บทที่ 16 หลบไม่พ้น(1)
“เขาทำร้ายลิน...”
คำบอกกล่าวนั้นทำเอาเจ้าของใบหน้าหล่อถึงกับแดงก่ำขึ้นมา ความโกรธเริ่มปะทุขึ้นมาในใจอย่างห้ามไม่อยู่ สองมือกำแน่นเข้าหากัน
“อึก ... ฮือ ๆ ฮือออ” เสียงสะอึกสะอื้นกรีดลึกลงกลางใจของชายหนุ่ม รู้สึกเจ็บปวดแทนผู้หญิงที่ตัวเองไม่เคยลืมไปจากใจ
“ผมจะไปคุยกับมันให้รู้เรื่อง ทำไมมันถึงทำร้ายผู้หญิง โดยเฉพาะผู้หญิงที่เป็นเมียมัน!”
“อย่าเลยค่ะ ยิ่งคุณไปเขาก็ยิ่งจะคิดว่าเราคบชู้กัน เพราะที่ผ่านมาเขาไม่เคยไว้ใจลินเลย เอาแต่ระแวงไม่เข้าเรื่อง”
“แต่ว่าสิ่งที่มันทำกับลิน...”
“นะคะ ... ถือว่าลินขอ”
เธอเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย พร้อมกับยกมือปากน้ำตา หากย้อนเวลากลับไปได้เธอจะไม่เลือกแต่งงานกับเขาเด็ดขาด จะเลือกทำตามหัวใจไม่ทำตามคำสั่งของพ่อกับแม่ ป่านนี้เธอคงจะได้ใช้ชีวิตกับผู้ชายดี ๆ ไปแล้ว
ใครมันจะไปคิดล่ะว่า ธุรกิจครอบครัวเขาจะเจริญเติบโตจนขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งของประเทศได้ ไม่อย่างนั้นเธอก็คงจะไม่เลิกกับเขา
ใบหน้าสวยหวาน ทว่าดวงตานั้นยังคงแดงก่ำ โหนกแก้มแปดเปื้อนน้ำตาที่ไหลนอง มุมปากฟกช้ำยังคงทิ้งรอยคราบเลือดอยู่
ณลิน เป็นแฟนเก่าที่ธีรณัฐไม่เคยลืมไปจากหัวใจ แม้ว่าจะเลิกรักไปแล้วแต่ความรู้สึกลึก ๆ ก็ยังคงเป็นห่วงอยู่ในสถานะเพื่อน หรืออาจจะมากกว่านั้นก็ไม่แน่ใจ
แม้วางตัวเหินห่าง และเย็นชาสักแค่ไหน แต่ทุกครั้งที่ได้รับข้อความหรือสายเรียกเข้าจากเบอร์ของเธอ เขาก็จะรีบมาหาทันทีโดยไม่ลังเล
“ถ้าเขาทำร้ายลินขนาดนี้ ทำไมถึงเลือกที่จะทนล่ะ หย่าก็ได้นี่”
“คุณก็รู้ว่ามันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น...” เธอตอบทั้งที่ยังคงสะอื้น
ธีรณัฐถอนหายใจออกมาเบา ๆ รู้ดีว่ามันเป็นข้ออ้าง ปกติแล้วณลินไม่ใช่ผู้หญิงที่มีความอดทนขนาดนั้น หากว่าไม่รู้สึกอะไรเลย
แม้จะรู้ดีว่าผู้หญิงที่เขากำลังใช้แขนโอบกอดอยู่ ไม่ได้มีใจให้แล้ว แต่เขาก็ยังคงเลือกจะปกป้อง และจมปลักอยู่กับความรู้สึกนั้นมาหลายปี
“ไม่เป็นไรนะลิน ผมจะอยู่ข้าง ๆ คุณเอง จะไม่ทิ้งไปไหน”
ชายหนุ่มพูดพร้อมกับยกมือขึ้นลูบหัว และพยายามชวนคุยเรื่องอื่นเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ ระหว่างพูดคุยต่างก็ยกแก้วน้ำอัมพันขึ้นดื่มไปด้วย พอน้ำเปลี่ยนนิสัยเข้าปาก ความรู้สึกที่กดลึกอยู่ภายในก็ทำให้เขาเอ่ยถามขึ้นมา
“ลิน แต่งงานกับธีไหม ไปหย่ากับไอ้วิน...”
“ธี! รู้ตัวหรือเปล่าคะ ว่าพูดอะไรออกมา”
“รู้สิ ทำไมจะไม่รู้ แล้วก็แน่ใจว่าคิดดีแล้ว ธีไม่อยากให้ลินเสียใจ ไม่อยากเห็นมันทำร้ายร่างกายลินอีกลแล้ว”
“แต่ว่าลิน...”
ยังไม่ทันที่ณลินจะพูดจบ มือหนาก็ประคองหน้าเธอเอาไว้ เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย ความรู้สึกสั่นไหวแม้จะพยายามห้ามแล้วก็ตาม ปลายนิ้วลูบไล้แก้มเปื้อนน้ำตาอย่างทะนุถนอม ก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปแนบประกบริมฝีปากชมพูระเรื่อ
ณลินเองไม่จะผลักอกเบา ๆ แต่กลับเคลิ้มไปกับรสจูบของธีรณัฐอย่างคุ้นเคย จนลืมไปว่าตนเองนั้นมีสามีแล้ว ทุกอย่างเกือบเกินเลยไปมากกว่านี้หากไม่มีเหตุการณ์บางอย่างมาขัดขวางเสียก่อน
เพล้ง!
เสียงแก้วกระทบพื้นแตกกระจายดังลั่นไปทั่วบริเวณ ทำให้ทั้งธีรณัฐและณลินสะดุ้งเฮือก ผละออกจากกันโดยอัตโนมัติ ใบหน้าของทั้งคู่ยังคงห่างกันไม่กี่คืบ สายตายังเกี่ยวพัน ทว่าเวลารอบตัวเหมือนหยุดหมุนเมื่อเขาหันไปมองต้นเสียง
ผู้หญิงรูปร่างอ้วนคุ้นตายืนอยู่ห่างออกไปไม่ไกล ใบหน้าซีดเผือด ดวงตากลมโตเบิกโพลงด้วยความตกใจ ไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่เห็น
ฟาริศากะพริบตาถี่ ๆ คล้ายไม้ปัดน้ำฝนที่ทำหน้าที่ปัดภาพเมื่อครู่ออกไปจากหัว เธอรีบหันหลังกลับ ทว่าขณะกำลังหมุนตัวกลับนั้น เธอชนเข้ากับพนักงานเสิร์ฟคนเดิมอีกรอบ
โคร้ง!
ถาดเครื่องดื่มที่เต็มไปด้วยแก้วน้ำตกลงกระแทกพื้นเสียงดังอีกครั้ง เศษแก้วกระจายเต็มพื้นบริเวณนั้น
“ขะ... ขอโทษค่ะ!” พนักงานเสิร์ฟร้องเสียงหลง ก่อนจะรีบก้มเก็บเศษแก้ว
ฟาริศาหันกลับไปมองหน้าธีรณัฐอีกครั้ง พอเขาขยับเท้าและกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง เธอก็รีบวิ่งออกมาจากตรงนั้นทันที
เขาได้แต่ถอนหายใจออกมา เมื่อเห็นแค่แผ่นหลังของอีกฝ่ายวิ่งออกไปแล้ว ความกังวลใจเริ่มผุดขึ้นมา หากเธอเอาเรื่องที่เห็นวันนี้ไปพูดต่อคนที่จะเสียหายก็คงเป็นณลิน
“คุณรู้จักเขาเหรอคะ?”
ณลินคว้าแขนเอาไว้ ชายหนุ่มพยักหน้ารับว่ารู้จัก
“เธอเป็นพนักงานบริษัทผมน่ะ”
“แค่พนักงาน ทำไมคุณต้องกังวลขนาดนั้นเหรอคะ”
“แล้วคุณไม่กังวลเหรอ หากเธอเอาเรื่องที่ไม่สมควรเมื่อกี้ไปบอกกับคนอื่น”
“อุ้ย นั่นสิคะ”
“ลินกลับบ้านไปก่อนนะครับ เดี๋ยวพี่ให้คนไปส่ง”
“แล้วเรื่องผู้หญิงคนนั้น จะทำยังไงคะ”
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมจัดการเอง”
ณลินพยักหน้ารับแล้วเดินออกจากร้านไปแบบงง ๆ เขาทำเหมือนว่าเรื่องที่จูบกันเมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้นเลย ทั้งที่เขาเป็นฝ่ายเริ่มจูบก่อน
ร่างอ้วนกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกมาจนถึงถนนตรงข้ามห้างฯ ชื่อดังแห่งหนึ่งที่ห่างออกมาไม่ไกล ความรู้สึกตีตื่นขึ้นมาในอกกับภาพที่เห็นเมื่อครู่
