บทที่ 12 เมียบำเรอล้างหนี้ EP12

“อื้อ”

เมธาวารีเบิกตากว้าง เม้มริมฝีปากปิดสนิทจนเป็นเส้นตรง ร่างกายเกร็งสะท้านเมื่อต้องมาเสียจูบแรกในชีวิตให้กับมัจจุราชร้ายที่เพิ่งเคยเจอหน้ากันไม่ถึงชั่วโมง

เรียวลิ้นร้อนชื้นของคนมากประสบการณ์พยายามละเลียดแซะกลีบปากอิ่มให้เผยอออก เพื่อจะสอดแทรกเข้าไปลิ้มรสความหวานด้านใน แต่เมื่อสาวเจ้าดื้อดึงไม่ยอมเปิดทางให้ มาเฟียหนุ่มก็รู้ดีว่าควรใช้วิธีไหนจัดการ

ฝ่ามือหนาที่เคยตรึงข้อมือของเธอไว้ เลื่อนต่ำลงมาตะโบมเคล้นคลึงที่ทรวดทรงอวบอิ่มภายใต้ร่มผ้าอย่างจาบจ้วง สัมผัสหยาบโลนที่จู่โจมอย่างกะทันหัน ทำให้เมธาวารีตกใจจนเผลออ้าปากเปล่งเสียงห้ามปราม

และนั่นคือช่องโหว่ที่อดิกุลรอคอย

เรียวลิ้นเกลียวตวัดสอดแทรกเข้าไปภายในโพรงปากหวานล้ำอย่างรวดเร็ว กวาดต้อนความไร้เดียงสาและดูดกลืนลมหายใจของเธออย่างตะกละตะกลาม รสจูบที่เริ่มต้นด้วยความดุดันบีบบังคับ ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนและเรียกร้องจนคนที่ไม่เคยประสีประสาในบทรักถึงกับสมองขาวโพลน

เมธาวารีดิ้นรนทุบตีแผงอกแกร่งอยู่ชั่วครู่ ก่อนที่เรี่ยวแรงทั้งหมดจะถูกสูบหายไปกับจูบที่สูบวิญญาณ หญิงสาวกลั้นลมหายใจด้วยความตื่นตระหนกจนร่างกายขาดออกซิเจน สติสัมปชัญญะค่อยๆ ดับวูบลง ร่างบอบบางอ่อนระทวยและสลบไสลไปคาอกของชายหนุ่มในที่สุด

เมื่อรับรู้ได้ว่าร่างใต้พันธนาการหยุดนิ่งและทิ้งตัวอ่อนปวกเปียก อดิกุลจึงค่อยๆ ถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่งและแสนเสียดาย เขาหอบหายใจหนักหน่วง พิศมองใบหน้าหวานที่หลับพริ้มไม่ได้สติด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก

“หึ...อ่อนหัดจริงๆ แค่จูบยังสลบ”

ชายหนุ่มพึมพำ หยัดกายลุกขึ้นนั่งมองร่างแน่งน้อย รสจูบที่หวานล้ำปานน้ำผึ้งเดือนห้ากำลังทำให้เขาคลั่ง แต่เขาจะไม่มีวันยอมลักหลับผู้หญิงที่ไม่ได้สติเด็ดขาด ความภาคภูมิใจของเขามันค้ำคออยู่

“รีบตื่นขึ้นมาสิสาวน้อย ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทน”

เปลือกตาบางกะพริบถี่ๆ ก่อนจะค่อยๆ เปิดขึ้นรับแสงสว่างจากหลอดไฟนีออนสีขาว เมื่อสายตาเริ่มปรับสภาพจนเห็นภาพตรงหน้าได้ชัดเจน คนที่เพิ่งฟื้นคืนสติก็รีบกระเด้งตัวผุดลุกขึ้นนั่งทันที

เมธาวารีกวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนจะพบเข้ากับเจ้าของห้องที่นั่งไขว่ห้างกอดอกมองเธออยู่บนโซฟาตัวหรูปลายเตียง นัยน์ตาคมกริบของเขาจ้องมองเธอราวกับเสือที่รอคอยเวลาขย้ำเหยื่อมานาน

“ตื่นสักทีนะสาวน้อย ฉันนั่งรอเธอจนวิสกี้หมดไปแก้วหนึ่งแล้ว”

อดิกุลวางแก้วคริสตัลเปล่าลงบนโต๊ะ ก่อนจะลุกขึ้นสืบเท้าเดินตรงเข้ามาหาเธอที่เตียงช้าๆ

“อย่าเข้ามานะ อย่าทำอะไรฉันเลย ถ้าเป็นเรื่องหนี้ของคุณพ่อ ฉันสัญญาว่าจะทำงานหาเงินมาชดใช้ให้คุณทุกบาททุกสตางค์” เมธาวารีลนลานถอยกรูดไปจนชิดหัวเตียง ยกหมอนขึ้นมากอดบังหน้าอกไว้เป็นเกราะป้องกัน

“เธอได้ชดใช้แน่ แต่เป็นการชดใช้ด้วยร่างกายของเธอ” อดิกุลตอบเสียงเรียบ

“ไม่ คุณพ่อติดหนี้คุณเท่าไร บอกฉันมาสิ ฉันจะชดใช้ให้ คุณจะได้เลิกยุ่งกับครอบครัวฉันเสียที” หญิงสาวสวนกลับทันควัน นัยน์ตากลมโตจ้องเขม็งอย่างเอาเรื่อง

“หนี้ของพ่อเธอน่ะเหรอ ก็ไม่ได้มากมายอะไรหรอก” อดิกุลก้าวขึ้นมานั่งบนขอบเตียงอย่างสบายอารมณ์

เมธาวารีลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แม้ปากจะบอกว่าจะหาเงินมาชดใช้ แต่ในใจลึกๆ เธอก็หวาดหวั่นกับตัวเลขที่กำลังจะได้ยิน

“ยี่สิบห้าล้านบาท” ชายหนุ่มเอ่ยตัวเลขหนี้ทั้งหมดที่ยังไม่ได้หักลบกลบหนี้จากที่ได้บ้านและโรงแรมมาแล้วหน้าตาเฉย “หามาคืนฉันให้ได้ภายในหนึ่งวันสิ ถ้าหามาวางตรงหน้าฉันได้ ฉันจะยอมปล่อยครอบครัวเธอไป แต่ถ้าไม่ พรุ่งนี้ก็เตรียมจองศาลาวัด จัดงานศพให้พ่อของเธอได้เลย”

ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางใจ เมธาวารีอ้าปากค้าง ตัวเลขสิบห้าล้านบาทภายในหนึ่งวัน ต่อให้เธอทำงานงกๆ ไปจนตายก็ไม่มีทางหามาได้ทัน

“คุณมันหน้าเลือด ไอ้หน้าปลวก คุณพ่อฉันไปติดหนี้บ้าบออะไรคุณมากมายขนาดนั้น”

“หนี้อะไรน่ะเหรอ ก็หนี้พนันที่พ่อของเธอไปถลุงเล่นในคาสิโนของฉันที่ต่างประเทศไงล่ะ”

“ไม่จริง ไม่มีทาง คุณพ่อไม่มีวันเล่นการพนันเด็ดขาด ท่านเกลียดมันจะตายไป” เมธาวารีส่ายหน้าปฏิเสธ เธอรู้จักพ่อของเธอดี ไม่มีทางที่ท่านจะกลายเป็นผีพนันจนสิ้นเนื้อประดาตัวแบบนี้

“ไม่เชื่อ อยากดูสัญญากู้ยืมเงินที่พ่อเธอเซ็นประทับรอยนิ้วมือไว้ไหมล่ะ ฉันจะสงเคราะห์ให้ดูเป็นบุญตา”

“เอามาให้ฉันดูเดี๋ยวนี้” เธอสั่งเสียงห้วน

อดิกุลแค่นหัวเราะ ก่อนจะยอมหันหลังลุกเดินไปที่โต๊ะทำงานมุมห้อง เพื่อหยิบแฟ้มเอกสารหลักฐานมาให้หญิงสาวดู

และในจังหวะที่ชายหนุ่มหันหลังให้ สายตาของเมธาวารีก็พลันเหลือบไปเห็น อาวุธปืนสีดำทมิฬกระบอกหนึ่ง วางทิ้งไว้บนโต๊ะหัวเตียงฝั่งที่อดิกุลเพิ่งลุกไป

ไวเท่าความคิด สัญชาตญาณเอาตัวรอดสั่งให้หญิงสาวพุ่งตัวกระโจนข้ามเตียงไปคว้าปืนกระบอกนั้นมาไว้ในมือได้สำเร็จ! มือบางที่สั่นเทากำด้ามปืนไว้แน่น ยกมันขึ้นเล็งตรงไปยังแผ่นหลังกว้างของมาเฟียหนุ่มทันที

คนที่ระแวดระวังภัยอยู่เป็นนิจอย่างอดิกุล มีหรือจะไม่รับรู้ถึงความเคลื่อนไหวด้านหลัง เขาปรายตามองเงาสะท้อนในกระจกหน้าต่าง รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปาก เขาจงใจวางปืนกระบอกนั้นไว้เป็นเหยื่อล่อ เพื่อทดสอบความกล้าของแม่กวางน้อยตัวนี้อยู่แล้ว

ชายหนุ่มหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับกระบอกปืนอย่างช้าๆ แววตาไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความเยาะหยันที่ส่งผ่านสายตามาให้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป