บทที่ 4 เป้าหมาย

เสียงเข้มดังขรึมดังมาจากอีกฟากหนึ่งซึ่งค่อนข้างมืดสลัวๆ นิดๆ จนเกือบไม่เห็นตัวคนพูดเท่าไรแต่ทำไมจะไม่รู้ว่ามันเป็นเสียงไอ้เร็น

หนุ่มที่ค่อนข้างขาโหดเอาเรื่องกับทุกคนที่เข้ามามีเรื่องด้วยแต่ใช่ว่าไอ้ซันคนนี้จะสนที่มันพูดนิครับ ผมดึง SKL strawberry Menthol บุหรี่รสที่ผมชอบมากและโปรดปรานที่สุดเลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะกลิ่นของมันสตอเบอรี่อีกอย่างเมื่อสูบเสร็จแล้วไม่มีกลิ่นเหม็นติดตัว

นี่แหละที่น่าซื้อและน่าใช้

“อะเช็ดก่อนไหมแก้มมึงรอยเต็มเชียว ปกติโคตรหวงตัววันนี้มาแปลกวะปล่อยให้สาวหอมแก้มลูบไล้ด้วย

แปลกเหี้ย ๆ”

มือขาวๆ ของไอ้เทนยื่นทิชชู่มาให้ก่อนที่ผมจะรับไว้แล้วรีบเช็ดไปที่แก้มของตัวเองทันทีเพราะเริ่มขยักแขยงเต็มทีแล้ว

ปล่อยให้แค่หนึ่งวันนี้วันเดียว วันอื่นๆ อย่าหวัง

“กูไม่ได้แปลกอะไรทั้งนั้น กูแค่อารมณ์ดีเฉยๆ”

ผมตอบพวกมันก่อนที่ตัวเองคว้าแก้วขึ้นมามองน้ำเหลวๆ สีอำพันที่หมุนไปมาในแก้วตามแรงมือที่ผมส่งไปเบาๆ ก่อนที่จะกระดกเข้าปากรวดเดียวจบ

“วันนี้มึงทวงหนี้ได้เยอะหรอวะไอ้ซัน?”

“ก็ประมาณนั้น จะว่าได้มากกว่าทุก ๆ วันมันก็ใช่นะไอ้แอล”

ผมหันตาไปสบสายตากับไอ้แอลที่นั่งอยู่ตรงข้ามพร้อมกับเหยียดยิ้มให้มันเป็นนัย ๆ ที่มีอะไรบางอย่างซุกซ่อนอยู่ และแน่นอนว่าอีกฝ่ายรับรู้ดี

“ทำหน้าแบบนี้แสดงว่ามีของที่มันถูกใจชัวร์ว่ะ อะไรที่ทำให้มึงเป็นได้ถึงขนาดนี้”

เสียงของไอ้คิน ไอ้โจเนสและไอ้ยูพูดขึ้นพร้อมกันราวกับมีการนัดหมายมาก่อน ก็มันแน่อยู่แล้วละเป็นเพื่อนกันมากี่ปีแล้วทำไมเรื่องแค่นี้พวกมันจะดูไม่ออก แค่นหนึ่งเปลี่ยนไปคนที่เหลือก็รับรู้แล้ว

ทันทีที่ผมหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาดูก็พบกับรูปสาวน้อยคนหนึ่งที่มีรอยยิ้มที่แจ่มใส เหมือนโลกทั้งใบไม่เคยเจอสีดำ สายตาที่เธอสื่อออกมานั้นมันไร้เดียงสาเอามาก ๆ อีกทั้งยังมีถ้าให้ผมเดาผู้หญิงคนนี้ค่อนข้างไม่รู้เรื่องอะไร อ่อนต่อโลกเป็นแน่  

ใบหน้าเรียวสวยในทุกจุด ริมฝีปากบางนิด ๆ น่าหลงใหล จมูกโด่งรับเข้ากับใบหน้าที่มีการไว้ผมหน้าม้าไม่หนา ผมสลวยยาวสีน้ำตาลทอง เผยให้เห็นใบหน้าที่ไม่ต้องแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางใด ๆ ทั้งสิ้น

ทุกอย่างบนตัวผู้หญิงคนนี้มักออกจะดูเรียบ ๆ แต่มันมีสิ่งที่น่าดึงดูดมากจากปากพี่ชายของเธอนั้นซึ่งถือว่าน่าสนใจสำหรับผมเลยทีเดียว นั่นก็คือประโยคที่ว่า ฉันรับรองจริงๆ นะว่ายาหยียังสด ยังซิง จริง ๆ นะ ขนาดเที่ยวกลางคืนยังไม่เคย นับประสาอะไรมันจะเคยกับเรื่องแบบนั้น

สำหรับผมมันช่างเป็นประโยคที่น่าสนใจมากเลยทีเดียว น่าสนใจมากเป็นพิเศษยิ่งการได้รับการการันตีจากพี่ชายมันยิ่งน่าสนใจเพิ่มไปอีก

น่าทดลองมากเป็นพิเศษเลยว่ามั้ย

นี่แหละความเห็นแก่ตัวของคน ซึ่งในนั้นก็รวมผมเข้าไปด้วยแล้วกัน เพราะว่าไม่อยากเสียเปรียบในมุมมองของตัวเองด้วย

ยิ่งถ้าเป็นผู้ชายได้มาฟังประโยคนี้เหมือนที่ผมได้ยิน ใครมันจะไม่อยากลองล่ะ ผมไม่ได้เสียหายอะไรสักหน่อยมีแต่ได้กับได้ด้วยซ้ำ

แต่ถ้ามันไม่เป็นอย่างที่ไอ้ยิวพูด การโต้กลับของผมมันมีอยู่ทางเดียวเท่านั้น นั่นก็คือบอกให้มันเตรียมตัวตายได้เลย

เพราะมันจะไม่มีวันได้ยินคำว่าปรานีจากปากผม ไม่มีวันได้รับโอกาสอีก ทุกอย่างมันจะเดินไปตามกลไกที่ผมวางเอาไว้โดยที่ไม่มีใครได้สอดมือเข้ามายุ่งกับมันอีก

“มันแน่อยู่แล้วว่ะพวก”

“ชั่วจริง ๆ”

“ไม่ชั่วจะอยู่กับพวกมึงได้ยังไง”

พอได้ยินประโยคนี้มาจากพวกเดียวกัน แน่นอนว่าต้องเถียงออกไป ไม่รับเอาไว้คนเดียวแน่ ๆ ในเมื่อสามารถรับได้หลายคน รวมไปถึงคนที่เอ่ยพูดออกมาอย่างไอ้แอลด้วย

น้อยหน้าที่ไหนละคนแบบมัน

“ดีมากหรือยังไง?”

“ก็ประมาณหนึ่งได้ ไม่ได้ดีเกินไปถึงขนาดนั้น” จากเท่าที่ประเมินด้วยสายตาผ่านรูปภาพ แต่ยังคนต้องมองในมุมความเป็นจริงต่อ ซึ่งนั่นแหละยังไม่ได้เจอเลยเอาแค่นี้ไปก่อน “แต่ไม่ได้แย่”

“ขอให้จริงเถอะว่ะ”

“ให้มันเป็นแบบนั้นแล้วกัน ไม่งั้นไอ้ห่านั้นตายแน่ ๆ เพราะกูไม่ปล่อย”

“ก็ยังโหดอยู่เหมือนเดิม”

ก็อยู่ในระดับเดียวกับคนถามอย่างมันนั้นแหละ กลุ่มนี้มีใครปกติบ้างหรือไง มีแต่ไม่ยอมกันทั้งนั้นไม่ว่าจะด้วยเรื่องอะไรก็ตาม

“ไม่น้อยหน้าพวกมึงหรอก”

“แล้วของมึงนี่มั่นใจแล้วใช่ไหม เป็นยังไง”

“ของกูโคตร.....”

ลากยาวประโยคที่กำลังเอ่ยออกมา พูดไม่หมดด้วยซ้ำแล้วก็หยุดแค่นั้น ผมคว้าแก้วเหล้าที่อยู่ตรงหน้าแล้วจัดการกระดกเข้าปากอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้พวกเพื่อนของตัวเองอยากรู้ไว้แบบนั้นแหละ

จากนั้นก็ลุกขึ้นเต็มความสูงของตัวเองแล้วก้มวางแก้วลง ถึงเวลาที่ผมต้องไปพักผ่อนร่างกายเสียที พักผ่อนรอช่วงเวลาที่น่าสนุก

ก่อนที่จะร่ำลาเพื่อน ๆ ของตัวเอง ออกมาจากคลับเพื่อมุ่งหน้าขึ้นรถของตัวเอง ท้ายสุดแล้วผมก็กดเข้าไปยังโทรศัพท์อีกครั้ง

รูปที่ค้างไว้ก็ขึ้นมาแสดงอีกครั้งหนึ่ง เสียงจากหน้าจอในรถราคาแพงที่มืดสลัว มันแสดงอกมาอย่างชัดเจน ปรากฏแก่สายตาของผมอีกครั้งหนึ่ง

ผู้หญิงที่ทำให้ผมสนใจในรอบที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ของวันนี้ ผู้หญิงที่ทำให้ผมกระตุกยิ้มมุมปากขึ้น และเป็นผู้หญิงที่ทำให้ผมอยากเร่งเวลาให้มาเร็ว ๆ เพื่อที่จะได้เจอตัวจริง

“อีกสองวันเราจะได้เจอกันยาหยี”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป