บทที่ 1 เมียบำเรอ ล้างหนี้ EP1
แสงแดดยามบ่ายคล้อยของเดือนมีนาคมทอดตัวลงมาอาบไล้ลานกว้างของมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดัง แม้อากาศจะร้อนอบอ้าวเพียงใด แต่ก็ไม่อาจทำลายบรรยากาศแห่งความปีติยินดีที่อบอวลไปทั่วบริเวณได้ เสียงชัตเตอร์จากกล้องถ่ายรูปดังรัวต่อเนื่อง แข่งกับเสียงหัวเราะและรอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจของเหล่าบัณฑิตใหม่และครอบครัวที่มาร่วมแสดงความยินดี
ช่อดอกกุหลาบสีขาวบริสุทธิ์ช่อโตถูกยื่นส่งให้กับเมธาวารี ศิริบุญชัย หรือ เมย์ บัณฑิตป้ายแดงหมาดๆ จากคณะการจัดการการโรงแรม หญิงสาวในชุดครุยวิทยฐานะรับมันมากอดไว้แนบอก วงหน้าจิ้มลิ้มพริ้มเพราที่ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางอ่อนๆ ดูโดดเด่นสะดุดตา ดวงตาคู่สวยหยีลงจนเป็นสระอิเมื่อริมฝีปากอิ่มคลี่ยิ้มกว้าง รอยยิ้มที่สดใสราวกับดอกไม้แรกแย้มของเธอ ทำให้ใครหลายคนที่เดินผ่านไปมาต้องเผลอเหลียวมองอย่างชื่นชม
“ยินดีด้วยนะลูกสาวคนเก่งของแม่”
ดารินสวมกอดบุตรสาวเพียงคนเดียวด้วยความรักสุดหัวใจ น้ำตาแห่งความปีติเอ่อคลอเบ้า เมื่อเห็นความสำเร็จของแก้วตาดวงใจที่นางเฝ้าฟูมฟักทะนุถนอมราวกับไข่ในหินมาตลอดยี่สิบสองปีเต็ม สำหรับคนเป็นแม่ ไม่มีภาพใดจะงดงามไปกว่าการได้เห็นลูกก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง
“ขอบคุณค่ะคุณแม่ ขอบคุณคุณพ่อด้วยนะคะที่เหนื่อยส่งเสียเมย์จนเรียนจบ”
ร่างบางผละจากอ้อมกอดของมารดา ขยับไปสวมกอดผู้เป็นบิดาที่ยืนส่งยิ้มอ่อนโยนรับอยู่อีกด้าน ทว่าหากใครได้เข้าไปสัมผัสใกล้ชิด จะรับรู้ได้ทันทีว่าอ้อมกอดของเมธานั้นแข็งเกร็ง ภายใต้รอยยิ้มกว้างที่ฉาบไว้บนใบหน้า กลับซุกซ่อนความกังวลและแววตาที่สั่นไหวอย่างรุนแรงเอาไว้อย่างมิดชิด
ชายวัยกลางคนลูบศีรษะทุยสวยของบุตรสาวอย่างแสนรัก มือหนาชื้นเหงื่อและสั่นเทาเล็กน้อย ความรู้สึกผิดบาปตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่อก ภาพความทรงจำอันเลวร้ายในห้องวีไอพีของบ่อนคาสิโนที่ประเทศเพื่อนบ้านเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน ยังคงตามหลอกหลอนเขาทุกคืน กลิ่นควันบุหรี่ เสียงกระทบกันของชิปราคาแพง และความบ้าคลั่งที่สูบฉีดในสายเลือดยามผีพนันเข้าสิง นำพาให้เขาถลำลึกจนสร้างหนี้ก้อนมหึมาถึงยี่สิบห้าล้านบาท
เงินจำนวนที่เขาไม่มีวันหามาใช้คืนได้ และมันกำลังจะพรากทุกสิ่งทุกอย่างไปจากครอบครัวที่เขารัก
แต่ในวันดีๆ เช่นนี้ เมธาเลือกที่จะกลืนก้อนความเครียดทั้งหมดลงคอไป เขาจะทำลายรอยยิ้มของภรรยาและลูกไม่ได้เด็ดขาด
“ยิ้มให้กล้องหน่อยครับคนเก่ง”
เสียงทุ้มนุ่มที่คุ้นเคยดังแทรกขึ้น พร้อมกับร่างสูงโปร่งของอธิพงศ์ หรือ อาร์ม เพื่อนสนิทชายเพียงคนเดียวของเมธาวารี ที่ลดกล้องถ่ายรูปราคาแพงในมือลง ชายหนุ่มส่งยิ้มละมุนมาให้ แววตาที่เขามองบัณฑิตสาวนั้นเปี่ยมไปด้วยความชื่นชมและลึกซึ้งเกินกว่าคำว่าเพื่อน ซึ่งดารินและเมธาเองก็พอมองออกและวางใจในความเสมอต้นเสมอปลายของเด็กหนุ่มคนนี้มาตลอด
“ถ่ายรูปจนเมย์จะหน้ามืดแล้วนะอาร์ม พอแล้ว” เมธาวารีบ่นอุบ แต่ก็ยอมโพสท่าให้เพื่อนสนิทถ่ายรูปครอบครัวให้อีกหลายภาพ
“เรียนจบแล้ว พร้อมจะมาช่วยพ่อบริหารโรงแรมของเราหรือยังลูก” คนเป็นพ่อแสร้งถามด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ พยายามดึงสติตัวเองกลับมาสู่ปัจจุบัน ทั้งที่ในใจกำลังร้อนรุ่มดั่งไฟสุม
“เมย์ขอเวลาหาประสบการณ์จากโรงแรมข้างนอกก่อนนะคะคุณพ่อ เมย์อยากเรียนรู้ระบบการทำงานของโรงแรมระดับห้าดาวจริงๆ แล้วค่อยนำความรู้กลับมาพัฒนา เมธาดาริน โฮเทล ของเราให้สมบูรณ์แบบที่สุดค่ะ” หญิงสาวตอบด้วยแววตามุ่งมั่น เธอมีเป้าหมายที่ชัดเจนและวาดฝันอนาคตไว้สวยงามเสมอ
“แต่ก่อนจะถึงวันนั้น...” เมธาวารีลากเสียงยาวพร้อมกับส่งสายตาออดอ้อนไปให้บุพการีทั้งสอง โดยมีอธิพงศ์ยืนอมยิ้มเป็นลูกคู่ “เมย์ขออนุญาตคุณพ่อกับคุณแม่ ไปเที่ยวพักผ่อนที่ต่างประเทศกับเพื่อนๆ กลุ่มมหาวิทยาลัยสักอาทิตย์หนึ่งได้ไหมคะ ประเทศเพื่อนบ้านเรานี่เองค่ะ ไม่ไกล ถือเป็นการชาร์จแบตให้ตัวเองก่อนกลับมาลุยงานเต็มตัว”
“เอาสิลูก ไปเปิดหูเปิดตาบ้างก็ดี เหนื่อยกับเรื่องเรียนมาตั้งสี่ปีเต็มแล้วนี่นา” ดารินตอบตกลงแทบจะในทันที ทรัพย์สินเงินทองที่ครอบครัวมี แม้จะไม่ได้เป็นเศรษฐีระดับร้อยล้านพันล้าน แต่การส่งลูกสาวไปเที่ยวต่างประเทศใกล้ๆ ถือเป็นเรื่องเล็กน้อยมากสำหรับฐานะเจ้าของโรงแรมสี่ดาว
“ดูแลตัวเองดีๆ ก็แล้วกันนะลูก มีอะไรก็รีบโทรหาพ่อเข้าใจไหม”
เมธากำชับเสียงเครียด ริมฝีปากแห้งผากเมื่อได้ยินคำว่าประเทศเพื่อนบ้าน สถานที่ที่เปรียบเสมือนขุมนรกที่เขาเพิ่งก้าวขาตกลงไป แต่สุดท้ายก็จำต้องฝืนยิ้มและพยักหน้าอนุญาต เพื่อไม่ให้ลูกและภรรยาเกิดความสงสัย
หารู้ไม่ว่า การเดินทางไปพักผ่อนเพื่อชาร์จพลังชีวิตของเมธาวารีในครั้งนี้ จะเป็นการนับถอยหลังสู่จุดเปลี่ยนที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตของเธอ อย่างที่หญิงสาวไม่มีวันจินตนาการถึง
เพนต์เฮาส์สุดหรูใจกลางเมืองหลวง
ความวุ่นวายของมหานครที่ไม่เคยหลับใหลถูกตัดขาดออกไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อก้าวเข้ามาสู่พื้นที่ส่วนตัวบนชั้นสูงสุดของคอนโดมิเนียมหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา บรรยากาศภายในห้องทำงานกว้างขวางถูกตกแต่งด้วยโทนสีดำและสีทอง บ่งบอกถึงอำนาจ รสนิยมเหนือระดับ และความลึกลับของผู้เป็นเจ้าของ
