท์ จำได้ว่าคนนี้มากับคุณหนูเอมิหายไปทั้งคืนตอนเช้าเอง

“สวัสดีครับ ผมมิคาเอล คู่หมั้นของไอริส คุณหนูของคุณ ยินดีที่ได้รู้จัก ถึงยังไงเราสองคนก็กำลังจะกลายเป็นครอบครัวเดียวกัน”

ป้าหนิงมองอีกฝ่ายแนะนำตัวคู่หมั้นคุณหนูคนใหญ่คนโตเอาแต่ใจของบ้าน จิกหัวใช้น้องสาวจงเกลียดจงชัง ทำไมคนคนนั้นถึงเรียกคุณหนูเอมิของเธอว่าไอริสล่ะ?

“แต่ว่าคนนี้ไม่ใช่คุณหนู”

ป้าหนิงไม่ทันพูดจนจบต่างร้องเสียงหลง เมื่อมิคาเอลตวัดโอบไหล่มนของคุณหนูเอมิหน้าตาแตกตื่น ขาวซีดเผือดลงกลัวอาการหอบหืดกำเริบ กระชับเข้าหาตัวเองแนบแน่น

“ผมขอตัวพาคู่หมั้นของผมไปคุยกับพ่อแม่ของไอริสเพื่อเจรจาสู่ขอพรุ่งนี้นะครับ ไปกันเถอะไอริส”

“ตะ แต่ไอริสขอเข้าห้องน้ำ”

เอมิไม่สนกับการเล่นละครสวมบทบาทปลอมตัวเป็นพี่สาว ตอนนี้เธออยากคว้านหาตัวพี่ไอริสว่าอยู่ไหน จะได้จบเรื่องบ้าบอเสียที

แถมยังเรื่องพ่อแม่ของเอมิแสร้งแกล้งทำดี คิดว่าเธอคือไอริสต่อหน้ามิคาเอล หมายความว่าอย่างไรกัน พวกท่านก็สมรู้ร่วมคิดแผนการของพี่สาวเธอด้วยอย่างนั้นเหรอ

เอมิงง และไม่เข้าใจอะไรสักอย่าง

“จะหนีฉันไปไหนเหรอ?”

“ฉันไม่ได้หนีนะคุณมิคาเอล”

“ไม่คิดหนีแต่สีหน้าของไอริสมันฟ้องว่าหวาดกลัวผม ผมไม่ทำอะไรหรอก โดยเฉพาะว่าที่เจ้าสาวตัวเอง”

เอมิถูกข้อมือแข็งแรงมหาศาลฉุดดึงกระชากเดินเข้าห้องรับรองแขก ทั้งที่หญิงสาวพยายามอธิบายบอกความจริงว่าเธอไม่ใช่ไอริส คู่หมั้นตัวจริง ทว่าไม่ทันแล้ว คุณศรันย์นั่งเคียงข้างกับเอลล่า ภรรยาด้วยรอยยิ้มแย้ม

“น้าต้องขอบคุณคุณมิคาเอลนะที่ช่วยส่งลูกไอริสกลับบ้าน เมื่อคืนแม่ร้อนใจมากที่ลูกไม่กลับบ้าน รู้ไหมว่าแม่เสียใจขนาดนั้น แม่ดีใจเหลือเกินที่ลูกไอริสกลับมาบ้านอย่างปลอดภัย”

เอลล่าบีบน้ำตาขยับตัวลุกนั่งข้างลูกสาวคนเล็ก เอ่ยกระซิบลูกสาวอีกคนที่เกลียดชิงชัง น้ำเสียงโหดเหี้ยมต่อว่า

“เอาไว้ค่อยคุยกันหลังเขากลับไปแล้ว นังลูกกาฝาก”

เอมิหลุบตาต่ำก้มมองฝ่ามือตัวเอง น้อยเนื้อต่ำใจต่อโชคชะตา ทำไมเธอต้องรับมาโทษแทนพี่สาวตลอด หรือเพียงเพราะเกิดมาเป็นตัวเสนียดของบ้านหลังนี้โดยแท้ แสดงว่าทุกคนยกเว้นแม่นมรู้เรื่องการสลับตัวแทนทั้งหมด

แล้วตัวต้นเหตุล่ะ หายหัวไปไหนกัน?

“ผมต้องขอโทษแทนลูกสาวของผมด้วยนะครับที่ทำให้คุณมิคาเอลพลอยเดือดร้อน” ศรันย์ข่มความเกร็งบางอย่างไว้แน่นไม่ให้แสดงออก เขาเผชิญลูกชายคนเล็กของเพื่อนครั้งแรก

มิคาเอลไม่เหมือนอดีตพ่อเลี้ยงมนัส บิดาของเขา สายตาวางมาดท่าอำนาจนั่น ทำเอาศรันย์นั่งเก้าอี้แทบไม่ติด ความรู้สึกมองมาคล้ายกับมีบรรยากาศอึดอัด หายใจไม่ออก

“เป็นหน้าที่ของผมต้องดูแลคู่หมั้นตัวเอง และยิ่งทำให้ผมตัดสินใจได้รวดเร็ว พรุ่งนี้ผมจะพาคุณพ่อคุณแม่มาพูดคุยเรื่องสินสอด เจรจาสู่ขอไอริสให้ผม และจะจัดงานแต่งในอีกวันมะรืนข้างหน้า”

ทุกคนต่างหันมองไอริสตัวแทนเป็นตาเดียว ศรันย์และเอลล่ามีทีท่าอึกอัก ส่วนคนถูกคู่หมั้นพี่สาวจับจองแต่งงานแทบเป็นลมจับ เอมิแค่ยอมนัดดูตัวแทนไอริสวันเดียว ไม่ได้หมายความว่าจะบานปลาย ยอมเป็น ‘เจ้าสาวตัวแทน’ ของเขาสักนิด

“เรื่องนี้ผมกับเมียไม่ขัดข้อง คุณมิคาเอลควรถามความเห็นจากลูกสาว(ตัวจริง) ดีกว่ามั้ยครับ” ศรันย์แบ่งรับแบ่งสู้ว่าที่ลูกเขย ไม่รู้ลูกสาวสุดที่รักหายหัวไปไหนตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว

พวกเขาไม่มีทางให้เอมิแต่งงานกับมิคาเอล ไม่อย่างนั้นความลับถูกไอริสปกปิดไว้จะเปิดเผย ทางด้านครอบครัวเขายิ่งมีข่าวเสียหายมากกว่านี้อีก

“ไม่จำเป็นต้องถาม!” คนมาดขรึมดุตวาดดังลั่น “ยังไงงานแต่งก็ย่อมต้องเกิดขึ้น เราสองคนชอบพอถูกใจซึ่งกันและกัน ไอริสคงอยากแต่งงานกับผมเสียตอนนี้เลย”

คำพูดของมิคาเอลทำเอาคนนั่งนิ่งอยู่ข้างกายหันขวับมา ใครเขาอยากแต่งงานกับปีศาจร้าย คู่หมั้นพี่สาวตัวเองได้ล่ะ อีกอย่างเอมิมีแฟนเป็นตัวเป็นตนแล้ว

เรื่องทุกอย่างล้วนเกิดมาจากแผนพี่ไอริสหลอกลวงกันทั้งเพ!

“แต่ไอริสไม่แต่งนะคะ คุณอาเบล”

เอมิทนไม่ไหวต้องแกล้งโกหกหลอกลวงผู้เป็นพ่อเป็นแม่ เธอไม่ใช่ไอริส ไม่ใช่นกน้อยในกรงทอง พลางลุกออกจากห้องรับรองแขก

“นังลูกคนนี้เนี่ย” เอลล่ากำลังจะตามลูกสาวคนเล็กสุดแสนเกลียดชังเพื่อไปต่อว่า

มิคาเอลส่งสายตาเรียบนิ่งสยบทุกสิ่งทุกอย่าง เอลล่ายอมหยุดเพียงแต่ไม่พึงพอใจนังเด็กกาฝาก ไม่เข้าใจว่าทำไมลูกสาวสุดที่รักจึงไม่ยอมดูตัวคู่หมั้นตัวเอง ติดต่อไอริสไม่ได้ นี่มันเรื่องบ้าบออะไรกัน

“ผมขอตัวไปคุยกับคู่หมั้นของผมให้เธอเข้าใจเองครับ”

พ่อเลี้ยงมาเฟียหนุ่มย่างสาวเท้าสามขุมเดินเร็ว ๆ ไม่ทันไรก็ถึงตัวคู่หมั้นสาวหัวดื้อ ตั้งแต่เจอหน้าคุณหนูคนนี้ครั้งแรก เธอสวย อ่อนหวาน น่ารัก พอรู้จักกันเข้า พบว่าเธอหัวแข็ง ดื้อรั้นกะทันหันกว่าที่คิด

“จะหนีผมไปไหน เราต้องคุยกันให้รู้เรื่อง ทำไมไอริสพูดแบบนั้น ทำไมไม่อยากแต่งงานกับผม?”

“ก็เพราะว่าฉันไม่ใช่คนที่คุณอาเบลคิดอยากจะแต่งงานด้วย”

เอมิสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด หมดเวลาสวมรอยแทนพี่สาว เธอตัดสินใจเอ่ยบอกความจริง หวังว่าเขาคงจะไม่โกรธเธอหรอกนะที่เป็นลูกสาวอีกคน ที่ไม่มีใครในบ้านนี้ต้องการตัว และเธอเองก็ไม่อยากทนอยู่ที่นี่เป็น ‘ทาสรับใช้’ พวกเขาจนวันตาย

“หมายความว่ายังไง?” มิคาเอลจับบิดข้อมือเธอแน่น

“หมดเวลาเล่นละครโกหกตามคำขอร้องของพี่ไอริสแล้ว เอมิไม่อยากทำผิดศีลข้อสามโกหกใครให้เป็นบาป ฟังให้ดีนะคะคุณอาเบล ฉันคือเอมิ ลูกสาวคนเล็กของคุณพ่อศรันย์กับคุณแม่เอลล่า ไม่ใช่พี่ไอริส ซึ่งเป็นคู่หมั้นของคุณอย่างที่คุณอาเบลเข้าใจแต่แรก”

เอมิเตรียมใจไว้แล้ว ขอแค่เขามองเธอด้วยแววตาจงเกลียดจงชังกล้าโกหกหลอกลวงอีกฝ่ายก็ยิ่งดี เขาจะได้โกรธเธอแบบไม่ต้องเจอหน้ากันอีก

เปล่าเลย...เขาไม่มีทางโกรธ มุมปากหยักหนายกยิ้มอ่อนราวกับเป็นเรื่องตลกขบขัน เธอพูดความจริงหมดทุกประการ เขายังไม่เชื่อเหรอ

“นี่ไม่อยากแต่งงานกับฉันเลยคิดแต่งเรื่องโกหกว่าไม่ใช่ไอริส ลูกสาวคนเดียวของคุณศรันย์ ฉันไม่มีทางเชื่อว่าคุณคือลูกสาวคนเล็ก อย่ามาหลอกเสียให้ยาก คิดว่าว่าที่เจ้าบ่าวของคุณโง่มากหรือไง”

“คุณมิคาเอล คุณจะไม่เชื่อฉันก็ได้นะ งั้นเอมิจะลองโทรหาพี่ไอริส แล้วคุณจะได้รู้ว่าสิ่งที่เอมิพูดมาเป็นความจริง”

มิคาเอลสืบประวัติคู่หมั้นตัวเองก่อนมาดูตัว รู้ว่าอีกฝ่ายโกหก ศรันย์และเอลล่ามีเพียงลูกสาวคนเดียวชื่อไอริส แต่ทำไมแววตาของเธอถึงดูจริงจัง คิดว่าคำพูดเปล่งออกมาเป็นความจริง

มันจะเป็นไปได้ยังไง ครอบครัวสารัชมินท์มีทายาทคนเดียว ยกเว้นแต่อีกฝ่ายคิดโกหกเพื่อให้เขาถอนหมั้น ลูกไม้ผู้หญิงตื้น ๆ เขารู้ทันหมดละน่า

“เลิกโกหกผมสักที ผมรู้ว่าไอริสไม่อยากแต่งงานกับผม แต่ถึงไอริสไม่อยากแต่งหรืออยากแต่ง ยังไงผมก็ไม่มีวันปล่อยไอริสหลุดมือเด็ดขาด อยู่เฉย ๆ เตรียมตัวเป็นเจ้าสาวของผมอีกวันมะรืนข้างหน้าแน่นอน”

เอมิตัวแข็งทื่อกับคำพูดกระซิบเสียงแผ่วเบาดังใกล้ข้างใบหูเล็ก คำพูดของปีศาจร้ายช่างทำเอาเธอขนลุกขนพอง ใครจะอยากแต่งก็ไป คนอย่างเธอขอชิ่งหนี!

มิคาเอลเกลี่ยแก้มผิวอมชมพูอย่างอดใจไว้รอวันเข้าห้องหอ ขอมัดจำด้วยการขยับเคลื่อนใบหน้าคมสันจรดแนบกลีบปากนุ่มอวบอิ่มชั่วขณะก่อนผละออกรวดเร็ว เมื่อสักครู่แค่ปากแตะปาก แต่ครั้งหน้าอาจไม่ใช่ปากชนปากกันธรรมดา

จุ๊บ!

“คุณมิคาเอล!”

เธอตกใจรักษาระยะห่างจากคู่หมั้นพี่สาว เจอเขาแค่วันเดียวทำเอาภายในอกเอมิปั่นป่วน ทั้งที่เจอกับแฟนหนุ่มอย่างจิรทีปต์กลับรู้สึกเฉย ๆ

“ขอจุ๊บจองมัดจำไว้ก่อน ถึงเธอจะไม่อยากแต่งงาน แต่เธอต้องแต่งงานกับฉัน และก็อยากคิดหนี เพราะฉันตามตัวกลับมาได้ทุกเมื่อ!”

เอมิถลึงตามองอีกฝ่าย มิคาเอลไม่เชื่อสิ่งที่เธอพูด ยังคิดว่าเธอโกหกเพื่อไม่ให้แต่งงานกับตัวเอง ทุเรศ! วันงานเขาต้องเสียใจสุดที่ไม่เชื่อเธอ

“ไว้เจอกันวันงานแต่งของเรานะ ไอริสที่รัก”

มิคาเอลยิ้มอารมณ์ดีสัมผัสกลีบปากนุ่มอวบอิ่มเป็นมัดจำ ยอมเดินถอยห่างกลับออกจากห้องรับรองแขก ทิ้งให้คนขโมยจูบต้องยืนกำหมัดแน่นเพียงคนเดียว

“เอมิคงไม่อยากให้อยู่ที่นี่จนถึงวันงานแต่งของคุณอาเบลกับพี่ไอริสหรอก มิน่าล่ะ พี่ไอริสถึงไม่อยากแต่งงานกับคุณ” จอมมารดำของเอมิเกลียด

ลาขาดแล้วกัน ชาตินี้ทั้งชาติอย่างหวังว่าเจอกันอีก

บทก่อนหน้า
บทถัดไป