บทที่ 3 ไม่ชิน

ตอนที่3 ไม่ชิน

“เป็นฉัน ฉันไม่กล้าออกไหนมาไหนหรอกนะ”

“แกก็พูดไม่คิด ถ้าคนรู้จักอายแกคิดว่าจะวางยาผู้ชายแบบนี้หรือไง”

“แต่นางน่าสงสารนะ คิดว่าแต่งงานจะได้เป็นเมียออกหน้าออกตาของท่านประธาน แต่ดูสภาพตอนนี้สิ ไม่ต่างจากแม่บ้านเลยสักนิด”

“ฮ่าๆๆ นั่นสิ ไม่มีราศีของคุณหญิงคุณนายเลยสักนิด”

“ดีแค่ไหนที่ท่านประธานเป็นสุภาพบุรุษยอมแต่งงานให้ทั้งที่ไม่จำเป็นเลยสักนิด ถ้าเป็นผู้ชายคนอื่นคงไม่ได้แม้แต่เงินสักแดง”

“แต่คนที่น่าสงสารที่สุดก็คงจะเป็นท่านประธาน ไม่น่าต้องมารับผิดชอบผู้หญิงหน้าเงินแบบนี้เลย”

ทันทีที่บัวบูชาย่างท้าวเข้ามาในบริษัทของสามีตัวเอง ก็เจอทั้งเสียงนินทาสายตาดูถูกเหยียดหยามที่จ้องมองมาอย่างไม่ปิดบังเลยสักนิด นั่นทำให้ร่างของบัวบูชาเหมือนถูกสาปอย่างไม่เคยชินเลยสักครั้ง ร่างบางหลีบเล็กอย่างน่าสงสารแต่เธอไม่สามารถหายตัวไปไหนได้ เธอไม่สามารถทำให้คนอื่นมองไม่เห็นเธอได้

เธอได้แต่เย้ยหยันตัวเองในใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ว่าเวลาดีๆ ทุกคนกลับไม่เคยเห็นหัวเธอ แต่ทำไมกันนะ ทำไมเวลาที่เธอไม่อยากให้ใครสนใจ แต่ทุกคนกลับจ้องมองมาที่เธออย่างพร้อมเพรียงกันไม่อยากละสายตาไปไหน

กว่าร่างบางของบัวบูชาจะได้หายใจได้เต็มปอดก็ตอนที่ประตูลิฟต์ได้ปิดลงแล้ว และมีเพียงเธอที่ยืนอยู่ข้างในคนเดียว ใบหน้าเล็กเงยขึ้นเล็กน้อยเพื่อขับไล่น้ำตาให้ย้อนกลับเข้าไปคืน เธอจะอ่อนแอไปเพื่ออะไร ยิ่งเธออ่อนแอเท่าไหร่คนอื่นๆ ก็จะยิ่งมองว่าเธอเรียกร้องความสงสาร พวกเขาจะยิ่งสมเพชเธอกว่าเก่า เพราะฉะนั้นเธอควรจะเข้มแข็งให้มากที่สุด เข้มแข็งจนกว่าเธอจะ...

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

มือเล็กยกมือเคาะประตูห้องทำงานบานใหญ่ของชนะภพก่อนจะเปิดมันเข้าไปเหมือนทุกครั้งด้วยตัวเอง

แต่...

“อื้อ! คุณภพ” เสียงครางที่ดังขึ้นทำให้เท้าเรียวของบัวบูชาชะงักนิ่งอยู่กับที่ ก่อนจะเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อไม่ต้องการเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นภายในห้องอย่างไม่ใช่ครั้งแรก

“เข้ามาแล้วเอาของมาวางไว้” เมื่อเขาเห็นบัวบูชายืนนิ่งอยู่กับที่ชนะภพก็พูดขึ้นอย่างไม่ใส่ใจหรือเกรงใจสักนิด นั่นทำให้บัวบูชาที่ไม่อยากเข้าไปแค่ไหนแต่ก็จำต้องเดินเข้าไปข้างในอย่างเลี่ยงไม่ได้

“อื้อ! คุณภพก็...อย่าพึ่งสิคะ” เสียงหญิงสาวที่นั่งอยู่บนตักของชนะภพเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเคล้าหัวเราะอย่างมีความสุขกับการหยอกล้อ

“จะไปไหน” เมื่อหางตาคมที่จ้องมองการเคลื่อนไหวของบัวบูชา เห็นว่าเธอวางอาหารลงโต๊ะเสร็จแล้วกำลังจะหมุนตัวเดินไปทางประตู ชนะภพก็เอ่ยดักขึ้นทันที

“บัวจะกลับค่ะ” เธอตอบอย่างที่คิดโดยไม่ได้หันกลับไปมองหน้าเขา

“ฉันสั่งหรือยัง” แต่คำถามของเขามันคือคำตอบและคำสั่งในตัวว่ายังไม่ให้เธอออกไปไหน

“.....” ร่างบางเม้มปากแน่นอย่างขมขื่น ก้มหน้ามองพื้นเพื่อไม่ให้เห็นภาพกิจกรรมของชนะภพกับหญิงสาวอีกคน

เธอควรจะชินได้แล้วไม่ใช่เหรอ เพราะเหตุการณ์แบบนี้มันไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก มันเกิดขึ้นหลายครั้งแล้ว ทั้งภาพที่เธอเห็นชนะภพใกล้ชิดและนัวเนียกับผู้หญิงคนอื่น เสียงที่เธอได้ยินชนะภพเอ่ยบอกคิดถึงและฝันดีกับผู้หญิงที่ไม่ใช่เธอ

แต่จะให้เธอพูดยังไง เรื่องแบบนี้มันชินได้จริงๆ เหรอ เรื่องแบบนี้มันยอมรับกันได้ด้วยเหรอ การเห็นและได้ยินอะไรแบบนี้มันจะนิ่งและไม่รู้สึกอะไรได้จริงๆ หรือไง

เธอกล้าตอบตรงนี้เลยว่ามันไม่จริงเลย เพราะทุกอย่างมันทำให้รู้สึกได้ และไม่ใช่ความรู้สึกที่ดีด้วย

“นั่งรอจนกว่าฉันจะกินข้าวเสร็จ เธอถึงจะไปได้” แล้วคำสั่งของชนะภพก็ดังขึ้นอย่างเด็ดขาด และเป็นคำสั่งที่บัวบูชาไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธมันได้เลยสักครั้ง

“.....” ร่างบางจำใจต้องเดินไปนั่งที่โซฟารับรองมุมห้องอย่างเลี่ยงไม่ได้ ก่อนเธอจะนั่งก้มหน้านิ่งเพื่อไม่ให้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้น เพียงแต่สายตาที่สามารถไม่รับรู้ได้ แต่หูของเธอมันไม่สามารถปิดกั้นการได้ยินได้ดั่งใจต้องการ

“อื้อ! อ๊า! คุณภพ...”

“อ๊ะ!ๆ ๆ  อื้อ! สะ...เสียวค่ะ”

เสียงครวญครางของหญิงสาวพร้อมกับความเฉอะแฉะที่ดังขึ้น เหมือนกับเสียงแหลมคมที่เข้ามาบาดหูของบัวบูชาจนมันเจ็บแสบลงไปถึงอกซ้ายของเธอ

และนานร่วมสิบกว่านาทีกว่าเสียงพวกนั้นจะสิ้นสุดลง และตามมาด้วยเสียงรองเท้าคัตชูหนังคู่แพง และเสียงรองเท้าส้นสูงที่เดินเคียงคู่กันเข้ามาใกล้เธอมากขึ้นเรื่อยๆ และหยุดตรงหน้าเธอ

“เอาของๆ เธอกลับไปซะ ฉันจะพาเบลล่าออกไปหาอะไรกินข้างนอก” เมื่อพูดจบชนะภพก็พานางแบบสาวร่างอรชรเดินออกจากห้องทำงานไปทันทีโดยไม่สนใจหันกลับมามองบัวบูชาแม้แต่น้อย

กลับเป็นบัวบูชาที่นั่งมองแผ่นหลังกว้างที่มีหญิงสาวควงแขนเดินออกจากห้องไปจนลับสายตาอย่างทำอะไรไม่ได้

“ถ้าเธอไม่ชินกับสิ่งที่เป็น คนที่จะเจ็บปวดก็มีแต่เธอนะบัว”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป