บทที่ 4 "หนี"

สายน้ำถูกพาตัวมายังสถานที่แห่งหนึ่ง คนตัวเล็กถูกมัดข้อมือข้อเท้าและปิดตาจึงมองไม่เห็นทางว่าตัวเองอยู่ที่ไหน แต่ตลอดระยะเวลาที่ถูกพาตัวมาก็ได้ยินเสียงของพวกมันพูดคุยกันตลอดว่าจะพาสายน้ำไปขายที่โรงค้าทาสตลาดมืด

สายน้ำที่อยู่เมืองนครชัยมาตั้งแต่เด็กไม่เคยรู้มาก่อนว่าที่บ้านเกิดของตนเองจะมีโรงค้าทาสตลาดมืดทั้ง ๆ ที่ระบบทาสถ้าถูกยกเลิกไปนานแล้ว

สายน้ำมองไม่เห็นแต่ก็สัมผัสบรรยากาศรอบ ๆ ตัวได้ว่ามันอันตรายแค่ไหนเพราะภายในอากาศเต็มไปด้วยกลิ่นอับชื้นของเหงื่อสนิมและคราบเลือด

“นั่นมึงแบกอะไรวะ” เสียงแข็งกร้าวของชายฉกรรจ์คนหนึ่งดังขึ้น สายน้ำที่ถูกพาดบนไหล่ของใครไม่รู้ตัวสั่นเทา แม้ว่าตนจะเป็นผู้ชายเหมือนกัน แต่ก็สัมผัสได้ว่าผู้ชายคนนี้น่ากลัวและอันตรายยิ่งกว่าสัตว์ร้าย

“หึ ทาสคนใหม่ไงพี่”

“รอบนี้เป็นใครวะ มีอะไรพิเศษ”

“อ๋อ...ไอ้นี่น่ะ ลูกศัตรูชาติ พ่อมันเป็นทหารต่างชาติ ที่มาไข่ทิ้งไว้ตอนสงคราม”

“หึ ก็ธรรมดานี่หว่า” นายใหญ่ผู้คุมโรงทาสตาลุพูดขึ้น สายน้ำที่ไม่มีเรี่ยวแรงต่อต้าน ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่กัดฟันด้วยความเคียดแค้น

“ไอ้นี่มันท้องได้พี่”

“จริงเหรอวะ!” นายใหญ่ผู้คุมโรงทาสตาลุกวาว ไม่เชื่อในสิ่งที่ตนเอง

ได้ยิน ในประเทศนี้มีเพียงผู้ชายที่ท้องได้เพียงไม่กี่คน หากมันท้องได้จริง ๆ ประมูลทาสวันพรุ่งนี้คงได้กำไรโข

“จริงสิพี่ ให้หมอมาตรวจได้เลย”

“รอกูแป๊บ”

“เฮ้ย มึงไปเรียกหมอมาดิ” ตะโกนบอกลูกน้องคุมซ่องก่อนที่จะพยักหน้าให้หัวหน้าอันธพาลวางสายน้ำลงกับพื้น ทันทีที่สายน้ำถูกโยนลงกับพื้น คนตัวเล็กก็ดิ้นไปมา ผ้าที่ถูดมัดปิดปากรัดแน่นจนริมฝีปากแตกเลือดซิบ

“แฮก...อึก อ่อยอะ!” (ปล่อยนะ!)

มันกระชากผ้าที่ปิดตาสายน้ำออก เผยให้เห็นดวงตากลมโตสุกสกาวที่เวลานี้เคล้าไปด้วยหยาดน้ำตา ใบหูและจมูกขึ้นสีแดงระเรื่อ คนตัวเล็กถูกกระชากผ้าปิดปากออกอย่างรุนแรง ทำให้ริ้วผ้าบาดพวงแก้มและปากนุ่ม

“ฮ่า ๆ หน้าตาสวยใช้ได้เลยนี่หว่า” มันเอ่ยชมสายน้ำ ก่อนจะใช้ผ้าที่โปะยาสลบอุดจมูกสายน้ำจนคนตัวเล็กสลบไปในที่สุด

ครู่เดียวหมอประจำโรงค้าทาสก็เดินเข้ามาพร้อมกับชายฉกรรจน์อีกสองคน พวกมันหิ้วปีกซ้ายน้ำไปยังห้องพักผู้ป่วยเพื่อตรวจเพศรองของสายน้ำ ไม่นานแพทย์หนุ่มวัยกลางคนก็เดินกลับมารายงาน

“นายครับ ไอ้นี่เป็นด้าวจริง ๆ ด้วยครับ มันท้องได้”

“หึ ดี กูจะได้ราคาหน่อย” มันยิ้มออกมาด้วยความชอบใจ รู้สึกพึงพอใจเหยื่ออย่างสายน้ำเป็นอย่างยิ่ง นานทีปีหนจะมีเหยื่อดี ๆ เข้ามา พอรู้ว่าจะได้เม็ดเงินจากการประมูลสายน้ำมากเท่าไรก็ทำให้มันอารมณ์ดีขึ้นมาไม่น้อย

“ส่วนแบ่งผม ผมของาม ๆ เลยนะพี่” หัวหน้าอันธพาลเอ่ยขอส่วนแบ่งอย่างหน้าไม่อาย การจับตัวสายน้ำได้นับว่าเป็นผลงานของมัน ยังไงมันก็คิดที่จะเอาส่วนแบ่งงาม ๆ อย่างที่ควรจะได้รับ โดยที่ไม่ได้รู้สึกผิดต่อสิ่งที่ทำแม้แต่น้อย

“พันหนึ่ง”

“น้อยไปปะพี่” หัวหน้าอันธพาลต่อรองราคา สิ่งที่มันควรจะได้รับควรจะสมน้ำสมเนื้อ มันคิดเช่นนั้น ถ้ามันรู้ว่าสายน้ำท้องได้ตั้งแต่แรกมันคงจับตัวมาตั้งนานแล้วไม่ปล่อยให้สายน้ำได้โตมาแบบนี้หรอก กลิ่นตัวของด้าวมักจะมีกลิ่นหอมของดอกไม้อ่อน ๆ ถ้าหากไม่อยู่ใกล้ก็จะไม่มีวันได้กลิ่น โชคดีที่วันนี้มันเจอเพชรเม็ดงามไม่เช่นนั้นมันก็คงรีดไถคนอื่นกินแบบนี้ตลอดไป

“กูให้มึงพันห้า จะเอาไม่เอา”

“เอาครับ!” มันรีบร้อนรับเงินที่อีกฝ่ายมอบให้ เกรงว่าถ้าช้ากว่านี้อีกหน่อยจะไม่ได้ค่าตัว มันมัวแต่นับเงินไม่ได้หันกลับมามองว่าสายน้ำถูกหิ้วปีกกลับมา

“ไว้เจอทาสงาม ๆ ผมจะจับมาอีกนะพี่”

“เออ ไสหัวไปได้ละ”

เมื่อได้รับเงินมันก็เดินจากไปอย่างอารมณ์ดี ทิ้งให้สายน้ำอยู่กับชายฉกรรจ์นับไม่ถ้วน โดยที่คนตัวเล็กไม่อาจล่วงรู้ได้ว่าสิ่งที่ตัวเองกำลังจะเผชิญต่อไปนี้มันโหดร้ายมากแค่ไหน

“พามันไปขัง”

“ครับนาย”

“อย่าตีมัน เดี๋ยวเสียราคา” นายใหญ่โรงค้าทาสกำชับเสียงแข็ง กลัวลูกน้องจะทำร้ายสายน้ำ หากบาดเจ็บจะไม่ได้ราคา ทาสแบบนี้ยิ่งหายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร

“ครับนาย”

ตุ้บ!

“โอ๊ย” ร่างเล็กกระแทกลงกับพื้นอย่างแรง เสียงเนื้อกระทบซีเมนต์ดังสะท้อนอยู่ในห้องขังชื้นแฉะ สายน้ำถูกโยนทิ้งเหมือนของไร้ค่า สองแขนเรียวถลอกจนเลือดซิบ ความแสบแล่นริ้วไปถึงกระดูก ดวงตากลมเบิกกว้าง กวาดมองรอบตัวด้วยสายตาหวาดผวา กลิ่นอับชื้นผสมกลิ่นเลือดจาง ๆ ตลบอยู่ในห้องขังขนาดใหญ่ รอบข้างเต็มไปด้วยชายแปลกหน้าร่างล่ำเต็มไปด้วยแผล บางคนจ้องมองเขาเหมือนอยากกลืนกิน

“ยะอย่าทำอะไรเลยนะ กลัวแล้ว” สายน้ำหลับตาแน่น เสียงหลุดจากปากอย่างสั่นสะท้าน ร่างเล็กถอยกรูดหลังชนกรงเหล็ก ตัวสั่นงันงกอยู่ในมุมสุดของห้อง

ที่แห่งนี้น่ากลัวเกินไปแล้ว ป่าเถื่อน รุนแรง! ไม่ต่างจากโรงฆ่าสัตว์ สายน้ำและคนที่อยู่ในห้องนี้มีสภาพไม่ต่างจากหมูรอเชือด

ชายวัยกลางคน ผิวคล้ำ ผมกระเซอะกระเซิง หนวดเคราเต็มคาง เดินเข้ามาช้า ๆ ฝ่าเงาแสงสลัว ใบหน้าหยาบกร้านแต่มองดูไม่ดุร้าย เขาย่อตัวลง นั่งยอง ๆ ตรงหน้าสายน้ำ

“เฮ้อ ข้าชื่อดำ พวกข้าเป็นทาสเหมือนเอ็งไม่ทำอะไรเอ็งหรอก” ดำพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ แต่ฟังแล้วใจเย็นกว่าทุกคนในห้อง สายน้ำมองดำอย่างหวาดผวาอีกใจก็ไม่รู้จะเชื่อใจอีกฝ่ายได้ไหม

“จะจริงนะ” สายน้ำถามเสียงสั่นแม้จะหวาดกลัวแต่แฝงไปด้วยความหวังน้อยนิด หวังว่าทุกคนที่นี่จะไม่ทำร้ายเขา ทั้งชีวิตของสายน้ำถูกทำร้ายมามากเกินพอแล้ว เขาไม่อยากโดนทำร้ายอีกแล้ว

“เออ แล้วก็ไม่ต้องคิดหนี” ชายตรงหน้าตอบนิ่ง ๆ ดวงตาคมจ้องมองอย่างรู้ทัน ดำรู้ดีว่าสายน้ำคงคิดหนีเหมือนที่คนอื่น ๆ เคยทำ แต่ท้ายที่สุดก็ไม่มีใครหนีไปได้ หนีไม่ได้ก็ต้องตายสถานเดียว

“ทะทำไมล่ะ เราไม่ได้เต็มใจที่จะมาขายตัวเป็นทาสนิ” เสียงสายน้ำสั่นเครือ น้ำตาคลอ เหมือนอยากระบายออกมาทั้งหมด เขาไม่ได้ตั้งใจจะมาขายตัวเป็นทาส เขาถูกจับตัวมา มันไม่ยุติธรรมสำหรับสายน้ำเอาเสียเลย

ทำไมทุกคนต้องใจร้ายกับเขาด้วย

“มึงดูไอ้พวกนั้น มึงสู้มันได้หรือไง” ดำพยักพเยิดไปยังพวกชายฉกรรจ์ร่างบึกบึนที่นั่งก้มหน้าอยู่ คนพวกนั้นดูเหมือนผ่านนรกมาแล้ว

“แต่ถ้าพวกเรา...” เสียงแผ่วเบาราวกับลมพัด พูดไม่จบประโยคสายน้ำก็ถูกดำพูดขัดขึ้นมาเสียก่อน

“หึ อย่าฝัน พวกกูเป็นทหารมาก่อนยังทำไรมันไม่ได้” ดำสบถเสียงต่ำ 

ตาคมตวัดมองรอบห้อง

“มึงดูไอ้นี่ ไอ้นี่ และไอ้นั่น ตัวใหญ่กว่ามึงสามเท่า ยังสาหัสขนาดนี้”

เขาชี้ช้า ๆ ไปยังร่างชายที่นอนหอบหายใจ ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ สายน้ำที่เห็นสภาพของชายแต่ละคน เขาก็ร้องไห้โฮออกมา

“ฮึกฮืออออออ”

เสียงร้องไห้ของสายน้ำดังสะท้อนในห้องขังเหมือนเสียงของคนที่หมดหนทาง ไม่มีอะไรจะยึดเหนี่ยวได้อีก

“ทำใจเถอะไอ้หนู มึงได้แต่ภาวนาให้มีคนใจดีมาประมูลตัวมึง แต่ ฮ่า ๆ มันไม่มีคนดีที่ไหนซื้อทาสหรอกว่ะ” ดำหัวเราะแห้ง ๆ อย่างเจ็บปวด พูดไปเหมือนคนหมดศรัทธาในโลก ก็แหงสิ คนดี ๆ ที่ไหนเขาจะมาในสถานที่แห่งนี้วะ

“อึก แล้วพวกน้าจะทำยังไง ถ้ามีคนประมูลออกไป” สายน้ำถามเสียงสั่น เขายังมีความหวังที่จะหนี ก่อนจะถูกขายออกให้คนอื่น สู้หนีไปเสียตอนนี้ก็ยังทัน

สายน้ำมั่นใจว่าถ้าทุกคนร่วมมือกันอาจหนีรอดไปจากที่นี่ได้ ยังไงหลายหัวก็ต้องดีกว่าหัวเดียว

“ก็ออกไปแล้วค่อยหาทางฆ่าคนที่ประมูลเราแล้วหนีไปสิวะ” ดำตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่มุมปากกลับยกยิ้มน้อย ๆ คำตอบโหดร้ายเกินกว่าคนทั่วไปจะรับได้ แต่นี่คือความจริงของโลกในห้องนี้ ถูกขายตัวไปเป็นทาสคนอื่น ก็ไม่ต่างจากตายทั้งเป็น

“โหดร้าย” สายน้ำพึมพำเบา ๆ ดำที่ได้ยินก็หันขวับมามองคนตัวเล็กทันที คิ้วหน้าขมวดเข้าหากันเป็นปม ใบหน้าที่เคยมอมแมมซกมกกลับดูน่ากลัวยิ่งกว่าเดิม

“แล้วที่มึงโดนพวกเหี้ยนั่นจับมา ไม่เรียกว่าโหดร้ายหรือไง” ดำย้อนถามเสียงกร้าว ดวงตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้น

เคร้ง!

“เฮ้ย พวกมึงแดกข้าวกันได้ละ” เสียงผู้คุมจากภายนอกตะโกนลั่น พวกมันโยนถาดอาหารที่ข้างในมีข้าวอยู่เล็กน้อยเข้ามาในกรงขัง กลุ่มชายฉกรรจ์

พวกนั้นที่บาดเจ็บ จากนั่งหมดอาลัยตายอยากอยู่ในห้องก็พากันกรูไปแย่งข้าวที่มีมากินอย่างหิวกระหาย

“มึงไม่กินหรือไงไอ้ตัวเล็ก” ดำถามเสียงเรียบ สายตาเหมือนจับจ้องอยู่ตลอด

“มะไม่จ้ะ” เสียงตอบสั่นเล็กน้อย สายน้ำยังนั่งซุกมุม สองแขนกอดเข่าตัวเองแน่น โลกข้างนอกที่เขาเจอ แม้จะโหดร้าย แต่ก็ไม่ได้มากไปกว่าที่นี่

สายน้ำร้องไห้ออกมาอย่างเงียบ ๆ จนดำคร้านจะสนใจ

“เออ เรื่องของมึง” เขาพูดทิ้งไว้แค่นั้น ไม่เซ้าซี้ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แต่ชายเสื้อที่ขาดของเขากลับถูกกระตุกเบา ๆ จากคนที่นั่งอยู่กับพื้น สายน้ำจ้องมองชายตรงหน้าด้วยสายตาอ้อนวอน

“นะน้า ช่วยฉันหนีหน่อยได้ไหม” เสียงเบาจนแทบไม่ได้ยิน สายน้ำเรียกอีกฝ่ายว่าน้า ราวกับว่าสนิทสนมราวกับเป็นญาติกันก็ไม่ปาน ทว่าความเป็นจริง พวกเขาเพิ่งเคยเจอกันเป็นครั้งแรก

“มึงพูดอะไรของมึงวะ มึงจะหนียังไงของมึง” ดำขมวดคิ้วหันมามองอย่างเหลือเชื่อ

“ปล่องนั่น ฉันน่าจะหนีได้ ถ้าฉันหนีได้ฉันจะเรียกตำรวจมาจัดการให้”

น้ำเสียงนั้นจริงจัง แววตาเปล่งประกายความกล้าเป็นครั้งแรก นิ้วเรียวชี้ไปยังปล่องที่เปรียบเสมือนหน้าต่างให้แสงแดดและอากาศได้เล็ดลอดเข้ามา ขนาดของมันกว้างราว ๆ หนึ่งศอก ชายตัวใหญ่ที่นี่อาจลอดผ่านมันไปไม่ได้ แต่คนที่ตัวเล็กแบบสายน้ำ เขามั่นใจว่าเขาหนีออกไปทางนี้ได้แน่นอน

“เหอะ ตำรวจมันก็พวกเดียวกับไอ้พวกนี้นี่แหละ” ดำแค่นหัวเราะเยาะ เย็นชาแต่จริง ไอ้พวกตำรวจมันก็หลับหูหลับตาไปงั้นแหละ ไม่มีทางมาสนใจคนอย่างพวกเขาหรอก เงินมันหอม เรียกรับเงินไปก็จบ แกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นไป

“นะ น้า ฉันขอร้องละ” เสียงนั้นเหมือนเด็กอ้อนวอนขอของจากผู้ใหญ่

“น้า” สายน้ำเอื้อมมือมาแตะแขนดำเบา ๆ เขามั่นใจว่าถ้าน้าดำยอมช่วย สายน้ำจะต้องหนีไปได้แน่

“เออ ก็ได้” ดำถอนใจหนัก ๆ ยอมในที่สุดเหมือนยอมใจตัวเอง ถ้าเด็กนี่มีความหวังที่จะหนี เขาก็จะยอมช่วยมันสักครั้ง

แม้รู้อยู่เต็มอกว่าหนีไม่ได้ แต่ก็ไม่อยากขัดกำลังใจมัน

“ขอบคุณจ้ะ” เสียงสายน้ำสั่นนิด ๆ แต่เต็มไปด้วยความดีใจ

“แล้วมึงจะให้กูช่วยยังไง” ดำเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ เขามองหน้าสายน้ำอย่างสงสัย

“น้าแค่ช่วยอุ้มฉัน เดี๋ยวฉันหนีออกไปทางปล่องนี่เอง” ความคิดของ

สายน้ำมันช่างดูง่ายดายสำหรับดำ ทำให้เขาหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ ถ้ามันคิดว่าหนีง่ายขนาดนั้นก็ลองดู แล้วจะได้รู้ว่าไม่มีทางหนีสำหรับที่นี่

“มันไม่ได้ง่ายแบบที่มึงคิด”

“ฉันจะลองดูจ้ะ” ดำถอนหายใจ เขาส่ายหน้าก่อนจะเดินหนีสายน้ำไปกินข้าวกับคนอื่น ๆ ที่มุมห้อง

ทางฝั่งสายน้ำไม่ได้ไปกินข้าวกับคนอื่น ๆ คนตัวเล็กล้มตัวนอนกับพื้น รอให้ถึงช่วงกลางคืน เขาจะหนีออกไปจากที่นี่

สายน้ำนอนเอามือแนบแก้มทั้งสองข้าง น้ำตาไหลอาบสองแก้มสวย สายน้ำหวนคิดถึงอดีตที่ผ่านมา

ตั้งแต่เด็กจนโตสายน้ำไม่เคยมีชีวิตครอบครัวที่อบอุ่นเหมือนคนอื่น เขาจำหน้าแม่ไม่ได้ด้วยซ้ำ สายน้ำรู้แค่ว่าแม่ของเขาเสียไปตั้งแต่ตอนเด็ก ภาพที่จำได้คือภาพที่แม่โดนคนในหมู่บ้านทุบตี เพราะแม่ไปขโมยข้าวมาให้เขา แม่โดนรังเกียจเพราะมีเขาเป็นลูก ลูกที่เกิดจากคนต่างชาติ ลูกของทหารที่เข้ามาขยายอาณาเขตและทำสงคราม

ไม่มีใครชอบลูกศัตรูชาติหรอก ไม่มีใครชอบเขา ไม่มีเลย สายน้ำร้องไห้จนเผลอหลับไป คนตัวเล็กตื่นขึ้นมาในยามดึก ทั่วทั้งห้องขังเงียบสงัด ไร้เสียงผู้คุม 

มีเพียงเสียงลมหายใจและเสียงของคนในห้องขังที่นอนกรน สายน้ำค่อย ๆ ย่องผ่านคนที่นอนหลับเข้าไปสะกิดดำที่กำลังนอนหลับอยู่

“นะน้า ตื่นได้แล้ว” เสียงกระซิบปลุกเบา ๆ ท่ามกลางความเงียบ

“เออ” ดำขานตอบเบา ๆ ลุกขึ้นมาช่วยทันที เขาไม่ได้หลับ แค่แกล้งหลับเท่านั้น

“มา มึงจะให้กูทำอะไร” น้ำเสียงพร้อมช่วยเต็มที่แม้จะเหนื่อยล้า

“น้าเอาลูกกรงนี่ออกให้ฉันหน่อย แล้วอุ้มฉันได้ไหม” คำพูดเต็มไปด้วยความหวัง สายน้ำมองดำตาปริบ ๆ

“เออ ได้” ดำรับคำเสียงต่ำ ล้วงมือคว้าเหล็ก ดำเอาลูกกรงออกอย่างว่าง่าย เรื่องแค่นี้ถือเป็นเรื่องขี้ปะติว คนที่เคยเป็นทั้งทหารทั้งโจรแบบเขา แค่ปลดลูกกรงไม่ได้ยากอะไร แต่ที่ยากคือเขาต้องค่อย ๆ วางมันลงพื้นอย่างเบามือ ไม่ให้ใครมาได้ยินเข้า

“อ่อก ไอ้ห่าเอ๊ย หนักฉิบหาย” เขาสบถขณะอุ้มร่างเล็กขึ้นมา สองแขนแกร่งทั้งอุ้มทั้งยกสายน้ำให้ลอดผ่านปล่อง

“ขอโทษจ้ะ” เสียงเล็กตอบเบา ๆ รู้สึกผิด

“เร็ว ๆ เดี๋ยวมีคนมาเห็น” ดำพูดเสียงเครียด หันซ้ายแลขวา

“จ้ะ ฮึบ ใกล้แล้วจ้ะ” สายน้ำปีนออกจากปล่องเหล็ก พยายามสุดแรง

“เออ เร็ว ๆ” ดำเร่งด้วยเสียงตึงเครียด

“ดะได้แล้ว น้า ฉันหาที่จับได้แล้ว” เสียงแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น สองแขนคว้าอะไรบางอย่างที่อยู่ด้านบน ดวงตากลมโตมองผ่านความมืด มันคือกองขยะ สายน้ำค่อย ๆ ลอดผ่านปล่องขึ้นไปยังบนนั้นอย่างยากลำบาก ทั้งกลิ่นเหม็นอับ แมลงยั้วเยี้ยเต็มไปหมด จนสายน้ำออกมาได้

“เออ งั้นกูจะปิดกรงเหล็กแล้วนะเว้ย” ดำพูดพลางดันกรงกลับเข้าที่

“จ้ะ ขอบคุณนะจ๊ะ” เสียงตอบรับเบา ๆ ดังก้องจากปล่องนั้น

“หนีไปให้ไกล ๆ ละ” น้ำเสียงเขาหนักแน่นเหมือนสั่งเสีย

ตุ้บ! สายน้ำผุดขึ้นจากกองขยะ เขามาโผล่ที่กองขยะกลางเมืองที่เวลาทั้งเงียบทั้งมืด

“แฮก” เสียงหอบหายใจดังก้องในอากาศเย็นเฉียบ คนตัวเล็กค่อย ๆ ย่องในความมืด สายน้ำไม่รู้ว่าควรจะหนีไปทางไหน จึงเลือกที่จะหนีไปทางที่รกชันที่สุด ทว่าหนูจะหนีแมวได้ทันอย่างไร

“เฮ้ย! นั่นใครวะ!”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป