บทที่ 3 "ใครก็ได้...ช่วยด้วย"

ตึก ตึก ตึก สองมือแกร่งจับบังเหียนแน่น เสือลักษมณ์เสียอาการ หัวใจ เต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ ไม่คิดว่าตัวเองจะมาเสียอาการเพราะเด็กหนุ่มตรงหน้า ใบหน้านวลเนียนน่ารักนั้นทำเอาเขาทำตัวไม่ถูก หัวใจเต้นแรงตื่นเต้นยิ่งกว่าตอนสู้กับตำรวจเสียอีก

“คุณโยนเงินใส่เราทำไมเนี่ย” สายน้ำถามด้วยความงงงวยถึงแม้ว่าเขาจะจน แต่เขาก็ไม่ได้เป็นขอทาน คนตัวเล็กรีบก้มเก็บเงินที่ตกอยู่บนพื้นแล้วยื่นให้กับอีกฝ่าย แต่เสือลักษมณ์กลับไม่ยอมรับคืน

“เงินคุณ เราไม่รับนะ” ร่างสูงเบือนหน้าหนีเพราะยิ่งสบตากับเด็กหนุ่มตรงหน้าเขาก็ยิ่งประหม่ากว่าเดิม สายน้ำไม่รับเงินของคนแปลกหน้าอีกอย่างเขาก็ไม่ได้อยากจะขอเงินใครฟรี ๆ

“เวทนา” คำตอบสั้น ๆ ของเสือลักษมณ์ทำเอาคนตัวเล็กเลิกคิ้ว อุทานด้วยความสงสัย

“ฮะ”

“เอาไปซื้อข้าวกินเถอะ!” พูดจบเสือลักษมณ์ก็บังคับม้าออกไปทิ้งให้สายน้ำยืนงงอยู่กับเงินก้อนนั้น

“...อ่า” สายน้ำนิ่งไปครู่หนึ่งถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้ต้องการเงินก้อนนี้ และไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร แต่พอคิดถึงหน้าตาคงและยายแม้นสายน้ำจึงจำใจเก็บเงินก้อนนี้เอาไว้ ถ้ามีเงินก้อนนี้ ยายแม้นจะได้มีเงินไปจ่ายค่าผ่าตัดหัวเข่า

สายน้ำนึกเอะใจในตัวอีกฝ่ายไม่น้อย คนเราจะสามารถให้เงินกับคนแปลกหน้าได้เหรอ แต่เขาก็ได้ยินชื่อเสียงของชุมเสือกระสุนทองมาไม่น้อย ผู้เป็นหัวหน้าชุมเสือปล้นคนรวยเพื่อช่วยเหลือคนจน ในเมื่อทุกคนเอาแต่รังเกียจเขา สายน้ำจึงไม่คิดที่จะรังเกียจเงินสกปรกก้อนนี้ เพราะมันก็คงสกปรกเหมือนตัวเขานั่นแหละ

‘อย่างน้อยก็จะได้มีเงินไปจ่ายค่ารักษาให้ยาย...ขอบคุณจ้ะ’

สายน้ำทำได้เพียงขอบคุณในใจก่อนจะเก็บเงินก้อนนั้นใส่ลงกระเป๋ากางเกงแล้วทำงานของตัวเองต่อราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ช่วงสายของวันหลังจากที่สายน้ำทำหน้าที่ของตัวเองเรียบร้อยคนตัวเล็ก

ก็เดินทางมาที่ตลาดเพราะตั้งใจจะซื้อข้าวสารมาเก็บไว้ให้ตาคงและยายแม้น ทันทีที่เดินเข้ามาในตลาดสายน้ำก็ได้รับสายตาเหยียดหยามและความรังเกียจจากชาวบ้านและแม่ค้าแถวนั้น

“มองหน้าทำไมไอ้นี่ เดี๋ยวแม่ก็ตบเลย”

“ไปไกล ๆ ร้านกูเลยนะ เสนียด!” ไม่ว่าจะเดินผ่านร้านไหนสายน้ำก็มัก จะได้รับคำด่ามาตลอดทาง ถ้าเปรียบคำด่าเหล่านี้เป็นเงินที่สายน้ำจะได้รับ ป่านนี้เขาคงรวยไปแล้ว

ตอนนี้สายน้ำไม่รู้แล้วว่าวันนี้ทั้งวันเขาโดนด่าไปแล้วกี่รอบ สายน้ำทำเป็นหูทวนลมเพราะไม่อยากมีปัญหากับใคร จึงตั้งใจเลี่ยงที่จะเดินผ่านตรงที่มีผู้คนพลุกพล่าน ไม่นานสายน้ำก็มาถึงร้านขายข้าวสารขนาดใหญ่ที่อยู่ใจกลางตลาด 

คนรอซื้อข้าวสารยาวห้าคิว สายน้ำไม่มีทางเลือกจึงจำใจต้องออกไปยืนห่าง ๆ เพราะไม่อยากให้คนรังเกียจตนไปมากกว่านี้

“ซื้อข้าวหน่อยจ้ะ”

“เอาเท่าไรจ๊ะ”

“โลละกี่บาทจ๊ะ”

“หนึ่งบาทจ้ะ” สายน้ำที่ยืนฟังแม่ค้าคุยกับลูกค้าคิวก่อนหน้าอยู่นั้นก็พยักหน้าเป็นอันเข้าใจ ราคาข้าวสารไม่ได้แพงแบบที่เขาคิดเพราะสายน้ำไม่เคยต้องมาซื้อข้าวแบบนี้มาก่อน เขาไม่มีเงิน จึงทำได้เพียงรอกินข้าวก้นบาตรเท่านั้น

“งั้นเอาสามกิโลฯ จ้ะ”

“ขอบคุณนะจ๊ะ”

สายน้ำยืนต่อแถวรอซื้อข้าวสารอยู่เกือบสิบนาทีรอจนลูกค้าคนอื่นกลับ

ไปหมดแล้วเขาจึงเข้าไปภายในร้าน ดูเหมือนว่าการที่มีสายน้ำเป็นลูกค้าจะทำให้แม่ค้าร้านนี้ไม่ค่อยพอใจสักเท่าไร

“มีอะไรไอ้ลูกศัตรูชาติ” ทันทีที่เห็นหน้าของสายน้ำแม่ค้าคนนั้นจากที่เคยยิ้มแย้มแจ่มใสให้กับลูกค้า เวลานี้กลับมองหน้าของเขาด้วยความไม่พอใจแฝงไปด้วยความรังเกียจราวกับว่าสายน้ำเป็นขยะชิ้นหนึ่ง คนตัวเล็กหน้าเจื่อนทำอะไรไม่ถูก

“ซื้อข้าวสารหน่อยจ้ะ”

“มึงมีเงินหรือไง” แม่ค้าถามถึงเงินเพราะไม่เชื่อว่าคนอย่างสายน้ำจะมีปัญญาหาเงินมาซื้อข้าวสารได้ คนตัวเล็กที่เห็นท่าทีดูถูกก็ล้วงเงินในกระเป๋ากางเกงหยิบแบงก์สิบออกมา

“มีจ้ะ” สายน้ำยิ้มเจื่อน

“เอ่อ จะเอาเท่าไร”

“สามกิโลฯ จ้ะ”

“สิบบาท” ทันทีที่ได้ยินราคา สายน้ำก็ตาโตเกือบจะเท่าไข่ห่าน เขาตกใจเพราะเมื่อกี้ที่ฟังราคาลูกค้าก่อนหน้ายังได้กิโลกรัมละหนึ่งบาทอยู่เลย แล้วทำไมพอเป็นสายน้ำมันถึงได้แพงแบบนี้ล่ะ

“หา แต่คนเมื่อกี้เขาซื้อไป สามบาทนะจ๊ะ” เขาอุทานเสียงสูงก่อนที่สายน้ำจะถามย้ำอีกครั้ง

“ก็กูจะขายให้มึงสิบบาท”

“มันไม่เกินไปหน่อยเหรอจ๊ะ มันแพงกว่าข้างนอกตลาดอีกนะ...” สายน้ำจำใจต้องพูดออกมา ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ชอบมีปัญหากับชาวบ้านแต่ก็ไม่ได้ยินดีหรือเต็มใจที่จะให้คนอื่นมาเอาเปรียบตนเองได้

“กูจะขายเท่านี้มึงจะทำไม งั้นมึงก็ไปซื้อที่อื่น”

“แต่...”

“หึ ก็เพราะที่อื่นไม่มีใครขายให้มึงไง” แม่ค้าขายข้าวสารยืนเท้าเอวมองสายน้ำอย่างหาเรื่อง คนตัวเล็กพูดจาตะกุกตะกักสายตามองจับจ้องไปยังร้านข้าวสารอื่น ๆ ที่อยู่ไม่ไกลจากละแวกนี้ก่อนจะครุ่นคิดครู่หนึ่ง เพราะสายน้ำเป็นเด็กที่เกิดจากทหารต่างชาติในช่วงสงครามทำให้มีแต่คุณรังเกียจ สายน้ำรู้ได้ทันทีว่าถ้าเขาไปซื้อของร้านอื่นก็คงไม่มีใครยอมขายให้ เพราะที่ผ่านมาเวลาหลวงตาใช้สายน้ำไปซื้อของ แม่ค้าพวกนี้ก็มักจะไม่ขายให้เขา

“จะเอาไม่เอา ไม่เอาก็ไป เกะกะหน้าร้านกู”

“เอาก็ได้จ้ะ”

“เออ แค่นั้นแหละ”

สายน้ำจำใจจ่ายเงินที่แพงกว่าราคาปกติ แม่ค้าเมื่อรับเงินไปแล้วก็ตักข้าวสารใส่ถุงให้ใส่น้ำอย่างไม่พอใจ โดยที่ไม่คิดจะชั่งกิโลฯ ให้ สายน้ำก็ไม่รู้เหมือน กันว่าที่อีกฝ่ายตักข้าวให้เขานั้นมันเต็มจำนวนที่ซื้อไปหรือเปล่า แต่สายน้ำก็ไม่ได้คิดท้วงออกมาเพราะไม่อยากมีปัญหา

ระหว่างที่สายน้ำเดินออกมาจากตลาด คนตัวเล็กก็ไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังมีคนจับจ้องมาที่ตัวเองอยู่ กลุ่มชายฉกรรจ์สามคนที่เป็นอันธพาลประจำหมู่บ้านมองสายน้ำด้วยแววตาไม่เป็นมิตร

“มึงเห็นนั่นปะ” คนที่เป็นหัวโจกเอ่ยถามลูกน้องตัวเองทางพยักพเยิดไปทางสายน้ำ

“ไอ้ลูกศัตรูน่ะเหรอพี่”

“เออ มึงดูเงินในมือมันดิ เยอะฉิบหาย” พวกมันจ้องเงินในกระเป๋ากางเกงของสายน้ำที่ดุนออกมาเป็นปึก ๆ ด้วยสายตาแวววับ

“มันไปขโมยมาจากใครปะพี่ เยอะว่ะ”

“หึ ไม่รู้”

ทั้งสองเดินตามสายน้ำมาอย่างเงียบ ๆ พลางพูดคุยกระซิบกระซาบกันเพียงสองคน สายน้ำโดยปกติเป็นคนไม่ชอบสนใจชาวบ้านอยู่แล้วและมักจะเดินก้มหน้าก้มตาอยู่เสมอเพราะไม่อยากมีปัญหากับคนอื่น เขาจึงไม่รู้เลยว่าเวลานี้มีคนเดินตามมาจากทางด้านหลัง

“จัดเลยไหมพี่”

“เออ” พูดจบพวกมันทั้งสองคนก็ปรี่ตัวเข้ามาหิ้วปีกสายน้ำเดินเลี่ยงออกมาทางป่าสักที่เป็นทางผ่านจะกลับกระท่อมของสายน้ำ

“จะจะทำอะไรนะ!” สายน้ำตะโกนถามด้วยความตกใจ คนตัวเล็กดีดดิ้นไปมาทำอะไรไม่ถูก ถึงแม้ปกติสายน้ำจะโดนกลั่นแกล้งมาตลอด แต่ก็ไม่เคยโดนถึงขั้นหิ้วปีกแบบนี้ ทำให้สายน้ำหวาดกลัวยิ่งกว่าเดิม

“มีเงินปะ” มันยึดตัวสายน้ำติดกับต้นไม้ พลางจ้องหน้าอย่างหาเรื่อง ก่อนจะเอ่ยถึงจุดประสงค์

“มะไม่มี” สายน้ำปฏิเสธเสียงสั่น เมื่อสายน้ำไม่ตอบคำถามของมันมันก็ยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ก่อนที่หมัดของมันจะต่อยเข้าไปที่ท้องของสายน้ำ คนตัวเล็กทรุดลงจากพื้นเพราะความจุก

“มึงไปเอามาดิ” พูดจบลูกน้องของพวกมันก็เดินปรี่เข้ามาค้นร่างกายของสายน้ำ คนตัวเล็กไม่มีแรงแม้แต่จะต่อต้าน พวกมันค้นตัวสายน้ำจนได้เงินที่เสือลักษมณ์มอบให้

“โห่ มันมีเงินเยอะมากเลยพี่” ลูกน้องของอันธพาลยื่นเงินก้อนนั้นให้ลูกพี่ของพวกมัน

“ไม่ใช่เงินมัน มันไม่มีปัญญาหาเงินได้เยอะขนาดนี้หรอก” มันว่าพลางสูดดมเงินก้อนนั้นอย่างหิวกระหาย

“เอามา อึก เงินกู...” สายน้ำเปร่งเสียงทวงคืน คำหยาบที่มันไม่เคยได้ยินจากปากสายน้ำมาก่อนก็ทำให้พวกมันเดือดพล่าน

“มึงขึ้นมึงกูใส่ใครวะ” พูดจบมันก็ทั้งเตะทั้งต่อยสายน้ำจนเกิดเสียงดัง ผัวะ! ลูกน้องที่เห็นลูกพี่ได้ยำคนก็เข้ามาร่วมวงด้วย คนตัวเล็กเวลานี้นอนนิ่งไปกับพื้น ลมหายใจอิดโรย แต่ถึงอย่างนั้นสายน้ำก็ยังมีสติ แต่ไม่สามารถขยับตัวด้วยเพราะความเจ็บมันระบมไปทั่วร่างกาย

มันก้มลงสูดดมกลิ่นกายสายน้ำราวกับเป็นโรคจิต เมื่อมันเห็นร่างกายและได้กลิ่นกายของสายน้ำ มันก็รู้ได้ทันทีว่าสายน้ำเป็นด้าว ร่างกายที่บอบบางอ้อนแอ้นแบบนี้ก็คือด้าว เพศที่ทำให้ผู้ชายท้องได้ ซึ่งหายากพอ ๆ กับอาวุธสงคราม ถ้าเอาตัวสายน้ำมาขาย พวกมันจะได้เงินเยอะกว่านี้…เมื่อคิดได้เช่นนี้ คนเป็นลูกพี่ก็เอ่ยปากสั่งเสียงแข็งทันที

“มึงไปจับมันมา แล้วเอามันไปขายที่โรงค้าทาสตลาดมืด”

“จะดีเหรอพี่” ลูกน้องของมันถามด้วยความไม่แน่ใจ ถ้าทางการรู้เรื่องนี้ มันจะโดนหางเลขไปด้วย

“เออ ดีสิวะ มันไม่มีญาติ ไม่มีใคร

ตามหามันหรอก” ท้ายที่สุดก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ ต้องทำตามคำสั่ง ลูกน้อง

ทั้งสองพากันเข้ามาหาสายน้ำ ใช้เข็มขัดของพวกมันมือมัดเท้าสายน้ำที่อ่อนแรง ก่อนจะอุ้มคนตัวเล็กพาดบ่า สายน้ำที่ได้สติพยายามดีดดิ้นเท่าไรก็ไม่เป็นผล ไม่สามารถหนีจากพวกมันได้ คนตัวเล็กจึงได้แต่พร่ำภาวนาในใจ หวังจะให้ใครสักคนที่ผ่านมาเห็นช่วยเขา

‘ฮึก ใครก็ได้ ช่วยด้วย...’

บทก่อนหน้า
บทถัดไป