บทที่ 3 ร้ายกว่าการกระทำคือคำพูด
“ช่างเถอะ...” รีน่าพูดขึ้นเบาๆ
“เมาก็คงขึ้นห้อง... เธอจะไปทำอะไรต่อก็ไปเถอะ”
คำพูดนั้นเหมือนคำสั่งกลายๆ
“ค่ะ…” มิลินพยักหน้ารับ
จากนั้นก็เดินเลี่ยงออกไปทำอย่างอื่น
ข้างนอกตรงทางเดิน มิลินสาวเท้าเดินเร็วขึ้นเล็กน้อย เมื่อรู้สึกได้ว่า เหมือนมีอะไรบางอย่างจ้องมองเธออยู่
“คิดมากไปเอง…” เธอพึมพำ สูดหายใจเข้าลึกๆ
“มิลิน!”
เสียงคุ้นหูดังขึ้นจากด้านหลัง เธอหยุดและหันไปมอง
“คุ คุณกองทัพ…”
มิลินอึ้งเล็กน้อย มองซ้ายแลขวา ตรงนั้นมีเพียงเขายืนอยู่เพียงลำพัง
“คุณเมาแล้ว...”
เธอเห็นว่าสีหน้านั้นซับสีเลือดฝาด แต่เขายังยื่นนิ่ง ไม่หือไม่อือ จึงถามไปใหม่อีกครั้ง
“คุณกองทัพไม่เป็นอะไรใช่ไหมคะ”
เขาไม่ตอบ เพียงแต่เดินเข้ามาใกล้ขึ้นอีก
ทุกย่างก้าวของเขา พาให้บรรยากาศรอบตัวดูอึดอัด
มิลินรับรู้ได้ถึงความผิดปกติ จนเผลอจิกเท้า สองมือกำเข้าหากันเน้น จนคนตรงหน้ารับรู้ได้
“กลัวฉันเหรอ...”
“ปะ เปล่า”
คิ้วดกหนาขมวดเข้าหากัน
“อาการออกชัดขนาดนั้น ยังมาปากแข็งอีกนะ”
มิลินกลืนน้ำลายลงคอ
“หากคุณกองทัพไม่มีอะไรแล้ว มิลินขอตัวนะคะ”
“ฉันอนุญาตแล้วเหรอ”
ประโยคที่เต็มไปด้วยอำนาจ ทำให้เท้าที่กำลังก้าว หยุดกึก
“คุณกองทัพ ต้องการอะไรคะ” เธอหันกลับมาถามตรงๆ หวังจบเรื่องให้เร็วที่สุด
โดยไม่รู้ว่าอาการของตัวเองยิ่งทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจ
เขาดันลิ้นกับกระพุ้งแก้มด้านในช้าๆ สันกรามตึงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
“ต้องมีสิ ถึงได้มา แต่อย่าสำคัญตัวผิด...”
สายตาของเขา เจาะจงมาที่เธอ
“คะ?”
จากนั้นเขายังก้าวเข้ามาใกล้ ใกล้จนมิลินต้องถอยหลังเพื่อเว้นระยะห่าง
“คุณ…ดูไม่ค่อยดีนะคะ” เธอพยายามพูด เพื่อให้อีกฝ่ายฉุกคิด แต่เหมือนไร้ผล เขายังมุ่งตรงมาหาเธอจนใกล้แค่เอื้อม
“จะให้เรียกใครมาช่วย...”
แน่นอนหากเขาไม่สบายตัวเธอต้องเรียกคนอื่นมาดูแล
“ไม่ต้อง...” คำตอบสั้นๆ และเด็ดขาด มิลินชะงัก
“ฉัน...” เขายกมือขึ้นแตะหน้าผากตัวเอง ลมหายใจดังหนักขึ้น เหมือนคนเหนื่อยหอบ
“คุ... คุณ...” มิลินเริ่มกลัว ปนกังวลว่าเขาจะเป็นอะไรไป
“มิลินไปตามคนมาดีกว่า” จากนั้นก็หมุนตัวเพื่อเดินไปตามคนมาช่วยดู แต่ไม่ทันก้าวที่สอง
หมับ!
ข้อมือของเธอถูกคว้าไว้แน่น มิลินใจเต้นแรง ตาเบิกกว้างเพ่งมองใบหน้านั่น
“คะ คุณกองทัพ...”
ดวงตาของกองทัพจ้องเขม็ง ไม่ใช่สายตาที่เย็นชา แต่มันคือสายตาที่ร้อนจัด…และน่ากลัว
“คิดจะหนีเหรอ...” คำถามนั้นต่ำและกด
“นะ หนีอะไรคะ”
“อย่ามาตีหน้าตายย้อนถามฉัน!”
“ก็คุณไม่ไหว...”
“เธออยากให้ฉันเป็นแบบนี้ตั้งแต่แรกแล้วไม่ใช่เหรอ”
มิลินหน้ากัดริมฝีปากจนห่อเลือด
ทั้งโมโห ทั้งสับสนกับคำกล่าวหา
“คุณกองทัพ… พูดอะไรของคุณคะ”
“ก็พูดในสิ่งที่เธอทำกับฉันไง” เสียงทุ้มหนักตะโกนใส่หน้า
มิลินชาวาบไปทั้งตัว
“มิลินไม่รู้ว่าที่คุณพูดหมายถึงอะไร”
“ยังให้ฉันต้องสาธยายอีกเหรอ”
จากนั้นก็ยกมือข้างหนึ่งไปบีที่ท้ายทอยตัวเอง เมื่ออาการร้อนวูบวาบรุมเร้าเข้ามาอย่างรุนแรง จนแทบประคองตัวยืนต่อไม่ไหว
“ได้” เขาตัดบททันที เสียงแข็งจนแทบกระแทกใส่หน้า
“งั้นฉันจะไม่พูด”
สิ้นคำ แรงบีบที่ข้อมือเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน
“อ๊ะ....” ความเจ็บแล่นวาบขึ้นมาจนเธอหน้าเหยเก
“เจ็บ… ปล่อยมิลินเถอะค่ะ” เสียงเธอสั่น แต่เขาไม่แม้แต่จะเห็นใจ
จากนั้นเขาก็กระชากเธอให้เดินตาม
“คุณกองทัพ!”
เธอเซตามแรงดึง ก้าวแทบไม่ทันจนเกือบสะดุดล้ม
“คุณจะพามิลินไปไหนคะ!”
เธอพยายามฝืนทรงตัวให้ทันจังหวะก้าวยาวของเขา อีกมือรีบแกะนิ้วที่บีบข้อมือเธอออก
แต่ยิ่งเธอขัดขืน แรงบีบก็ยิ่งเพิ่ม จนเหมือนกระดูกกำลังจะแตกร้าว
“ชะ ช่วย...”
ในช่วงเวลาอันสั้นที่เต็มไปด้วยความตื่นกลัว เธอตัดสินใจร้องขอความช่วยเหลือ แต่ถูกกลืนหายเพราะความคิดหนึ่ง
แม่ของเธอ… ยังต้องทำงานอยู่ในบ้านหลังนี้ แค่นั้นก็เพียงพอ ให้เธอไม่กล้าแม้แต่จะส่งเสียง
และนั่นทำให้มุมปากยักของอีกฝ่ายกระตุกขึ้นอย่างสาแกใจ
“ปล่อยมิลินเถอะนะคะ!” เสียงเธอสั่น แววตาขอร้อง
เขาไม่ใส่ใจ มีเพียงแรงดึงที่หนักขึ้นทุกวินาที และลมหายใจของเขาที่ร้อนและแรงขึ้นเรื่อยๆ
ทางเดินเริ่มเปลี่ยน จากแสงสว่าง…สู่ความมืดสลัว พร้อมกับลมหายใจหนักๆ
“ปล่อยมิลินเถอะค่ะ…” เสียงเธอแผ่วลง
เขาไม่แม้จะหยุดหรือชะลอ จนกระทั่งถึงจุดหมายที่ต้องการ
ในวินาทีต่อมาที่ประตูรถสปอร์ตถูกเปิดออก แล้วผลักร่างบางเข้าไปสู่ความมืดด้านใน โดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้หนี...
ปัง!
ประตูรถปิดลง
โลกด้านนอกถูกตัดขาดทันที เหลือเพียงความเงียบ…และลมหายใจที่ไม่เป็นจังหวะของคนสองคนในพื้นที่แคบๆ
มิลินหายใจไม่ทั่วท้อง แผ่นหลังบางแนบสนิทกับเบาะหนังจนสัมผัสได้ถึงความกระด้างพอๆ กับแววตาของคนตรงหน้า
ข้อมือเล็กของเธอทั้งสองข้างถูกรวบตรึงไว้เหนือศีรษะด้วยมือหนาเพียงข้างเดียว
“ปล่อยมิลินเถอะ…” เสียงเบาสั่น เต็มไปด้วยความตกใจกลัว
ร่างหนาที่กดทับอยู่บนตัว สายตาคู่นั้นไม่ใช่แค่ความโกรธ แต่มันคือการบังคับ ให้เหยื่อรู้ตัวว่าไม่มีทางรอด เมื่อยิ่งดิ้น เขาก็ยิ่งออกแรงกด จนร่างบางจมลึกไปกับเบาะทีละนิด
“ตอนถือแก้วไวน์มาประเคนให้ฉัน... เธอไม่คิดสินะว่า จุดจบจะเป็นแบบนี้”
“มิลินไม่รู้จริงๆ ว่า...”
“อย่าบอกว่าคนอย่างเธอ ยอมให้คนอื่นจูงจมูก...”
เขาแทรกขึ้นพร้อมเหยียดยิ้มอย่างสมเพช
“หรือจงใจวางยา เพราะอยากใช้ร่างกายราคาถูกของเธอ เพื่อไต่เต้าขึ้นมาเป็นคุณหนูในคฤหาสน์กันแน่!”
“ไม่ใช่นะคะ!” มิลินส่ายหน้าจนผมกระเซอะกระเซิง
“มิลินไม่ได้ทำ... มิลินไม่รู้จริงๆ”
“ปากแข็ง!” กองทัพตะคอกใส่หน้า สำหรับเขา ไม่มีคำพูดไหนของคนพวกนี้ที่เชื่อถือได้อีกต่อไป
“เธออยากให้ทุกอย่างซ้ำรอยเดิมใช่ไหม!”
อะไร คือซ้ำรอยเดิม... เธอคิด แต่ก็ต้องสลัดคำถามพวกนั้นทิ้ง เมื่อปลายนิ้วแข็งๆ บีบตรงปลายคางมนแล้วบังคับให้เธอสบตา
“มองฉัน! มองดูผลงานที่เธอทำไว้... แล้วรับผิดชอบมันซะ”
