บทที่ 2 เมียบำเรอ ล้างหนี้ EP2

ร่างสูงสง่างามในชุดสูทสั่งตัดแบรนด์ดังระดับโลกยืนหันหลัง ทอดสายตาคมกริบมองลอดกระจกบานยักษ์ออกไปยังแสงสียามค่ำคืนของกรุงเทพมหานคร

อดิกุล เศวตวิมลพาณิชย์ หรือ อิฐ มาเฟียหนุ่มวัยสามสิบปี ผู้กุมบังเหียนธุรกิจคาสิโนรายใหญ่ในประเทศเพื่อนบ้านและเครือข่ายธุรกิจสีเทาอีกนับไม่ถ้วน กำลังหมุนแก้วคริสตัลที่บรรจุวิสกี้ชั้นเลิศในมือไปมาอย่างเชื่องช้า แม้ตัวเขาจะปักหลักบริหารงานและขยายอิทธิพลอยู่ในประเทศไทยเป็นหลัก ทว่ารังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างแกร่ง กลับทำให้บรรดาลูกน้องฝีมือดีที่ยืนรอรับคำสั่งอยู่ด้านหลังแทบไม่กล้าหายใจแรง

แม้ชีวิตของเขาจะรายล้อมไปด้วยเงินทอง อำนาจ และผู้หญิงที่พร้อมจะพลีกายให้ แต่ลึกๆ แล้ว อดิกุลกลับรู้สึกถึงความเบื่อหน่ายที่กัดกินอยู่ในใจ พรุ่งนี้คือวันเกิดครบรอบวัยสามสิบปีของเขา ซึ่งมันไม่ได้นำมาซึ่งความยินดีใดๆ นอกจากการเตรียมรับมือกับคำสั่งประกาศสายฟ้าแลบของ สุ หมัด เจ้าพ่อคาสิโนผู้เป็นบิดาบุญธรรม ที่ตั้งใจจะใช้โอกาสนี้ประกาศงานหมั้นหมายและคลุมถุงชนเขากับวรรณา ลูกสาวแท้ๆ ของท่านอย่างเป็นทางการ

การที่เขาเดินทางกลับมาประจำการที่กรุงเทพฯ ส่วนหนึ่งเพื่อดูแลธุรกิจ แต่อีกส่วนที่สำคัญไม่แพ้กัน คือการทิ้งระยะห่างจากความวุ่นวายของครอบครัวบุญธรรมที่พยายามจะตีกรอบชีวิตเขา

“ยอดหนี้รวมของนายเมธาตอนนี้อยู่ที่เท่าไร”

น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเย็นชาเอ่ยถามขึ้นทำลายความเงียบ โดยที่เจ้าตัวยังคงไม่หันกลับมามองคู่สนทนา

“ยี่สิบห้าล้านบาทครับนาย” เข้ม ลูกน้องคนสนิทผู้มีใบหน้าดุดันและหนวดเคราครึ้ม รีบก้าวออกมาพร้อมกับเปิดแฟ้มเอกสารในมือรายงานด้วยน้ำเสียงฉะฉาน “หมอนั่นข้ามฝั่งไปเล่นเสียที่คาสิโนของเราติดต่อกันมาเป็นเดือน ตอนนี้ทางผู้จัดการบ่อนฝั่งนู้นสั่งอายัดวงเงินกู้ยืมทั้งหมดตามคำสั่งของนายเรียบร้อยแล้วครับ แต่ดูเหมือนว่าลูกหนี้จะเริ่มรู้ตัวและพยายามบ่ายเบี่ยงการชำระหนี้มาสองงวดติดแล้ว”

อดิกุลแค่นหัวเราะในลำคออย่างหยามหยัน มนุษย์มักจะพ่ายแพ้ให้กับความโลภเสมอ พวกผีพนันที่หวังรวยทางลัดแต่สุดท้ายก็ไม่พ้นกลายเป็นขอทาน หมดเนื้อหมดตัวจนต้องเอาทรัพย์สินมาประเคนให้เขาถึงที่

“ทรัพย์สินค้ำประกันมีอะไรบ้าง” เขาถามพลางยกแก้ววิสกี้ขึ้นจิบ รสชาติบาดคอของแอลกอฮอล์ชั้นดีช่วยขับไล่ความหงุดหงิดในหัวไปได้บ้าง

“บ้านเดี่ยวสองชั้นในกรุงเทพฯ แล้วก็โรงแรมขนาดสี่ดาวชื่อ เมธาดาริน โฮเทล ครับ ประเมินราคาเบื้องต้นรวมกันแล้วน่าจะอยู่ที่ราวๆ สิบล้านบาท ซึ่งยังไม่ครอบคลุมยอดหนี้ทั้งหมดที่กู้ไปครับนาย”

ร่างสูงหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับลูกน้อง นัยน์ตาดุดันดั่งพญามัจจุราชภายใต้กรอบหน้าคมคายหล่อเหลาราวกับรูปสลัก ทอประกายวาววับอย่างคนไร้ความปรานี

“ส่งคนของเราไปจัดการยึดทรัพย์สินทั้งหมดของมันมาให้เรียบร้อย ภายในสามวัน ฉันต้องการให้โรงแรมและบ้านของมันเปลี่ยนชื่อผู้ถือครองมาเป็นของฉันตามกฎหมาย”

“แต่นายครับ กฎของบ่อนเรามักจะประนอมหนี้ให้ลูกหนี้ที่มีธุรกิจรองรับ...” อิน เยง ลูกน้องคนสนิทอีกคนที่ยืนอยู่ข้างๆ เอ่ยแย้งขึ้นเบาๆ ด้วยความลังเล

“ไม่มีการประนอมหนี้สำหรับพวกผีพนันที่ไม่เจียมตัว” อดิกุลตัดบทเสียงเฉียบขาด วางแก้วคริสตัลลงบนโต๊ะทำงานไม้สักทองด้วยท่วงท่าทรงอำนาจ “มันกล้ายืมเงินบ่อนฉันไปถลุงยี่สิบห้าล้าน มันก็ต้องมีปัญญาหามาคืน บอกพวกมันว่าฉันให้เวลาแค่สามวันในการย้ายออก ถ้าตุกติกหรือคิดจะหนี ก็เตรียมตัวลงไปคุยกับรากมะม่วงได้เลย”

“รับทราบครับนาย” เข้มโค้งศีรษะรับคำสั่ง ก่อนจะเอ่ยถามเพื่อความแน่ใจ “แล้วหลังจากยึดบ้านมาได้ นายจะให้ทีมกฎหมายปล่อยขายทอดตลาดเลยไหมครับ หรือจะเก็บไว้เก็งกำไร”

อดิกุลนิ่งคิดไปชั่วครู่ ริมฝีปากหยักได้รูปกระตุกยิ้มร้ายกาจเมื่อนึกสนุกและมองเห็นทางออกบางอย่างให้กับความน่ารำคาญใจของตนเอง

ช่วงนี้สายสืบของบิดาบุญธรรมคอยตามประกบเขาที่เพนต์เฮาส์บ่อยเกินไป หากเขาต้องการหลบเลี่ยงความวุ่นวายและการถูกตามตัวเรื่องการแต่งงาน การลงไปคลุกคลีหรือพักอาศัยชั่วคราวในบ้านเดี่ยวขนาดกลางธรรมดาๆ ที่เพิ่งยึดมาได้ คงเป็นที่ซ่อนตัวที่ไม่มีใครคาดคิด

“ไม่ต้องขายทอดตลาด เก็บไว้แบบนั้นแหละ” นัยน์ตาสีนิลทอประกายเจ้าเล่ห์ “พอดีเลย ฉันกำลังเบื่อๆ เพนต์เฮาส์นี่อยู่พอดี หลังจากครบกำหนดสามวัน จัดการเตรียมบ้านหลังนั้นให้พร้อม ฉันจะเข้าไปดูและพักที่นั่นสักระยะ”

บรรดาลูกน้องต่างลอบมองหน้ากันด้วยความประหลาดใจ แต่ก็ไม่มีใครกล้าปริปากตั้งคำถามกับเจ้าพ่อหนุ่ม

เข้มและอิน เยง รับคำสั่งแล้วรีบถอยออกไปจากห้อง ทิ้งให้อดิกุลยืนแสยะยิ้มอยู่ในความเงียบเพียงลำพัง

อีกไม่กี่วันข้างหน้า หนี้สินยี่สิบห้าล้านบาทกำลังจะเปลี่ยนชีวิตครอบครัวที่เคยแสนสุขครอบครัวหนึ่ง ให้พังพินาศลงอย่างไม่มีชิ้นดี และเขา ในฐานะเจ้าหนี้ จะเป็นคนเหยียบย่ำเศษซากความหยิ่งทะนงของพวกมันให้จมดินด้วยตัวเอง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป