บทที่ 11 ต้องใช้เวลา

วิชชุดาเริ่มต้นกล่าวเปิดการประชุม พร้อมแจ้งแก่ตัวแทนจากบริษัทลูกค้าว่า ภีรดาประธานบริษัทติดภารกิจด่วน จึงไม่สามารถมาร่วมประชุมในครั้งนี้ได้ และได้มอบหมายหน้าที่สำคัญทั้งหมดให้กับเลขาฯ คนใหม่อย่างปภาวรินทร์เป็นผู้ดำเนินการแทน คำประกาศนั้นทำให้ปภาวรินทร์รู้สึกถึงความรับผิดชอบอันใหญ่หลวงที่วางอยู่บนบ่า

วินาทีที่ปภาวรินทร์ก้าวออกมายืนต่อหน้าคณะผู้บริหารและลูกค้ารายใหญ่ หัวใจของเธอกระตุกวูบเมื่อสบเข้ากับดวงตาคมปลาบของนรภัฏที่นั่งไขว่ห้างจ้องมองเธออยู่ก่อนแล้ว สายตาของเขาเหมือนกำลังรอคอยดูความผิดพลาด แต่นั่นกลับกลายเป็นแรงผลักดันให้พยายามตั้งใจทำทุกอย่างให้ออกมาดีที่สุด

“สวัสดีค่ะทุกท่าน ดิฉันปภาวรินทร์ เลขาฯ คนใหม่ของท่านประธาน ขออนุญาตนำเสนอรายละเอียดแผนการดำเนินธุรกิจในไตรมาสนี้ค่ะ” เสียงหวานใสที่กังวานและเต็มไปด้วยความมั่นใจเริ่มสะกดคนทั้งห้อง ข้อมูลตัวเลขทางบัญชีที่ซับซ้อนถูกเธอย่อยให้เข้าใจง่ายและนำเสนอออกมาได้อย่างไร้ที่ติ

นรภัฏมองดูหญิงสาวที่เขาเคยตราหน้าว่าเป็นเด็กเส้นด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป

ปภาวรินทร์ในชุดทำงานที่รัดกุมทว่าเน้นส่วนเว้าส่วนโค้งอย่างเป็นธรรมชาติ ยามที่เธอขยับตัวชี้แจงกราฟบนหน้าจอ ท่วงท่าเหล่านั้นกลับดูเย้ายวนใจจนเขาแทบจะไม่ได้ฟังเนื้อหาที่เธอพูด สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่เรือนร่างของเธอราวกับถูกมนต์สะกด

เมื่อการนำเสนอในส่วนของเธอจบลงอย่างงดงาม ปภาวรินทร์ก็ส่งไม้ต่อให้นรภัฏและวิชชุดา เพื่อชี้แจงในส่วนของผลประกอบการรวมถึงความน่าเชื่อถือของบริษัท

หลังเลิกงานเธอก็รีบไปยืนรถเมล์ด้วยความเร่งรีบ เพราะไม่อยากปล่อยให้คุณยายต้องรอคอยอยู่ที่บ้านเพียงลำพังด้วยความเป็นห่วง

สองสัปดาห์รวดเร็วราวกับสายลมพัดผ่าน นับตั้งแต่ปภาวรินทร์ก้าวเข้ามาในฐานะเลขาฯ ทุกสิ่งทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่นไร้ที่ติ ทั้งเนื้องานที่เธอรับผิดชอบและความสามารถอันโดดเด่นที่เธอแสดงออกมา

ปภาวรินทร์ปรับตัวเข้ากับบทบาทใหม่ได้อย่างน่าทึ่ง แต่เธอจะต้องเผชิญหน้ากับเงาอดีตที่ยังคงตามหลอกหลอน เมื่อ นรภัฏเจ้านายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลกำลังจะพาเธอไปดูงานยังต่างแดน และครั้งนี้ก็จะมีเพียงเขาและเธอเท่านั้นที่จะร่วมเดินทาง ปล่อยให้ภีรดาประธานบริษัทผู้เป็นน้องสาวของเขาอยู่เบื้องหลังตามความตั้งใจเดิม

“หนักใจอะไรหรือเปล่าคะ...คุณฝ้าย” เสียงหวานใสของภีรดาเอ่ยถามเลขาฯ ส่วนตัวของเธออย่างอ่อนโยน หลังจากเสร็จสิ้นการประชุมผู้ถือหุ้นในช่วงเช้า สายตาของภีรดาจับจ้องไปยังใบหน้าสวยคมของปภาวรินทร์ ที่ซ่อนความรู้สึกอยู่ภายใน

“ไม่ได้หนักใจอะไรเลยค่ะ...คุณพริม” ปภาวรินทร์ตอบกลับด้วยรอยยิ้มเจื่อน พยายามซ่อนเร้นความกังวลที่กำลังก่อตัวขึ้นในอก แม้ภายนอกจะดูสงบนิ่ง แต่ภายในใจกลับเต้นระรัวด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย

“ยังไง พริมจะให้พี่นุช่วยแวะไปดูคุณยายให้นะคะ ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกค่ะ” ภีรดาเอ่ยปลอบโยน และรู้ถึงความห่วงใยที่ปภาวรินทร์มีต่อผู้เป็นยาย

“แต่ว่า...คุณพริมคะ!!!” ปภาวรินทร์อุทานขึ้นอย่างตกใจเล็กน้อย เมื่อความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในห้วงคำนึง

“อะไรเหรอคะ...คุณฝ้าย” ภีรดาเลิกคิ้วถามอย่างสงสัย

“เหมือนพี่ชายของคุณพริมยังผูกใจอาฆาตฝ้ายเรื่องในอดีตอยู่เลยนะคะ” น้ำเสียงของปภาวรินทร์แฝงไว้ด้วยความกังวลอย่างเห็นได้ชัด ภาพของนรภัฏที่มักจะมองเธอด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา ยังคงวนเวียนอยู่ในความทรงจำ

“ของแบบนี้มันก็ต้องใช้เวลาสิคะ เวลาและความจริงใจเท่านั้นที่จะเป็นเครื่องพิสูจน์ เชื่อพริมนะคะ...คุณฝ้าย” ภีรดาเอื้อมมือไปกุมมือของปภาวรินทร์เบาๆ เพื่อส่งผ่านกำลังใจและความอบอุ่นให้แก่เธอ

“ขอบคุณค่ะ ที่คุณพริมให้โอกาสฝ้าย” ปภาวรินทร์กล่าวขอบคุณจากใจจริง ความรู้สึกขอบคุณท่วมท้นในอก ที่ภีรดาเข้าใจและให้โอกาสเธอได้พิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง

“อย่าคิดมากสิคะ พริมอยากทำเพื่อพี่ชายอีกครั้ง พริมไม่อยากเห็นเค้าหนีไปไหนไกลๆ อีกแล้ว” ภีรดาเผยความรู้สึกที่แท้จริงออกมา เธอปรารถนาที่จะเห็นพี่ชายของเธอมีความสุขและได้เริ่มต้นใหม่

“ฝ้ายจะทำให้เต็มที่ค่ะ” ปภาวรินทร์ตอบรับอย่างหนักแน่น ดวงตาเป็นประกายแห่งความมุ่งมั่น

“ดีแล้วค่ะ คุณฝ้าย ไม่ต้องเป็นห่วงงานทางนี้นะคะ จากนี้คนดูแลบริษัทก็จะเป็นพริมและคุณวิชชุดา แต่หลักๆ ก็จะเป็นวิชชุดานั่นแหละค่ะ” ภีรดาพูดพร้อมรอยยิ้มขี้เล่น สร้างบรรยากาศให้ผ่อนคลายลง

ในวันเดียวกันนั้น นรภัฏกลับรู้สึกหงุดหงิดใจอย่างประหลาด เมื่อหญิงสาวที่เคยนั่งทำงานอยู่ในห้องเดียวกันกับเขา บัดนี้กลับไปทำหน้าที่เลขาฯ ให้กับน้องสาวของเขาเสียแล้ว การอยากพบหน้าอย่างแรงทำให้เขาไม่อาจอยู่เฉย ๆ ได้ แต่คนอย่างนรภัฏมีหรือจะยอมเดินไปบอกความในใจตรงๆ เขาจึงต้องหาข้ออ้างที่ฟังดูสมเหตุสมผลเพื่อที่จะได้ใกล้ชิดเธออีกครั้ง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป