บทที่ 1 อาจารย์หมอสุดเนี้ยบกับนักศึกษาเภสัช
"ฝน...แกไหวป่าวเนี่ย หน้าซีดเป็นไก่ต้มแล้วนะ"
เสียงกระซิบของพิมเพื่อนสนิทที่นั่งอยู่ข้างๆ ดังขึ้น พร้อมกับแรงสะกิดยิกๆ ที่ข้อศอก
"ไหวๆ แค่นอนน้อยไปหน่อยน่ะ" ปลายฝนตอบกลับด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่หน้าจอสมาร์ทโฟนในมือ
"แน่ใจนะ? เห็นแกก้มดูมือถือสลับกับถอนหายใจมาครึ่งชั่วโมงแล้ว มีเรื่องอะไรที่บ้านหรือเปล่า"
"ไม่มีไรหรอก เรื่องจุกจิกนิดหน่อย"
"นิดหน่อยอะไร คิ้วขมวดเป็นปมขนาดนี้แล้ว เก็บมือถือเถอะแก อาจารย์มองมาทางนี้สองรอบแล้วนะ"
"อาจารย์? อาจารย์สุชาติเหรอ" ปลายฝนละสายตาจากหน้าจอ หันไปถามเพื่อนอย่างงุนงง
"โอ๊ย ยัยฝน! แกไม่ได้ฟังที่ประธานรุ่นประกาศเลยสิเนี่ย อาจารย์สุชาติแกลาป่วยจ้ะ คนที่ยืนอยู่หน้าห้องตอนนี้คือ หมอบดินทร์ ศัลยแพทย์เฉพาะทางมือทองของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังเลยนะเว้ย"
"ศัลยแพทย์? แล้วมาสอนคณะเภสัชฯ เราเนี่ยนะ"
"ก็เขามาเป็นอาจารย์พิเศษไง เลิกคุยแล้วตั้งใจเรียนได้แล้วน่า แกดูสิ หล่อทะลุแว่นขนาดนั้นแต่หน้านิ่งจนน่ากลัว ขืนแกยังเหม่อระวังจะโดนเรียกตอบคำถามนะ"
ปลายฝนพยักหน้ารับคำเพื่อน ก่อนจะพยายามเพ่งสายตาไปที่หน้ากระดาน
บรรยากาศในห้องสโลปขนาดใหญ่ก้องไปด้วยเสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจ ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตสีเข้มพอดีตัวยืนอยู่หน้าโปรเจกเตอร์ ไหล่กว้างและสัดส่วนที่ดูดีของเขาขัดกับใบหน้าหล่อเหลาที่เรียบตึง แว่นตาขอบเงินบนสันจมูกโด่งยิ่งเสริมให้บุคลิกดูเจ้าระเบียบและเข้าถึงยาก
"การทำงานร่วมกันระหว่างแพทย์และเภสัชกรคือเรื่องของชีวิตคนไข้ครับ ผมไม่ต้องการให้มีความผิดพลาดเกิดขึ้นแม้แต่นิดเดียว"
น้ำเสียงของหมอดินทร์ดังกังวานไปทั่วห้อง ในขณะที่ทุกคนกำลังตั้งหน้าตั้งตาจดเลกเชอร์ หน้าจอสมาร์ทโฟนบนตักของปลายฝนกลับสว่างวาบขึ้นมาอีกครั้ง
ข้อความสั้นๆ จากเบอร์แปลกหน้าที่ส่งเข้ามาทำให้ลมหายใจของเธอสะดุด
(“ถ้าไม่จ่ายดอกเบี้ยภายในวันนี้ เตรียมตัวรับสภาพ”)
ยอดหนี้เจ็ดหลักที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้รับผิดชอบวิ่งวนอยู่ในหัว ขมับทั้งสองข้างเต้นตุบๆ จนเธอเผลอยกมือขึ้นนวดคลึงอย่างลืมตัว ความเครียดสะสมทำให้หูของเธออื้ออึงไปชั่วขณะ ไม่ได้รับรู้เลยว่าเสียงบรรยายผ่านไมโครโฟนได้หยุดลงแล้ว
"นักศึกษาหญิงตรงแถวกลาง...เสื้อกาวน์สั้นที่นั่งติดทางเดินครับ"
พิมรีบกระทุ้งสีข้างปลายฝนอย่างแรง
"ฝน! ฝน! อาจารย์เรียกแก"
ปลายฝนสะดุ้งสุดตัว รีบยัดโทรศัพท์ลงกระเป๋าแล้วลุกขึ้นยืนด้วยความตกใจ ร่างบางสั่นเล็กน้อยเมื่อพบว่าสายตาคมกริบของอาจารย์หมอกำลังจ้องตรงมาที่เธอเพียงคนเดียว
"ค...คะ? อาจารย์"
"ผมถามคุณว่า จากเคสผู้ป่วยรายนี้ ก่อนจะพิจารณาสั่งจ่ายยา เราต้องดูค่าแล็บตัวไหนเป็นหลักครับ"
หมอดินทร์ถามย้ำด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความกดดัน
"เอ่อ...พิจารณาจาก...จาก..."
ปลายฝนอึกอัก มือเรียวบีบเข้าหากันแน่น ความคิดในหัวว่างเปล่าเพราะไม่ได้ฟังสิ่งที่เขาสอนตั้งแต่แรก สายตานับร้อยคู่ในห้องหันมามองที่เธอเป็นตาเดียว ยิ่งทำให้ความประหม่าพุ่งสูงขึ้น
"จากอะไรครับ? หรือว่าคุณมัวแต่อ่านข้อความในโทรศัพท์จนไม่ได้ยินคำถามของผม"
"หนู...ขอโทษค่ะอาจารย์ หนูไม่ได้ตั้งใจฟัง" เธอตอบเสียงสั่น พยายามหลบสายตาที่จ้องมองมาอย่างจับผิด
ทั้งห้องเงียบกริบจนแทบจะได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศ นพ.บดินทร์ขยับแว่นตาเล็กน้อย ริมฝีปากหยักได้รูปเหยียดตรงเป็นเส้น
"ถ้าคุณคิดว่าวิชานี้ไม่สำคัญ ก็เชิญออกไปรอข้างนอกครับ...แล้วหลังหมดคาบ ไปพบผมที่ห้องพักอาจารย์ด้วย"
ปลายฝนก้าวเท้าออกจากห้องเรียนท่ามกลางสายตาเพื่อนร่วมคลาส ช่วงเวลาเกือบสองชั่วโมงที่ต้องนั่งรออยู่ด้านนอกผ่านไปอย่างเชื่องช้า จนกระทั่งบานประตูห้องเรียนเปิดออกพร้อมสัญญาณหมดคาบ...
หญิงสาวพาตัวเองมาหยุดอยู่หน้าห้องพักอาจารย์แพทย์ชั่วคราว เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปบิดลูกบิดแล้วค่อยๆ ผลักบานประตูเข้าไปอย่างกล้าๆ กลัวๆ
"ปิดประตูด้วยครับ"
เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบดังขึ้นทันทีที่เธอก้าวพ้นขอบประตูเข้ามา ร่างสูงของนายแพทย์บดินทร์ยืนพิงขอบโต๊ะทำงาน แขนทั้งสองข้างกอดอก ใบหน้าหล่อเหลาที่เรียบตึงอยู่เสมอยิ่งดูเย็นชามากขึ้นเมื่อมองผ่านกรอบแว่นตา
"ค่ะอาจารย์" เธอรับคำเสียงแผ่ว ก่อนจะหันไปปิดประตูบานหนาอย่างเบามือที่สุด
"รู้ตัวใช่ไหมว่าทำไมผมถึงเรียกคุณมาพบเป็นการส่วนตัว"
"รู้ค่ะ...เป็นเพราะหนูไม่ตั้งใจเรียนในคลาสของอาจารย์เมื่อครู่นี้"
"ไม่ตั้งใจเรียน?" หมอดินทร์ทวนคำเสียงหยัน
"คำนี้มันฟังดูเบาไปนะ สำหรับนักศึกษาเภสัชศาสตร์ปีสี่ที่กำลังจะออกไปฝึกปฏิบัติงานจริง คุณคิดว่าความผิดพลาดในสายอาชีพของเรา มันแก้ไขได้ด้วยยางลบเหมือนตอนทำข้อสอบอย่างนั้นเหรอ"
"หนูทราบค่ะว่ามันแก้ไขไม่ได้" ปลายฝนก้มหน้า มือทั้งสองข้างบีบเข้าหากันแน่น
"ทราบ...แต่ก็ยังทำ? คุณชื่ออะไร นักศึกษา"
"ปลายฝนค่ะ"
"ปลายฝน...ถ้าวันนี้คุณยืนอยู่ในวอร์ดของโรงพยาบาล ในฐานะเภสัชกรที่ต้องตรวจสอบคำสั่งยาของผม แล้วคุณมัวแต่ก้มหน้าดูโทรศัพท์ เหม่อลอยจนปล่อยผ่านโดสยาที่ผิดพลาดไป คุณคิดว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับคนไข้เตียงนั้น"
"ผู้ป่วย...อาจจะได้รับอันตราย หรืออาจจะ...ถึงชีวิตค่ะ" เธอตอบเสียงสั่น ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์
"ใช่ ถึงชีวิต" ชายหนุ่มเน้นเสียงหนักแน่น
"แล้วคุณจะเดินไปบอกญาติคนไข้ยังไง บอกว่าขอโทษค่ะ พอดีตอนนั้นฉันมีเรื่องเครียดนิดหน่อย เลยไม่ได้ดูให้ดี อย่างนั้นเหรอ"
"หนู...หนูขอโทษจริงๆ ค่ะ"
"ผมไม่ได้เรียกคุณมาเพื่อฟังคำขอโทษ"
หมอดินทร์ขยับตัวยืนเต็มความสูง สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่เริ่มมีหยาดน้ำใสคลอหน่วย
"ผมเรียกคุณมาเพื่อเตือนสติ ถ้าคุณคิดว่าตัวเองแบกรับความกดดันของวิชาชีพนี้ไม่ไหว ถ้าคุณแยกแยะเรื่องส่วนตัวกับเรื่องงานไม่ได้ คุณก็ไม่สมควรสวมเสื้อกาวน์ตัวนั้น อย่าเอาชีวิตของคนอื่นมาเสี่ยงกับความไม่พร้อมของคุณ"
"หนูเข้าใจแล้วค่ะอาจารย์ หนูจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีกเด็ดขาดค่ะ"
"หวังว่าผมจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลง เชิญครับ"
