บทที่ 7 ตอกย้ำ

บทที่ 7 ตอกย้ำ

“หยุดเซ้าซี้ได้แล้วหยี ทุก ๆ อย่างมันเป็นความจริงทั้งหมด ฉันติดหนี้เขาจริง ๆ ถ้าอยากให้รอดก็ต้องช่วยไม่ต้องมาถามถึงสาเหตุใด ๆ ทั้งนั้นเพราะมันไม่มีคำตอบให้”

“พี่ยิว...”

“…”

สรรพนามที่พี่ยิวใช้เรียกตัวเองเปลี่ยนไปในพริบตาจากคำว่า “พี่” เปลี่ยนเป็น “ฉัน” ยิ่งฟังยิ่งทำให้หัวใจห่อเหี่ยวลงกว่าเดิม พี่ชายที่เกิดจากสายเลือดร่วมกัน มีเหลือกันเพียงแค่นี้บนโลกใบนี้ แล้วเรื่องราวที่เกิดขึ้นนั้นมันจะหนักหน่วงอะไรขนาดนี้ ทุกอย่างมันมาถึงจุดที่กำลังจะพังลงหรือไงกัน

ทำไมถึงเป็นแบบนี้

หนทางออกมันยิ่งดูเหมือนตันลงเรื่อย ๆ

ความพินาศที่มันกำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ต่างหากที่รับมือได้ยาก สิ่งที่กำลังจะเกิดในตอนนี้ที่ฉันคิดว่ามันต้องพาตัวเองเข้ามาเกี่ยวข้อจนได้ ถึงจะไม่รู้เรื่องราวและไม่ได้เป็นคนทำให้เกิดขึ้นด้วยซ้ำ ไม่รู้ว่าจะมาทางไหน แต่ยังไงก็มีมาแน่ ๆ เดาจากสายตาของพี่ชายตัวเองได้เลย

“อย่าบอกนะว่าพี่ยิวกับไปเล่นมันอีกแล้ว พี่ไปเล่นมันอีกแล้วใช่ไหมกับไอ้การพนัน ทำไมถึงไม่หยุด”

“...”

คำตอบคือความเงียบแบบนี้ มันยิ่งทำให้ฉันรู้ดีว่ามันใช่ ครั้งก่อนทุก ๆ คนรู้ไหมว่าทำไมฉันถึงต้องมาอยู่ที่บ้านเช่าหลังเล็ก ๆ แห่งนี้ นั่นก็เพราะว่าพี่ยิวขายบ้านที่พ่อแม่เป็นคนสร้างขึ้นเพื่อใช้หนี้พนัน ขายทรัพย์สินในบ้านที่มีค่าทุกชิ้นไม่เหลือก็เพื่อชดใช้หนี้ ทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองรอด แม้จะไม่มีที่ซุกหัวนอนก็ตาม

“อย่าทำตัวเหมือนเป็นเจ้าของชีวิตฉันยาหยี ฉันจะเล่นหรือไม่มันไปหนักหัวแกหรือไง ไป ๆ ซะมันก็จบหรือแกอยากให้ฉันตายห่า”

“…”

นั่นไง แต่นี่มันชีวิตของฉันเลยนะ ต้องไปทั้งที่ไม่ใช่คนก่อเรื่องด้วยซ้ำ

“ใช่ ถ้าอยากให้พี่ของเธอรอด มีลมหายใจบนโลกนี้ต่อก็ไปดี ๆ ฉันไม่มีเวลาว่างนักที่จะได้มารอใคร” ผมเดินเข้ามายืนข้างหลังของไอ้ยิวทันทีก่อนที่จะค่อย ๆ ถอดแว่นตาออกเพื่อมองผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าอย่างชัด ๆ แบบไม่มีอะไรมาขวางกั้น “หรือว่าอยากให้พี่ชายสุดเลวของเธอตายไปต่อหน้าล่ะ เลือกได้เลย ฉันจัดให้ได้นะทุกอย่างนั่นแหละ”

“…”

สายตาสีรัตติกาลเผยขึ้นมาทันทีเมื่อชายคนนั้นถอดแว่นตาออก ฉันถึงกับตะลึงเมื่อได้เห็นหน้าตาของเขาชัดเจน ชายผู้นี้มีครบหมดทั้งหล่อ เท่อีกทั้งดวงตาสีรัตติกาลคู่นี้เมื่อฉันสบตาเข้าไปมันกับแสดงความรู้สึกที่ว่างเปล่าไม่รู้เลยว่าเขาคิดอะไร

มีเพียงว่าเขากำลังกดดันฉันอยู่แบบกลาย ๆ ด้วยคำพูดและท่าทางเท่านั้น ซึ่งนั่นมันก็หมายความว่าให้ฉันต้องเลือกโดยไม่มีการหลีกได้

ฉันที่ตกอยู่ในสถานการณ์ค่อนข้างลำบาก

“ไม่มีคำตอบแบบนี้แสดงว่าน้องมึงคงอยากเห็นมึงตายต่อหน้าว่ะไอ้ยิว!”

ฉึก!

โอ้ย!

ความรวดเร็วปานดั่งแสงพร้อมกับเสียงเรียกร้องที่บ่งบอกว่าเจ็บปวดอย่างทรมาน ทำให้ฉันหลุดออกจากการนึกคิดแล้วมาสนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้า

น้ำสีแดงเหลวที่ต่างหลั่งไหลเป็นสายออกมาจากลำคอของพี่ยิวมันทำให้ฉันตกใจมากจนทำให้เสื้อสีขาวเลอะไปด้วยสีแดง

น่ากลัวยิ่งกว่าสิ่งใดอีก

มันไม่ใช่แล้ว

ใบมีดเล็กที่ถูกบรรจงกดด้วยแรงจากเบาไปหนักบาดลึกเข้าไปที่ลำคอของพี่ยิว น้ำตาของฉันหลั่งไหลออกมาทันที ไม่นึกเลยว่าชายผู้นั้นจะทำแบบนี้ ใจดำที่สุด

“ทำอะไร หยุดนะ หยุด บอกให้หยุดไง ทำอะไร ปล่อยพี่ชายหยีนะ ขอร้อง”

ฉันเข้าไปจับข้อมือข้างที่จับมีดของผู้ชายที่ชื่อว่าซันออกจากคอของพี่ชายตัวเอง แต่ทว่ามือมันกับไม่ขยับเลยสักนิดเดียว

“หยี?”

ผมทวนสรรพนามที่เธอใช้แทนตัวเอง มันเป็นครั้งแรกนะที่ผมได้ยินทั้ง ๆ ที่ยังไม่สนิทอะไรกับผู้หญิงคนนี้มาก่อน

“ใช่หยี ปล่อยพี่ยิวเถอะ ขอร้อง ยอมแล้ว หยียอมไปกับคุณแล้ว”

ฉันพูดขึ้นอีกครั้งในขณะที่มือก็ยังไม่ปล่อยจากเขาเลยสักนิดเดียวและพยายามผลักมือที่ถือมีดออกจากคอพี่ชายของตนเองเพื่อออกห่าง ไม่รู้แล้วว่าป่านนี้เลือดจะออกจนหมดตัวหรือยัง

นี่มันคืออีกด้านหนึ่งของผู้ชายที่ชื่อซันคนนี้สินะ ผู้ชายที่มีใบหน้าใสๆ เหมือนกับวัยรุ่นทั่วไปแต่การกระทำกับตรงข้าม

เขาทั้งโหดกว่าที่คิด

ตุบ!

“พี่ยิวเจ็บไหม?”

ทันทีที่เขาปล่อยพี่ยิวออกจากการจับกุม พี่ชายของฉันก็ทรุดลงทันทีใบหน้าที่เริ่มซีดขาวราวกับกระดาษมันยิ่งทำให้ฉันหวั่นใจ

“ทำไมไม่ปล่อยให้ฉันตายไปเลยล่ะถึงได้พูดออกมา พูดแล้วดอกพิกุลจะล่วงออกปากหรือไงวะ!”

น้ำเสียงอันแสนเกรี้ยวกราดและโกรธพูดขึ้นใส่ใบหน้าของฉันทันที หลังจากที่พี่ยิวเหลียวหน้ามาสบตากับฉัน

“ไปกับฉันได้หรือยัง?”

ว่าแล้วผมก็กระชากร่างของยาหยีให้ลุกขึ้นมาโดยไม่รีรออะไรเลย ผมลากเธอออกจากบ้านอันทรุดโทรมเก่าแก่จนจะกลายเป็นวัตถุโบราณอยู่แล้ว ไม่รู้ว่าอยู่เข้าไปได้ยังไง ไร้ความปลอดภัยที่สุด

“ปล่อยหยีก่อนขอหยีดูพี่ยิวก่อนนะคะ”

“ไม่ขึ้นรถ!”

น้ำเสียงอันเฉียบขาดของผู้ชายที่นั่งอยู่ประจำคนขับพูดขึ้นมันทำให้ฉันนั่งนิ่งราวกับถูกปูนฉาบเอาไว้ ฉันแค่ขอไปดูพี่ชายเองนะ

“ลดความเร็วลงหน่อยได้ไหม...หยีกลัว”

ฉันรวบรวมความกล้าก่อนที่จะพูดขึ้นอีกครั้งเมื่อเห็นว่าเขาขับรถเร็วมากทั้งปาดซ้ายปาดขวาจนน่ากลัวตอนนี้มือของฉันก็ยังจับเบาะไว้แน่น

“รู้อะไรไหมใช้หนี้สำหรับฉันมันคืออะไร?”

ผมถามขึ้นทั้งๆ ที่ยังไม่ลดความเร็ว

“ใช้หนี้แทนพี่ให้หยีไปเป็นแม่บ้านหรอคะ?”

“เธอนี่ซื่อจนเซ่อจริงๆ วะ แบบนี้ไอ้ที่พี่ชายเธอบอกมันก็คงจะจริง ซิงแน่นอนสินะ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป