บทที่ 5 ตอนที่5 ประตูชีวิตใหม่

ตอนที่5

ประตูชีวิตใหม่

เพลงพิณหยิบแหวนวงหนึ่งขึ้นมา เป็นแหวนเพชรเม็ดเล็กดีไซน์เรียบ ไม่สะดุดตาเกินไป แต่มีความอ่อนหวานในตัว

“วงนี้สวยค่ะ”เธอพูดเบา ๆ

ธีธัชมองแหวนในมือเธอ ก่อนพยักหน้า

“ลองสวมดูสิ”

เพลงพิณลังเลเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ยื่นมือออกไป

ธีธัชรับแหวนจากมือเธออย่างเป็นธรรมชาติ ปลายนิ้วของเขาแตะกับปลายนิ้วเธอเบามาก แต่ความอุ่นนั้นกลับทำให้เธอเกร็งไปทั้งตัว

ชายหนุ่มค่อย ๆ สวมแหวนลงบนนิ้วนางข้างซ้ายของเธอ จังหวะนั้นโลกเหมือนเงียบลงชั่วขณะ

เพลงพิณมองมือของตัวเองที่มีแหวนอยู่บนนิ้ว ความรู้สึกบางอย่างแล่นผ่านหัวใจอย่างรวดเร็ว

มันไม่ใช่ความสุขเต็มร้อย ไม่ใช่ความตื่นเต้นของเจ้าสาวที่กำลังจะแต่งงานกับคนรักแต่มันคือความหวังเล็ก ๆ ที่น่ากลัวเหลือเกินความหวังว่าเธออาจมีชีวิตใหม่ได้จริง

“พอดีไหม”ธีธัชถาม

เพลงพิณเงยหน้าขึ้นสบตาเขาโดยไม่ทันตั้งตัว

ดวงตาคมของเขานิ่งมาก แต่ไม่ได้ว่างเปล่า เขามองเธอด้วยความใส่ใจแบบสุภาพ ไม่ล่วงล้ำ ไม่บีบบังคับ

“พอดีค่ะ”เธอตอบเสียงแผ่ว

ธีธัชพยักหน้า ก่อนหันไปบอกพนักงาน“เอาวงนี้ครับ แล้วก็ทำวงของผมให้เข้าชุดกัน”

“ได้ค่ะคุณธีธัช”พนักงานยิ้มรับทันที

เพลงพิณรีบหันไปมองเขา“คุณไม่ลองเลือกของคุณก่อนเหรอคะ”

“แหวนของผมเข้าชุดกับของคุณก็พอ”

เขาตอบเรียบ ๆ

หัวใจของเพลงพิณสั่นไหวอีกครั้งคำพูดนั้นธรรมดามากแต่สำหรับคนที่เคยต้องอยู่ในความสัมพันธ์ที่อีกฝ่ายเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางเสมอ การได้ยินผู้ชายคนหนึ่งยอมให้แหวนของตัวเองเข้ากับของเธอ มันกลับทำให้เธอรู้สึกเหมือนเป็นคนสำคัญ

เป็นความสำคัญที่เธอไม่แน่ใจว่าตัวเองสมควรได้รับหรือไม่

หลังเลือกแหวนเสร็จ ธีธัชพาเธอไปดูชุดแต่งงานต่อที่ห้องเสื้อของคนรู้จักแม่เขา

ชุดเจ้าสาวหลายแบบถูกนำมาให้ดู เพลงพิณนั่งอยู่บนโซฟา มองผ้าลูกไม้สีขาวสะอาดตาแล้วรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่หน้าประตูชีวิตใหม่

ชีวิตที่สวยงามแต่เธอมีอดีตติดอยู่ที่ข้อเท้าเหมือนโซ่

“ชุดนี้เหมาะกับคุณเพลงมากเลยนะคะ ดูอ่อนหวาน เรียบหรู ไม่เยอะเกินไป”

ดีไซเนอร์สาวยกชุดเจ้าสาวแขนยาวลูกไม้ประณีตขึ้นให้ดู

เพลงพิณลูบเนื้อผ้าเบา ๆ“สวยมากค่ะ”

เธอพูดจากใจจริง

ธีธัชที่นั่งอยู่ไม่ไกลวางนิตยสารลง ก่อนมองชุดนั้นอย่างพิจารณา“ลองดูไหม”เขาถาม

เพลงพิณชะงัก“วันนี้เลยเหรอคะ”

“ถ้าคุณไม่เหนื่อย”เขาตอบเรียบ ๆ

เพลงพิณลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้า

“ลองก็ได้ค่ะ”ไม่กี่นาทีต่อมา เธอก็ออกมาจากห้องลองชุดพร้อมชุดเจ้าสาวสีขาวสะอาดตาห้องทั้งห้องเงียบลงทันที เพลงพิณยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ ชุดเจ้าสาวทำให้เธอดูบอบบางราวกับดอกไม้ที่เพิ่งผ่านพายุมา ดวงตาของเธอแดงจาง ๆ ทั้งที่พยายามกลั้นไว้เต็มที่

ธีธัชมองเธอนิ่งไม่ใช่เพราะตกตะลึงเพียงอย่างเดียวแต่เพราะผู้หญิงตรงหน้าดูเศร้าเกินกว่าจะเป็นเจ้าสาว

“ไม่สวยเหรอคะ”

เพลงพิณถามเสียงเบา เมื่อเห็นเขาเงียบไปนาน

ธีธัชลุกขึ้นจากโซฟาแล้วเดินเข้ามาหยุดอยู่ด้านหลังเธอในระยะพอดี ไม่ใกล้จนทำให้เธออึดอัด แต่ไม่ห่างจนดูเย็นชา

“สวยครับ”เขาตอบช้า ๆ“แต่มันดูเหมือนคุณกำลังจะร้องไห้”

เพลงพิณรีบก้มหน้า“ฉันแค่…ไม่ชินค่ะ”เธอพูด พยายามยิ้มให้เหมือนปกติ แต่ริมฝีปากกลับสั่นน้อย ๆ

ธีธัชมองเธอผ่านกระจก แววตาคมมีความสงสัยบางอย่างที่เขายังไม่พูดออกมา“คุณไม่อยากแต่งงานกับผมหรือเปล่า”คำถามนั้นทำให้หัวใจของเพลงพิณหยุดเต้นไปชั่วขณะ เธอหันกลับไปมองเขา

“ไม่ใช่นะคะ”เธอรีบตอบเร็วเกินไปจนแม้แต่ตัวเองยังรู้สึกผิดสังเกต

ธีธัชมองเธอนิ่ง“ถ้าคุณถูกบังคับ ผมอยากให้บอกตรง ๆ”น้ำเสียงของเขาไม่ได้โกรธ ไม่ได้กดดัน แต่กลับยิ่งทำให้เธอเจ็บลึกในอกเพราะเขากำลังให้โอกาสเธอพูดความจริงและเธอกำลังจะปล่อยมันผ่านไปอีกครั้ง

“ไม่มีใครบังคับฉันค่ะ”

เพลงพิณตอบช้า ๆ พยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่น“ฉันตัดสินใจเอง”

ธีธัชยังมองเธออยู่“แน่ใจนะ”เขาถามซ้ำ เสียงทุ้มต่ำลงเล็กน้อย

เพลงพิณพยักหน้า“แน่ใจค่ะ”คำว่าแน่ใจนั้นเบาเหลือเกิน เบาจนเหมือนจะหล่นแตกกลางพื้น

ธีธัชไม่ได้ถามต่อ เขาเพียงพยักหน้าอย่างรับรู้ แล้วหันไปบอกดีไซเนอร์ว่าให้ปรับชุดตามขนาดของเธอ เพลงพิณยืนอยู่หน้ากระจก มองตัวเองในชุดเจ้าสาวอย่างเลื่อนลอย ในกระจก เธอดูเหมือนผู้หญิงที่กำลังจะมีความสุขแต่ในหัวใจ เธอกลับรู้สึกเหมือนกำลังเดินบนสะพานเชือกที่มีเหวลึกอยู่ข้างล่าง

แค่ก้าวผิดเพียงครั้งเดียว ทุกอย่างอาจพังลงทั้งหมด

หลังออกจากห้องเสื้อ ธีธัชพาเธอไปกินมื้อกลางวันที่ร้านอาหารญี่ปุ่นเงียบ ๆ ในห้างเดียวกัน

ตลอดมื้ออาหาร เขาไม่ได้ถามเรื่องที่เธอร้องไห้ ไม่ได้คาดคั้นเรื่องความลังเลในแววตา แต่ความเงียบของเขากลับไม่ใช่ความเย็นชามันเหมือนการเว้นระยะให้เธอหายใจ

“คุณชอบกินปลาแซลมอนไหม”ธีธัชถามขึ้นระหว่างมื้ออาหาร

เพลงพิณเงยหน้าจากถ้วยซุป“ชอบค่ะ แต่ไม่ค่อยได้กินบ่อย”

“ทำไมครับ”

“เมื่อก่อนมีคนไม่ชอบกลิ่นปลา ฉันก็เลยไม่ค่อยสั่ง”

เธอตอบไปตามความเคยชิน ก่อนชะงักอีกครั้ง

คำว่า “เมื่อก่อน” หลุดออกไปโดยไม่ตั้งใจ

ธีธัชวางตะเกียบลงช้า ๆ“คนรักเก่าเหรอครับ”

คำถามนั้นเรียบมาก แต่ทำให้อากาศระหว่างพวกเขาเย็นลงทันที

เพลงพิณนิ่งไปเธอรู้ว่าควรตอบควรบอกเขาตอนนี้ บอกว่าก่อนเขา เธอเคยมีใคร บอกว่าความสัมพันธ์นั้นจบลงแล้วบอกว่าผู้ชายคนนั้นไม่ใช่คนดีอย่างที่ใครเห็นบอกให้เขารู้ก่อนที่เขาจะรู้จากปากคนอื่นแต่เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นสบตาธีธัช คำพูดทั้งหมดกลับติดอยู่ในลำคอถ้าเธอบอก แล้วเขายกเลิกงานแต่งล่ะถ้าเขามองเธอเปลี่ยนไปล่ะถ้าเขาคิดว่าเธอเป็นผู้หญิงมีตำหนิ เป็นผู้หญิงที่ใช้เขาเป็นทางหนีล่ะ

“ค่ะ”ในที่สุดเธอก็ตอบได้เพียงคำเดียว

ธีธัชเงียบไปเพลงพิณรีบพูดต่อ

“แต่จบไปแล้วค่ะ”หญิงสาวบีบมือตัวเองใต้โต๊ะ

“มันเป็นเรื่องเก่าแล้ว”

ธีธัชพยักหน้าช้า ๆ“ผมเข้าใจ ทุกคนมีอดีต”

เขาพูดอย่างมีเหตุผล

เพลงพิณควรโล่งใจแต่เธอกลับยิ่งเจ็บเพราะอดีตของเธอไม่ใช่แค่อดีตธรรมดามันมีชื่อ มีตัวตน และยังตามมาขู่เธออยู่ทุกวัน

“ผมไม่ถามรายละเอียดก็ได้ ถ้าคุณไม่อยากเล่า”ธีธัชพูดต่อ น้ำเสียงยังสงบ“แต่ถ้าวันหนึ่งเรื่องเก่าของคุณมีผลกับชีวิตแต่งงานของเรา ผมอยากให้คุณบอกผมก่อนที่ผมจะรู้จากคนอื่น”

ช้อนในมือเพลงพิณสั่นเล็กน้อยประโยคนั้นเหมือนมีดบาง ๆ กรีดลงกลางใจ เธอพยายามเงยหน้ายิ้ม“ค่ะ”คำตอบนั้นทำให้ธีธัชมองเธอนิ่งอยู่นาน

“คุณดูเหมือนคนที่มีเรื่องอยากพูด แต่ไม่กล้าพูด”

เพลงพิณฝืนหัวเราะเบา ๆ“ฉันคงกังวลเรื่องงานแต่งค่ะ”เธอเลือกโกหกอีกครั้ง

ธีธัชไม่ได้เชื่อทั้งหมด แต่เขาไม่พูดอะไรเพราะเขายังไม่รู้จักเธอดีพอจะบังคับให้เธอเปิดใจและเพราะเขาเองก็ไม่ได้รักเธอมากพอจะคิดว่าตัวเองมีสิทธิ์ถามทุกเรื่องในชีวิตเธอ

ทั้งคู่จึงกินอาหารมื้อนั้นต่อด้วยความเงียบสุภาพเป็นความเงียบที่ไม่เจ็บปวดชัดเจนแต่ทิ้งรอยร้าวเล็ก ๆ ไว้โดยที่ไม่มีใครรู้ตัว

ช่วงบ่าย ธีธัชขับรถไปส่งเธอที่คอนโด

ระหว่างทาง เสียงเพลงคลอเบา ๆ ในรถทำให้บรรยากาศไม่อึดอัดเกินไป เพลงพิณมองข้างทาง เห็นผู้คนเดินสวนกันในเมืองใหญ่ ทุกคนดูมีจุดหมายของตัวเองแต่เธอกลับไม่แน่ใจเลยว่าจุดหมายของเธอคือที่ไหน

เมื่อรถจอดหน้าคอนโด ธีธัชดับเครื่องยนต์แล้วหันมามองเธอ“วันนี้คุณเหนื่อยมากไหม”

เพลงพิณส่ายหน้าเบา ๆ“ไม่มากค่ะ ขอบคุณที่พาไปนะคะ”

“คุณขอบคุณอีกแล้ว”เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่เหมือนจะอ่อนลงนิดหนึ่ง

เพลงพิณยิ้มจาง ๆ“งั้นครั้งหน้าฉันจะพยายามลดลงค่ะ”

ธีธัชมองรอยยิ้มของเธอ แล้วเผลอยิ้มตาม            บาง ๆ โดยไม่รู้ตัวมันเป็นรอยยิ้มเล็กมากแต่ทำให้เพลงพิณรู้สึกว่าเขาไม่ไกลเกินเอื้อมอย่างที่คิด

“พรุ่งนี้ผมอาจต้องไปประชุมต่างจังหวัด กลับค่ำ ๆ ถ้าคุณมีอะไร โทรหาผมได้”เขาบอก

เพลงพิณนิ่งไปชั่วครู่“โทรได้เหรอคะ”คำถามนั้นทำให้ธีธัชขมวดคิ้วน้อย ๆ

“ทำไมจะไม่ได้”

“ฉันกลัวรบกวนงานคุณ”เธอตอบตามตรง

ธีธัชสบตาเธอนิ่ง“ถ้าเรื่องของคนที่กำลังจะเป็นภรรยาถือว่ารบกวน ผมก็คงไม่ควรแต่งงานตั้งแต่แรก”

ประโยคนั้นทำให้หัวใจของเพลงพิณอุ่นวาบจนเจ็บ

เธอก้มหน้าลงเล็กน้อย“ค่ะ”

ธีธัชถอนหายใจเบา ๆ คล้ายไม่รู้จะพูดอย่างไรกับผู้หญิงที่ดูเหมือนคุ้นชินกับการไม่เป็นภาระของใครมากเกินไป“เพลงพิณ”เขาเรียก

หญิงสาวเงยหน้าขึ้น ธีธัชมองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง“คุณไม่จำเป็นต้องทำตัวให้ดีตลอดเวลาก็ได้”

เพลงพิณนิ่งงัน“หมายความว่ายังไงคะ”

“หมายความว่า ถ้าคุณไม่ชอบอะไร คุณบอกได้ ถ้าคุณเหนื่อย คุณพูดได้ ถ้าคุณไม่อยากยิ้ม คุณก็ไม่ต้องยิ้ม”เขาพูดช้า ๆ เหมือนกลัวว่าเธอจะไม่เข้าใจ

“การแต่งงานไม่ควรเป็นที่ที่คนคนหนึ่งต้องพยายามอดทนอยู่ฝ่ายเดียว”

ดวงตาของเพลงพิณแดงขึ้นทันทีเธอรีบหันหน้าไปทางหน้าต่าง กลัวเขาเห็นน้ำตา

ธีธัชเห็น แต่ไม่ได้ทักเขาเพียงนั่งเงียบ ๆ ปล่อยให้เธอจัดการกับความรู้สึกของตัวเอง

ผ่านไปพักใหญ่ เพลงพิณจึงพูดเสียงแผ่ว“คุณธีธัชเป็นคนดีนะคะ”ประโยคนั้นออกมาจากใจจริง

แต่ธีธัชกลับรู้สึกสะดุดอย่างประหลาดเพราะน้ำเสียงของเธอฟังดูเศร้าเหลือเกินเหมือนคำชมที่มาพร้อมคำขอโทษ

“คุณพูดเหมือนรู้สึกผิดที่ผมเป็นคนดี”เขาพูดตรง ๆ

เพลงพิณหันกลับมามองเขาอย่างตกใจ

“ไม่ใช่นะคะ”เธอรีบปฏิเสธ แต่ยิ่งรีบ สีหน้าก็ยิ่งดูมีพิรุธ

ธีธัชมองเธอเงียบ ๆ เพลงพิณหลบตา ก่อนพูดเสียงเบาลง“ฉันแค่…กลัวว่าตัวเองจะทำให้คุณผิดหวัง”ประโยคนั้นทำให้ธีธัชนิ่งไป

“ทำไมคิดแบบนั้น”เขาถาม

เพลงพิณยิ้มเศร้า“ฉันไม่ใช่ผู้หญิงที่ดีพร้อมอย่างที่ผู้ใหญ่คิดค่ะ”

“ไม่มีใครดีพร้อมหรอก”ธีธัชตอบทันที

“ผมเองก็ไม่ใช่”

เพลงพิณสบตาเขาในแววตาคมของธีธัชมีความจริงใจบางอย่างที่เธอไม่คุ้นเคย มันทำให้เธออยากพูด

อยากบอกเขาทั้งหมดอยากบอกว่าเธอเคยรักคนผิด

อยากบอกว่าเธอหนีออกมาจากความสัมพันธ์ที่ทำลายตัวเองอยากบอกว่าผู้ชายคนนั้นชื่อรามิล อยากบอกว่าเขายังไม่ยอมปล่อยเธอไปแต่โทรศัพท์ของเธอกลับสั่นขึ้นเสียก่อน

เพลงพิณสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนมองหน้าจอ เบอร์ที่ไม่ได้บันทึกชื่อ แต่เธอจำได้ จำได้ขึ้นใจ รามิล

ใบหน้าของหญิงสาวซีดลงทันที

ธีธัชเห็นความเปลี่ยนแปลงนั้นชัดเจน

“ใครโทรมา”เขาถามเสียงเรียบ แต่แววตาเริ่มจริงจัง

เพลงพิณกำโทรศัพท์แน่น“เบอร์แปลกค่ะ”

เธอโกหกอีกแล้ว

ธีธัชมองเธอ“รับสิ เผื่อมีธุระสำคัญ”

“ไม่เป็นไรค่ะ คงโทรผิด”เพลงพิณรีบกดตัดสาย ก่อนเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋าอย่างรวดเร็ว

บรรยากาศในรถเปลี่ยนไปทันที

ธีธัชไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่สายตาของเขาทำให้เพลงพิณรู้ว่า เขาเห็นทุกอย่าง เห็นความกลัวของเธอ

เห็นการโกหกเห็นเงาที่เธอพยายามซ่อนไว้

“ฉันขอตัวขึ้นห้องก่อนนะคะ”

เพลงพิณพูดเสียงแผ่ว มือจับสายกระเป๋าแน่น

ธีธัชพยักหน้า

“ครับ”

หญิงสาวเปิดประตูรถลงไป แต่เดินไปได้ไม่กี่ก้าว เสียงของเขาก็ดังขึ้นจากด้านหลัง

“เพลงพิณ”

เธอหยุดเดินแล้วหันกลับมา

บทก่อนหน้า
บทถัดไป